แนะนำขั้นตอนการต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี มีขั้นตอนอย่างไร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ใช้เงินจำนวนเท่าไหร่ มาดูกัน!
ที่มา
ในบทความที่แล้ว เราได้แนะนำขั้นตอนการต่อใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี กันไปแล้ว ทีนี้ก็มาถึงคิวแนะนำขั้นตอนต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปีกันบ้าง มาดูกันเลย!
ก่อนที่จะต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี ได้นั้น ผู้ใช้รถต้องจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ gecc.dlt.go.th:4447/web_booking/page/ จึงเข้ารับบริการได้ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการต่ออายุใบขับขี่ชั่วคราวชนิด 5 ปี เป็น 5 ปี สามารถทำได้ล่วงหน้า 90 วัน หรือ 5 เดือนนั่นเอง โดยต้องเตรียมหลักฐานประกอบการดำเนินการ ดังนี้
เอกสารประกอบคำขอการต่ออายุใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี
- บัตรประชาชน (ตัวจริง)
- ใบขับขี่ (ตัวจริง)
- กรณีที่ต่ออายุใบขับขี่แล้วต้องเข้ารับการอบรม สามารถนำหนังสือรับรองว่าผ่านการอบรมที่มีอายุไม่เกิน 90 วัน หรือผลผ่านการอบรมจากระบบ e-Learning ไปยื่นที่สำนักงานแทนได้
- ใบรับรองแพทย์ (เฉพาะกรณีใบขับขี่ขาดเกิน 3 ปีเท่านั้น)

ขั้นตอนการต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี
1. จองคิวต่อใบขับขี่ล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ gecc.dlt.go.th:4447/web_booking/page/ โดยสามารถดูขั้นตอนการจองได้ ที่นี่

เว็บไซต์ gecc.dlt.go.th:4447/web_booking/page/
2. ไปที่สำนักงานขนส่งทางบกที่ทำการจองคิวไว้ โดยต้องไปให้ทันในเวลาที่นัดหมายไว้ ไม่งั้นต้องจองคิวใหม่อีกครั้ง
3. ตรวจสอบความรบถ้วนของเอกสาร แล้วนำยื่นต่อเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการ

ยื่นเอกสารกับเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการ
4. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ได้แก่
- ทดสอบตาบอดสี
- ทดสอบสายตาทางลึก
- ทดสอบสายตาทางกว้าง
- ทดสอบปฏิกิริยาเท้า (ความสามารถในการใช้เบรกเท้า)
5. เข้ารับการอบรม 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ ผู้ที่มีใบรับรองว่าผ่านการอบรมที่มีอายุไม่เกิน 90 วัน หรือผลผ่านการอบรมระบบ e-Learning สามารถข้ามขั้นตอนนี้ไปได้

อบรมใบขับขี่ออนไลน์
6. ชำระเงินค่าธรรมเนียม
- จักรยานยนต์ 255 บาท
- รถยนต์ 505 บาท
- กรณีที่มีการแก้ไข 50 บาท
7. ถ่ายรูป พิมพ์บัตร และรอรับบัตรใหม่

ถ่ายรูปพิมพ์บัตร

รับใบขับขี่ใหม่ (ที่ต่ออายุแล้ว) มาใช้
ทั้งนี้ หากใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องอบรมเพิ่มเป็น 2 ชั่วโมง พร้อมทดสอบสมรรถภาพร่างกาย แต่ถ้าใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี จะต้องดำเนินการใหม่ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย, เข้ารับการอบรม, สอบข้อเขียน และสอบขับรถ
ที่มา https://khaorot.com