อีกสี่ปี BMW เครื่องใหญ่จะสูญพันธุ์ ?

สืบเนื่องมาจากการปรับเปลี่ยนพลังงานขับเคลื่อน ทำให้ในอนาคตอันใกล้นี้ BMW จะลดจำนวนการผลิตเครื่องยนต์ลงครึ่งหนึ่งในอีกสี่ปีข้างหน้า แล้วอีกครึ่งที่ออกขายจะถูกแทนที่ด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นแผนงานที่ได้วางล่วงหน้าเอาไว้นานแล้ว และถูกเผยแพร่โดยสื่อมวลชนสายรถยนต์ของต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาของการปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน จากเครื่องยนต์ไปเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า ล่าสุดก็มีกระแสข่าวออกมาอีก เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2021

BMW Group ไม่ได้นับตัวเองในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ที่กำลังก้าวสู่ "พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด" ในทศวรรษหน้า ในความเป็นจริง หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ของ BMW Group ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมัน Klaus Froehlich ระบุว่า มีแผนที่จะนำเสนอเครื่องยนต์เบนซินต่อไปอย่างน้อย 30 ปี ข้างหน้า ตามข่าวยานยนต์ที่เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้ แต่ด้วยความที่จะต้องก้าวให้ทันกับอนาคตด้านพลังงานสะอาด ที่กำลังเดินทางมาถึงอย่างรวดเร็ว BMW ยังดำเนินการพัฒนายานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าหลากหลายขนาดและรูปแบบ ซึ่งจะมีรถยนต์ไฟฟ้าที่ครอบคลุมทั้งหมดอย่างน้อย 13 รุ่น ที่จะวางจำหน่ายภายในสิ้นทศวรรษนี้ ทั้งเอสยูวี ซีดาน ซาลูน คูเป้ และสปอร์ตคูเป้ 

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ จะนำไปสู่การสูญเสียเครื่องยนต์สันดาปภายในบางรุ่น ที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เมื่อปีที่ผ่านมา (2020) Klaus Froehlich ยอมรับว่า BMW Group จะทำการยุติสายการผลิตเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลบางส่วนลง เนื่องจากการเฉลี่ยต้นทุนในการพัฒนายานยนต์ EV ปัจจุบัน Oliver Zipse ประธานคณะกรรมการบริหารของ BMW ได้กำหนดคาบเวลาเอาไว้แล้ว ในการประชุมสามัญประจำปีของ BMW Group ในสัปดาห์นี้ Zipse กล่าวว่า จะทำการลดการผลิตเครื่องยนต์เผาไหม้หรือสันดาปภายในลง 50 เปอร์เซ็นต์ ในอีกสี่ปีข้างหน้า โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบสี่ตัว และเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.0 ลิตร ซึ่งอาจตามมาด้วยเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ที่ประจำการอยู่ในรถสปอร์ตรุ่นใหญ่กับรถเอสยูวีในตระกูล M แล้วแทนที่ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง เทอร์โบเดี่ยวหรือคู่ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ที่ให้แรงม้าและแรงบิดเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ V8 Bi Turbo ขนาด 4.4 ลิตร

“เรากำลังลดความซับซ้อนและการปล่อยมลภาวะ ด้วยการลดจำนวนการผลิต BMW เครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดใหญ่ลง โดยทำการปรับตัวเลขการผลิตให้มีจำนานน้อยลงไปเรื่อยๆ โดยมีเครื่องยนต์สายพันธุ์แรงอย่าง V12 ที่กำลังเดินมาถึงทางตัน  BMW จะพัฒนาเฉพาะเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กและขนาดกลาง ความจุไม่เกิน 3.0 ลิตร ซึ่งยังคงเป็นเครื่องยนต์ที่ต้องการของตลาดรถหรูในหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เน้นประสิทธิภาพระดับสูงในการขับเคลื่อนเท่านั้น Zipse กล่าว “ประมาณครึ่งหนึ่งของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ในปัจจุบัน จะไม่มีขายอีกต่อไปภายในปี 2568 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า (นั่นหมายถึงการยุติสายการผลิตเครื่อง 6.0 ลิตร V12 และในอนาคต อาจตามด้วยเครื่องยนต์ 4.4 ลิตร V8 เทอร์โบคู่) โดยเหลือไว้แค่เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร 6 สูบเรียง ทั้งเบนซินและดีเซล เนื่องจากเครื่องยนต์รุ่นดังกล่าว ยังสามารถพัฒนาให้สร้างแรงบิดได้เท่ากับเครื่องยนต์ที่มีความจุมากกว่า! และยังคงมีความต้องการในตลาดสูง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ การมุ่งไปที่เครื่องยนต์ 6 สูบเทอร์โบ จะช่วยทำให้ต้นทุนการพัฒนาและผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในขนาด 6 กระบอกสูบ ลดต่ำลง และใช้เงินทุนที่เหลือ ทุ่มเทให้กับการพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้า 

“เรากำลังคัดเลือกทีมวิศวกรรุ่นใหม่ สำหรับการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนไปเป็นยานยนต์ไฟฟ้า e-mobility การพัฒนานั้น ต้องขึ้นตรงกับความต้องการของลูกค้า ความเชี่ยวชาญและการจัดสรรในด้านความสามารถของการขับเคลื่อนแบบใหม่ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงหลักๆ ของ BMW ในอนาคต” Oliver Zipse ประธานคณะกรรมการบริหารของ BMW กล่าว

ประธานของ BMW Group ไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่า เครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินรุ่นใดต้องเผชิญกับการหั่นทิ้ง หรือยุติสายการผลิต แต่จากคำแถลงก่อนหน้าของ Froehlich หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ BMW มีการคาดกันว่า เครื่องยนต์ดีเซลควอดเทอร์โบ 3.0 ลิตร ที่ติดตั้งกับ X7 รุ่น M50d จะถูกยกเลิกสายการผลิตลง เนื่องจากเครื่องยนต์รุ่นนี้ 1 ตัว ในสายการผลิต มีต้นทุนในการพัฒนาและสร้างแพงเกินไป เครื่องยนต์รุ่นนี้ยังมีความซับซ้อนของระบบอัดอากาศอีกด้วย นอกจากนี้เครื่องยนต์เบนซิน V12 ขนาด 6.0 ลิตร ที่ติดตั้งอยู่ใน BMW Series-7 รุ่น M760Li xDrive จะถูกยุติสายการผลิตลงอีกเช่นกัน

Froehlich กล่าวว่า เครื่อง 6 ลิตร แบบ V12 จะถูกยกเลิก เนื่องจากยอดขายในปัจจุบันมีปริมาณที่ต่ำลงไปเรื่อยๆ และในอนาคตอันใกล้ การลงทุนพัฒนาเครื่องยนต์ V8 จะกลายเป็นเรื่องยาก ในการที่จะปรับจูนให้มันผ่านค่ามลพิษที่เข้มงวดกวดขันมากขึ้นเรื่อยๆ พูดให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นก็คือ การที่จะทำให้เครื่อง V8 4.4 ลิตร ผ่านมลพิษที่เข้มงวดในอนาคต จะมีต้นทุนที่สูงมาก 

เห็นได้ชัดว่า ในอนาคต BMW จะยกเลิกสายการผลิตเครื่องยนต์ที่มีกระบอกสูบมากกว่าหกสูบ ซึ่งยังคงมีวางขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ปัจจุบัน โดยเหลือแค่เครื่องยนต์ 4 สูบและ 6 สูบ เทอร์โบเดี่ยว หรือทวินเทอร์โบเท่านั้นที่ได้ไปต่อ โดย BMW ยังมีการพัฒนาเครื่องสันดาปภายในอย่างต่อเนื่อง จนกว่ารถไฟฟ้าของ BMW จะแพร่หลาย และทำให้ความต้องการรถยนต์  BMW ที่วางเครื่องยนต์สันดาปภายในสิ้นสุดลง.

ที่มา : อีกสี่ปี BMW เครื่องใหญ่จะสูญพันธุ์ ? (thairath.co.th)

 

 

 

 

 

อ่านต่อ


Total View: 318
Post Date: 18 May 2021


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้