กรมการขนส่งทางบก เตือน !!! เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ขณะฝนตก

 

จิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน 5-8 ตค. ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง อีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้  กทม. และปริมณฑล รับมือฝนตกหนักอีกรอบเฉลี่ย 60-80 % ของพื้นที่ ส่งผลทำให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง และอาจเกิดน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ ซึ่งการขับรถในสภาพดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนนมาก กว่าปกติ เนื่องจากสภาพถนนเปียกลื่น และอาจมีน้ำท่วมขัง ทำให้ประสิทธิภาพในการทรงตัว และยึดเกาะถนนของรถลดลง รวมถึงทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน ดังนั้น เพื่อป้องกัน และลดความเสี่ยงจากอุบัติ เหตุที่อาจจะเกิดขึ้นบนท้องถนนใน กรมการขนส่งทางบก แนะนำให้ผู้ขับขี่รถเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ขณะฝนตก และในพื้นที่น้ำท่วม โดยให้หมั่นตรวจสอบความพร้อมของรถอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะที่ปัดน้ำฝน สภาพยางปัดน้ำฝนต้องสามารถรีดน้ำบนกระจกได้ดี เพื่อทัศนวิสัยในการมองเห็นที่ชัดเจนขณะขับรถในช่วงฝนตก สภาพยางต้องมีสภาพดี ไม่มีรอยฉีกขาด บวม ดอกยางต้องไม่สึกหรอ มีความลึกพอที่จะสามารถยึดเกาะถนน และรีดน้ำได้เป็นอย่างดี เมื่อต้องขับรถขณะที่มีฝนตก และถนนเปียกลื่น หากยางรถเสื่อมสมรรถภาพมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ รวมทั้งตรวจเชคระบบเบรค ซึ่งต้องสามารถหยุดรถได้ในระยะทางที่ปลอดภัย  หากมีเสียงดังขณะเหยียบเบรค รถมีอาการปัด เหยียบแป้นเบรคไม่ลง หรือมีสัญลักษณ์ไฟระบบเบรกค้างบนหน้าปัด ควรนำรถเข้าตรวจสภาพให้ช่างตรวจสอบระบบเบรคเพื่อความปลอดภัย และเชคระบบไฟรถยนต์ โดยต้องมีแสงไฟส่องสว่างทุกดวง และสามารถให้แสงสัญญาณได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงฝนตก

IMG_5938 (2)

นอกจากตรวจสอบความพร้อมของรถอย่างสม่ำเสมอแล้วการขับขี่ขณะฝนตกผู้ขับขี่ต้องใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับทัศนวิสัยการมองเห็น และต้องหมั่นสังเกตสภาพถนนให้มากขึ้น เพราะเมื่อฝนตกหนักนอกจากถนนเปียกลื่นแล้ว ยังอาจมีน้ำขังบนพื้นผิวจราจร หากรถขับด้วยความเร็วสูง เมื่อยางปะทะกับน้ำที่ขังบนพื้นผิวจราจร อาจทำให้รถเกิดอาการเหินน้ำ ไม่ยึดเกาะถนน จนไม่สามารถควบคุมรถได้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงได้ เปิดที่ปัดน้ำฝน โดยปรับระดับความเร็วตามปริมาณของฝนที่ตกลงมาเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ เพื่อให้มีระยะเบรคมากขึ้น เปิดไฟหน้ารถทันทีเมื่อฝนตกหนัก เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นได้ชัดเจน หากมีความจำเป็นต้องขับขี่บริเวณที่น้ำท่วมขังให้สังเกตระดับความลึกจากรถคันหน้า หรือขอบทางเท้า และสำหรับรถจักรยานยนต์ หากฝนตกหนักควรหาที่จอดรถที่เหมาะสม ปลอดภัย และรอจนฝนเบาลงก่อนจึงเดินทางต่อกร ณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินรถเสีย ประสบอุบัติเหตุ จำเป็นต้องจอดข้างทาง พยายามเคลื่อนรถให้พ้นทางเดินรถ ถ้าจำเป็นต้องจอดในทางเดินรถ ควรจอดในลักษณะที่ไม่กีด ขวางการจราจร จอดรถให้ชิดไหล่ทางมากที่สุด เปิดสัญ ญาณไฟฉุกเฉิน หรือเปิดไฟเหลืองกระพริบ เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นมองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ในส่วนของเจ้าของรถที่เกิดกรณีแผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายทะ เบียนรถทดแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งความโดยติดต่อยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่ง ที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ

แนะนำให้ผู้ขับขี่รถเพิ่มความระมัดระวังใ

ที่มา : กรมการขนส่งทางบก เตือน !!! เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ขณะฝนตก (autoinfo.co.th)

 

 

 

 

 

อ่านต่อ


Total View: 748
Post Date: 10 Oct 2022


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้