10 รถยนต์ประหยัดน้ำมันที่สุดในปี 2023 รุ่นไหนดี ราคาถูก

เรารวมมาให้แล้ว ที่สุดของรถยนต์ประหยัดน้ำมัน ในปี 2023 ราคาเอื้อมถึง พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ว จะมีรุ่นไหนบ้างมาดูกัน

รถยนต์ประหยัดน้ำมัน ราคาถูก ปี 2566 ยี่ห้อไหนดี

Suzuki Swift

รถยนต์ประหยัดน้ำมัน Eco car ขนาดเล็กและได้รับความนิยมจนถึงทุกวันนี้ คงหนีไม่พ้น Suzuki Swift ที่มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาเพียงเล็กน้อย แต่ก็ซิ่งได้แบบไม่เกรงใจใคร มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส K12M แบบเบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่หรือ DUALJET ให้กำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E20 ทำงานคู่กับ เกียร์อัตโนมัติ CVT

เป็นรถเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ที่ให้ความรู้สึกในการขับขี่เหมือนรถ 1.5 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเปลือง ตัวเลขจากโรงงาน 23 กิโลเมตร/ลิตร เมื่อทดสอบจริง ให้ตัวเลขที่ใกล้เคียงมาก อยู่ที่ประมาณ  16 - 20 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าประหยัดมากๆ แถมราคามือสองก็อยู่ที่ประมาณ 3 - 4 แสนเท่านั้น

จุดเด่นของ Suzuki Swift

  • หน้าตาที่ล้ำสมัย มีไฟหน้า-ท้าย LED ขนาดกำลังพอดี
  • ช่วงล่างที่หนึบ เข้าโค้งดีไม่มีหลุด
  • อัตราการประหยัดน้ำมันที่ทำได้ใกล้เคียงที่เคลมจากโรงงาน
  • ราคามือสองเริ่มต้นเพียง 3 แสน
  • ฟีลลิ่งการขับขี่ที่เหมือนรถยนต์ 1.5 ลิตร

 

Nissan Almera 1.0 Turbo

อีกหนึ่งคันที่มาแรงแซงทุกค่าย นั่นก็คือ Nissan Almera ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.0 Turbo และออปชันระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์รอบคัน Blind Spot Monitoring กล้อง 360 องศา เหมาะกับมือใหม่ที่กำลังมีรถคันแรกที่ยังขับรถไม่เก่ง มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ครบครัน ทำให้ลดการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี

และอีกหนึ่งข้อดีนั่นก็คือ เป็นรถที่ประหยัดน้ำมันแบบสุดๆ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าเอาเรื่องเลยทีเดียว ห้องโดยสารออกแบบมาดูลงตัว ดูแล้วเรียบหรูไม่อึดอัด เบาะที่ใช้เป็นเบาะผ้า โดดเด่นด้วยมาตรวัดแบบเรืองแสง Fine Vision Meter แบบ Digital หน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว

จุดเด่นของ Nissan Almera 1.0 Turbo

  • มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ครบครัน เช่นกล้อง 360 องศา BSM
  • หน้าตาล้ำสมัย ไฟหน้าโฉบเฉี่ยวมาแบบ Full LED
  • ขนาดกำลังดี หาที่จอดง่าย เหมาะมากสำหรับขับในเมือง
  • อัตราประหยัดน้ำมัน 23.3 กิโลเมตร/ลิตร
  • มีเทอร์โบ ช่วยให้การขับขี่สนุกสนานยิ่งขึ้น

 

Mazda2 Hatchback 1.3 XDL Sports

Mazda 2 รุ่น XDL Sports คือ รุ่นที่ใส่ฟังก์ชันมาให้แบบคุ้มค่าที่สุดในราคา 3 - 4 แสนบาท ออปชันจัดเต็มสู้รถรุ่นใหม่ๆ ได้แบบสบายๆ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.3 ที่ให้กำลังมาแบบพอเหมาะพอดีกับช่วงล่างที่ขึ้นชื่อว่าเป็นช่วงล่างที่ดีที่สุดในบรรดาอีโคคาร์ด้วยกัน ช่วยให้การขับขี่มีความคล่องตัว เน้นความเฟิร์ม ไม่เน้นนุ่ม อัตราประหยัดน้ำมันอยู่ที่ 26.3 กิโลเมตร/ลิตร

ใครที่เท้าหนัก ก็ขยับไปใช้เครื่องยนต์ 1.5 ดีเซลได้ เพราะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีกว่า เน้นขับทางไกล ขึ้นเขาลงห้วยได้แบบสบายๆ ถึงแม้ว่าจะเก็บสัมภาระได้น้อย แต่ถ้าเรื่องการขับขี่ในระยะทางไกล ถือว่าเป็นรถที่ไว้ใจได้แน่นอน ไม่มีงอแง

จุดเด่นของ Mazda2 Hatchback 1.3 XDL Sports

  • ช่วงล่างที่เฟิร์ม ยืนหนึ่งเรืองสมรรถนะในการขับขี่ ในกลุ่มอีโคคาร์ด้วยกัน
  • เครื่องยนต์ Skyactiv 1.3 และ 1.5 ที่ไว้ใจได้ ขึ้นเขาลงห้วย ขับรถเดินทางไกลได้แบบสบายๆ
  • อัตราประหยัดน้ำมันอยุ่ที่ 26.3 กิโลเมตร/ลิตร
  • มีเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับคนเท้าหนัก
  • หน้าตาคลาสสิกไม่ตกยุค

 

Honda City 1.0 Turbo

Honda City คืออีกหนึ่งคันที่มักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับ Nissan Almera 1.0 Turbo เพราะมาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบเหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงที่การขับขี่ ที่ซิตี้จะเน้นไปทางความเร็วต้น เหยียบเป็นมา เร็วแบบสั่งได้ เทียบกับ Almera ความเร็วต้นจะช้า แต่ความเร็วปลายกินขาด ใครที่ชอบมุดชอบแซงเราขอแนะนำ Honda City จะเหมาะกับคุณมากกว่า ยืนหนึ่งเรื่องการขับขี่ แม้ออปชันจะน้อยกว่า แต่ถ้าขับเก่งแล้วก็ไม่มีปัญหา

ส่วนอีกหนึ่งข้อดีคือ มาพร้อม Adaptive Cruise Control และ Honda Sensing เหมาะสำหรับมือใหม่ขับทางไกลเก่งๆ รถคันนี้ก็มีกำลังมากพอที่จะขับทางไกลได้เช่นเดียวกัน ส่วนอัตราการประหยัดน้ำมันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 20 กิโลเมตร/ลิตร

จุดเด่นของ Honda City 1.0 Turbo

  • ตีนต้นมาแรง เหยียบเป็นมา เอาใจขาซิ่ง
  • พับเบาะแล้วจุของได้เยอะ พับเบาะได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
  • มีเทอร์โบ ขับสนุก มุดได้
  • ขึ้นชื่อว่าเป็นซิตี้คาร์ แต่ขับทางไกลไว้ใจได้
  • หน้าตาที่ล้ำสมัยกว่าใคร

 

Toyota Yaris Ativ 

ถึงแม้ว่าจะอยู่ทนอยู่นานมาเป็นเวลา 10 ปี แต่เรื่องความอึดถึกทนของเครื่องยนต์ต้องยกให้พี่เขาเลย ไม่เน้นขับซิ่ง ไม่เน้นระบบช่วยเหลือ แต่เน้นการดูแลหลังการขายและความทนของเครื่องยนต์ที่ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าทุกค่าย ไม่จุกจิกเพราะไม่มีเทอร์โบ ใช้ได้ยาวๆ ขับอย่างเดียวไม่ต้องคิดเยอะ รถช้าหน่อยไม่เป็นไร เน้นขับเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก อัตราการประหยัดอยู่ที่ 23 กิโลเมตร/ลิตร เท่านั้น

ข้อดีของ Toytota Yatis Ativ และรุ่น Hatchback คือขนาดห้องโดยสารที่กว้างกว่าคู่แข่งแบบขาดลอย ตอบโจทย์คนไทย ที่ชอบห้องโดยสารโปร่งโล่งสบาย มาพร้อมเครื่องยนต์และเกียร์ที่ทำงานคู่กันแบบอึดไม่เกรงใจใคร ใช้ได้อีกยาวๆ ประมาณ 10 ปีก็ยังไหว

จุดเด่นของ Toyota Yaris Ativ

  • อัตราน้ำมันสิ้นเปลือง 23 กิโลเมตร/ลิตร
  • ห้องโดยสารกว้างขวาง
  • เครื่องยนต์และเกียร์ที่อึดถึกทน ใช้ทนใช้นานไปอีกหลายปี
  • บริการหลังการขายที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าค่ายอื่น

 

รถยนต์ประหยัดน้ำมัน ประเภทไฮบริด น่าซื้อ ปี 2566

Honda HR-V e:HEV 

มาดูรถใหญ่กันบ้างกับ Honda HR-V e:HEV ที่ยืนหนึ่งเรื่องประหยัดน้ำมัน ที่ทำอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ หรือ 25.6 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าโหดเอาเรื่อง มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ในรุ่น EL การขับขี่จะออกไปทางนุ่มนวล มีโยนบ้างเล็กน้อยเวลาเจอลูกละนาด เหมาะกับเป็นรถครอบครัวที่ไม่เน้นซิ่งแต่ถ้าอยากเป็นพ่อบ้านใจกล้าละก็ เราขอแนะนำตัว RS เพราะมาพร้อมพวงมาลัยไฟฟ้า ที่ติดมือและทันใจกว่า มาพร้อมช่วงล่างที่เฟิร์มยิ่งขึ้น เกาะถนนได้แบบสบายๆ ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ได้เป็นอย่างดี

ห้องโดยสารภายใน มีข้อเสียเพียงจุดเดียวคือหลังคาที่เตี้ยกว่ารุ่นอื่นๆ ทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นค่อนข้างแปลกตา แต่ถ้าเป็นคนตัวเล็ก หรือมีส่วนสูงไม่เกิน 180 เซนติเมตร ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดี พื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังค่อนข้างกว้าง ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนด้านหน้า มาพร้อมช่องเสียบ USB 2 ช่อง แยกซ้ายขวาดูเป็นระเบียบ พับเบาะได้สองแบบ จะเป็นรถครอบครัวก็ได้ หรือรถสำหรับสาวๆ ก็ถือว่าตอบโจทย์

จุดเด่นของ Honda HR-V e:HEV 

  • มีความสปอร์ตที่มากกว่ารถในเซกเมนต์เดียวกัน
  • พับเบาะได้หลากหลายรูปแบบ เก็บของได้เยอะ
  • ช่วงล่างที่สามารถเลือกได้ว่า จะเน้นซิ่ง หรือเป็นรถครอบครัว
  • อัตราการประหยัดน้ำมันที่ทำได้ถึง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร

 

Toyota C-HR

นี่คือรถที่ขับดีที่สุดที่ Toyota เคยมีมา ได้รับคำชมจากทุกสำนักว่าเป็นรถที่มีช่วงล่างระดับเดียวกับรถยุโรป บวกกับหน้าตาที่ล้ำสมัย ทำให้รุ่นนี้ครองใจใครหลายๆ คน ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นรถตลาดที่เหมาะสำหรับครอบครัว แต่เหมาะมากกับคนที่ชอบขับรถเป็นชีวิตจิตใต เพราะการขับขี่ที่ไว้ใจได้ บวกกับเครื่องยนต์ 1.8  Hybrid ที่ช่วยเรื่องประหยัดน้ำมัน ทำให้ Toyota CH-R ยังคงได้รับความนิยมอยู่จนถึงทุกวันนี้  

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันทำได้สูงสุด 25 กิโลเมตร/ลิตร ผิดคาดมากๆ สำหรับรถที่มีออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่ดีขนาดนี้  ถึงแม้ว่าภายในจะจุของได้น้อย และความอเนกประสงค์ไม่มากนัก แต่เรื่องระบบช่วยเหลือความปลอดภัยในการขับขี่ในรุ่นท็อป ถือว่าจัดให้แบบเต็มสูบ ไม่มีกั๊กเลยทีเดียว

จุดเด่นของ Toyota C-HR

  • ช่วงล่างและสมรรถนะการขับขี่อยู่ระดับเดียวกันกับรถยุโรป
  • เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ขับไปได้ทุกที่ทั่วไทย
  • เครื่องยนต์ไฮบริด ที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 25 กิโลเมตร/ลิตร
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็มในรุ่นท็อป
  • หน้าตาที่ล้ำสมัย ไม่ตกยุค

 

MG HS PHEV

MG HS PHEV เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid มีพละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร มีระบบเกียร์แบบ EDU II – 10 สปีด

มาพร้อมแบตเตอรี Lithium-Ion แบบ 6 โมดูล ขนาด 16.6 kWh ขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% สูงสุดถึง 67 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ช่วยให้เราไม่ต้องใช้น้ำมันให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย แต่เปลี่ยนเป็นใช้ระบบไฟฟ้าในการขับเคลื่อนแทน ดังนั้น จึงทำให้อัตราการประหยัดน้ำมันอยู่ที่ 19.55 กิโลเมตร/ลิตร เท่านั้น

จุดเด่นของ MG HS PHEV

  • ภายในที่ล้ำสมัยกว่ารถในเซกเมนต์เดียวกัน
  • ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนแทน 
  • เกียร์แบบ 10  สป

 

Mitsubishi Outlander PHEV

Mitsubishi Outlander PHEV เป็นรถประหยัดน้ำมันอีกหนึ่งรุ่นที่มาพร้อมการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC ขนาด 2,359 ซีซี กำลังสูงสุด 128 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 199 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังรวม 305 แรงม้า แบตเตอรี่ Lithium-ion 300 volts ความจุ 13.8 kWh ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD 

อ่านสเปกเบื้องต้นแล้ว เห็นเครื่องแรงแบบนี้ แต่จริงๆ แล้วอัตราการสิ้นเปลืองประหยัดน้ำมันถึง 20 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว อีกหนึ่งข้อดีคือเป็นรถขนาดใหญ่เทียบเท่า Honda CR-V และ Mazda CX-5 แต่รถคันนี้เป็นรถสายลุย ตอบโจทย์ในเรื่องของการขนของ กางเต็นท์ ตั้งแคมป์เสียมากกว่า

จุดเด่นของ Mitsubishi Outlander PHEV

  • มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4WD
  • ชาร์จไฟฟ้า Fast Charge 0-80% ใช้เวลา 25 นาที
  • วิ่งได้ระยะทางไกลสุด ด้วยไฟฟ้าล้วน 55 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP)
  • ภายในกว้างขวาง พื่นที่ใช้สอยเยอะ
  • สามารถเลือกใช้ได้ 2 ระบบ ไฟฟ้ากับน้ำมัน
 

Haval Jolion Hybrid

Haval Jolion Hybrid SUV ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 190 แรงม้า ให้แรงบิดรวมสูงสุด 375 นิวตันเมตร ใช้งานร่วมกันกับระบบเกียร์แบบ DHT เมื่อทํางานร่วมกับเครื่องยนต์ไฮบริด ทำอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 23.8 กิโลเมตร/ลิตร

เห็นคันใหญ่แบบนี้ แต่มาพร้อมระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชันบีม (Torsion Beam) พร้อมเหล็กกันโคลง ที่ช่วยให้มีการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าจะออกแบบมาเอาใจพ่อบ้านและแม่บ้านก็ตาม

จุดเด่นของ Haval Jolion Hybrid

  • หน้าจอ Touch Screen Audio Display ความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว
  • ลำโพงจำนวน 6 ตัว พร้อม Multi Information Display ความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้ว
  • หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า Head-up Display ล้ำกว่าเจ้าอื่น
  • ห้องโดยสารภายในสวยงามสไตล์ Luxury

 

ที่มา : 10 รถยนต์ประหยัดน้ำมันที่สุดในปี 2023 รุ่นไหนดี ราคาถูก - เรื่องเด่น | One2car

 

 

 

 

 

 

อ่านต่อ


Total View: 256
Post Date: 02 Mar 2023


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้