วิธีนับอายุรถตรวจสภาพ ก่อนต่อภาษีรถยนต์ประจำปี
วันนี้เรามี วิธีนับอายุรถตรวจสภาพมาฝากให้ทุกคนได้รู้กัน เผื่อใครที่เพิ่งมีรถยนต์คันแรกยังไม่รู้ว่าหากต้องการนับอายุรถควรนับยังไงเพื่อไปตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษี ขอบอกเลยว่าเป็นวิธีที่เข้าใจง่ายมากๆ เลยแหละ
แน่นอนว่าเมื่อเพื่อนๆ มีรถยนต์ที่ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ออกใหม่มือหนึ่ง หรือเป็นรถยนต์มือสองที่ซื้อต่อมา ก็ต้องไปทำการตรวจสภาพรถยนต์เพื่อต่อภาษีกันอยู่แล้วไม่ว่าจะต่อภาษีตามสถานที่ต่างๆ หรือต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ แต่สำหรับใครที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องของการนับอายุรถนั้น ก็มาดูวิธีนับอายุรถกันเลยดีกว่า ว่าเขาเริ่มนับจากตรงไหนกัน
ตรวจสภาพรถ 7 ปี นับยังไง?
โดยวิธีนับอายุตรวจสภาพรถนั้น จะต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก จนไปถึงวันหมดอายุภาษีประจำปี (ครบกำหนดชำระภาษีประจำปี) ถึงแม้ว่ารถยนต์ของเรานั้นจะยังมีอายุไม่ถึง 7 ปี แล้วอยากต่อภาษีล่วงหน้าเป็นเวาลา 30 วัน ก็สามารถนำรถมาตรวจสภาพได้ก่อนเช่นกัน เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกจะทำการนับรวมทั้งปี และจะถือว่าปีนั้นรถของเราก็ครบ 7 ปี แล้วนั่นเอง
ต้วอย่างที่ 1
รถยนต์ของเราจดทะเบียนในปี 2559 และซึ่งตอนนี้คือปี 2566 แล้วถึงกำหนดที่ต้องเสียภาษีประจำปีพอดี นั่นแสดงว่ารถของเรานั้น มีอายุครบ 7 ปีพอดี เมื่อมีอายุครบ 7 ปีแล้ว เราจะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพก่อนที่จะนำไปต่อภาษีนั่นเอง
ต้วอย่างที่ 2 (กรณีที่ต้องการต่อภาษีล่วงหน้า)
หากเรารู้แล้วว่ารถของเรานั้นจะมีอายุเข้าปีที่ 7 ในอีก 30 วันข้างหน้า แต่เรากลัวลืมเลยอยากที่จะทำการต่อภาษีประจำปีล่วงหน้า ก็สามารถนำรถเข้าไปตรวจสภาพได้ก่อนเช่นกัน โดยที่ไม่ต้องรอให้ครบ 7 ปีเต็ม จากนั้นก็นำใบตรวจสภาพรถไปต่อภาษีในเดือนถัดไป
เกร็ดความรู้เล็กๆ เราสามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ก่อนวันที่จะหมดอายุล่วงหน้า 90 วัน หรือ 3 เดือน
ข้อควรรู้ก่อนทำการต่อภาษีรถประจำปี
-
หากมีการต่อภาษีประจำปีช้ากว่ากำหนด ถึงแม้ว่าจะแค่ 1 วันก็ตาม ทางกฎหมายมีการระบุว่าเป็นการขาดการต่อภาษีรถยนต์เช่นกัน ซึ่งจะนับเวลาตั้งแต่ 1-3 ปี และต้องเสียค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน ซึ่งหมายความว่ายิ่งต่อภาษีช้าค่าปรับก็จะยิ่งเพิ่มนั่นเอง
-
ในกรณีที่ขาการต่อภาษีประจำปีเป็นเวลามากกว่า 3 ปีนั้น ป้ายทะเบียนรถยนต์ของเราก็จะถูกยกเลิกไป จะต้องนำป้ายทะเบียนเดิมไปคืนให้กับกรมการขนส่งทางบก แล้วทำการเสียค่าปรับที่ทางกรมขนส่งทางบกคิด (ร้อยละ 1 ต่อเดือน) ถึงจะได้ป้ายทะเบียนรถใหม่มา แล้วถึงจะไปต่อภาษีประจำปีตามปกติได้
-
หากเป็นรถยนต์ที่อายุไม่ถึง 5 ปี ไม่จำเป็นต้องตรวจสภาพ แต่ถ้ามีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป จำเป็นต้องทำการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนจึงจะต่ออายุภาษีรถยนต์
-
การต่อภาษีรถยนต์นั้นจำเป็นที่จะต้องทำการต่อ พรบ. รถยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับก่อน
ชำระภาษีรถยนต์ ที่ไหน
- กรมขนส่งทางบก
- สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ ในกรณีที่ไปชำระภาษีรถยนต์ที่สำนักงานขนส่งนั้น ไม่ว่าเราจะจดทะเบียนรถไว้ที่จังหวัดไหนก็ตาม เราสามารถยื่นเอกสารเพื่อชำระภาษีรถได้ที่สำนักงานขนส่งทุกพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องเป็นจังหวัดที่เราจดทะเบียนไว้
- ที่ทำการไปรษณีย์
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
- เคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ หรือ ต่อภาษีรถยนต์ 7-11 หากต้องชำระที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส จะต้องเป็นรถที่มีอายุไม่เกิน 7 ปีเท่านั้น และรถจักรยานยนต์ที่อายุไม่เกิน 5 ปี
- แอปพลิเคชัน mPay , TrueMoney Wallet และ DLT Vehicle Tax
- ทางเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก >> https://eservice.dlt.go.th/
รถยนต์อายุเกิน 7 ปี ชำระภาษีออนไลน์ มีเงื่อนไขอะไรบ้าง
-
เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1), รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2),รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3) และรถจักรยานยนต์ (รย.12) ที่จดทะเบียนทุกจังหวัด
-
รถประเภท รย.1, รย.2 และ รย.3 ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปีนับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก และรถ รย. 12 ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี นับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก ต้องผ่านการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อนชำระภาษี
-
รถประเภท รย.1, รย.2 และ รย.3 ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 2,200 กิโลกรัม หรือที่ไม่ต้องขอรับความเห็นชอบก่อนชำระค่าภาษีประจำปี
-
รถที่ค้างชำระค่าภาษีประจำปี เกิน 1 ปี ต้องผ่านการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อนชำระภาษี
-
ไม่ใช่รถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (แก๊ส) ทุกชนิดเป็นเชื้อเพลิง
-
เป็นรถที่มีสถานะทางทะเบียน หรือไม่ถูกระงับทะเบียนเนื่องจากค้างชำระภาษีประจำปี ติดต่อกันครบ 3 ปี
-
ไม่ใช่รถที่ได้รับการยกเว้นค่าภาษีประจำปี
-
ไม่ใช่รถที่ถูกอายัดทะเบียน
ที่มา : วิธีนับอายุรถตรวจสภาพ ก่อนต่อภาษีรถยนต์ประจำปี - เรื่องเด่น | One2car