ซื้อรถแล้วผ่อนไม่ไหว ขอคืนรถได้หรือไม่

ผ่อนรถไม่ไหว ทำไง ต้องคืนรถหรือไม่? มาประเมินกัน ถ้าคืนรถให้ไฟแนนซ์โดยไม่เสียส่วนต่าง ต้องทำยังไง บทความนี้มีคำตอบ
ผ่อนรถไม่ไหว คืนรถได้ไหม
ที่ผ่านมาเราอาจเห็นข่าวหนี้รถยนต์พุ่งจนคนผ่อนรถไม่ไหว ทำให้หลายคนตัดสินใจคืนรถ แต่สิ่งที่สำคัญที่ต้องมีนั่นก็คือ “สัญญาเช่าซื้อ” ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าเราจะต้องเสียส่วนต่างหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสัญญาเช่าซื้อฉบับนี้ ถ้าในสัญญามีระบุไว้ว่าอะไร เราจะขอแบ่งออกมาเป็นสองกรณี ได้แก่
1. กรณีเป็นคนประวัติดี (จ่ายค่ารถทุกงวด)
กรณีผ่อนรถไม่ไหว แต่ไม่เคยผิดชำระหนี้หรือค้างชำระค่างวด สามารถคืนรถให้ไฟแนนซ์โดยไม่เสียส่วนต่าง เพียงแค่ติดต่อไฟแนนซ์และทำเรื่องคืนรถได้ทันที โดยจะดำเนินงานในรูปแบบยกเลิกสัญญา เมื่อยกเลิกแล้วจะมีผลทันที ไม่จำเป็นต้องผ่อนต่อ สามารถจบได้เลย
2. กรณีประวัติไม่ดี (ขาดส่งค่างวดรถ)
กรณีผ่อนรถไม่ไหวและค้างส่งค่างวด 3 เดือน จะโดนยึดรถและอาจมีภาระหนี้ผูกพันธ์ตามมา เพราะในสัญญาระบุว่า “ผู้ให้เช่าซื้อยินยอมให้ผู้เช่าซื้อยกเลิกสัญญาได้โดยส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืน พร้อมเคลียร์ค่างวดที่ค้างชำระทั้งหมดและยินยอมรับผิดในกรณีนำรถออกขายรถขาดราคา”
ในกรณีนี้จึงมีความจำเป็นจะต้องชำระหนี้ที่เหลือ และถ้าไม่ปฏิบัติตามสัญญา เช่น ติดต่อไม่ได้ เกินในระยะเวลาที่กำหนด จะมีหมายศาลตามมา เพราะฉะนั้น ผู้เช่าซื้อควรเข้าพบเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย และบอกไปตรงๆ ว่าติดปัญหาอะไรที่ทำให้เราผ่อนรถไม่ไหว

วิธีประเมินว่าควรคืนรถยนต์หรือไม่
1. ดูค่าใช้จ่ายแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
เพราะรถยนต์มีค่าใช้จ่ายรอบตัวที่เราต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็น
- ค่าทางด่วน
- ค่าจอดรถ
- ค่าน้ำมัน
- ค่าประกันรายปี
- ค่าต่อภาษีและ พ.ร.บ.
- ค่าตรวจเช็กสภาพรายปี
- ค่าบำรุงรักษารถยนต์ กรณีแบตเตอรีรถยนต์เสื่อม ยางรถเสื่อมสภาพ หรือค่าถ่ายน้ำมันเครื่องและตัวกรองต่าง ๆ ในรถยนต์ ฯลฯ
2. อย่ามองรายได้ในอนาคต ให้มองรายจ่ายปัจจุบัน
เพราะรายได้ในอนาคตนั้นไม่แน่นอน แต่รายจ่ายนั้นรออยู่แล้วๆ ต้องประเมินรายจ่ายในแต่ละเดือนให้ดี ถ้ามองดูแล้วในอีก 3 เดือน เราไม่สามารถจ่ายได้ เพราะตกงาน หรือเจ็บป่วยทำให้ขาดรายได้ ให้ติดต่อเพื่อขอคืนรถให้เร็วที่สุด
3. มองถึงความจำเป็นจริงๆ
ให้ถามตัวเองว่าเรามีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้รถยนต์เพื่อเดินทาง ถ้าไม่มีความจำเป็น เพราะในแต่ละเดือนมีโอกาสใช้รถแค่ไม่กี่วัน ลองเปลี่ยนเป็นวิธีย้ายไปอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานได้หรือไม่ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไป
4. ถ้าประเมินแล้วไม่ไหวให้รีบคืนรถ
หลังจากดูทิศทางการเงินในอนาคตแล้ว ไม่สามารถจ่ายไหว ให้เราคืนรถไปได้เลย อย่ารอให้ถึงขั้นมายึดรถไป เพราะจะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต
คืนรถให้ไฟแนนซ์ เสียเครดิตไหม ?
"การขอคืนรถคือการยกเลิกสัญญา จึงไม่เสียประวัติเครดิตบูโร" เว้นแต่ว่าจะผ่อนรถไม่ไหวจนปล่อยให้รถถูกยึด มีการค้างค่างวด แบบนี้จะเสียเครดิตบูโรได้

ผ่อนรถไม่ไหว ทำยังไงได้บ้าง
1. ขอปรับโครงสร้างหนี้กับไฟแนนซ์
หากผ่อนรถไม่ไหวแต่ไม่อยากคืนรถ แนะนำให้ติดต่อไฟแนนซ์เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งทางไฟแนนซ์จะเสนอวิธีการช่วยเหลือ เช่น ปรับลดค่างวด ยืดระยะเวลาในการผ่อนชำระให้นานขึ้น บางที่อาจจะเสนอการผ่อนชำระแบบขั้นบันได โดยการผ่อนน้อยในช่วงที่ขาดสภาพคล่อง และผ่อนมากขึ้นในช่วงที่ปัญหาการเงินเบาลง แต่วิธีนี้อาจจะต้องเจอกับดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น จึงไม่ค่อยเวิร์กในระยะยาว
ทางที่ดี เมื่อรู้ตัวแล้วว่าผ่อนรถไม่ไหว อย่าปล่อยให้ค้างชำระค่างวดเด็ดขาด เพราะจะทำให้เสียเครดิตบูโร เป็นไปได้ให้รีบติดต่อไฟแนนซ์เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้โดยเร็ว

2. รีไฟแนนซ์
อีกหนึ่งวิธีแก้ปัญหาสำหรับคนที่ผ่อนรถไม่ไหวแต่ไม่อยากคืนรถ ให้เรารีไฟแนนซ์แทน เพราะจะช่วยให้อัตราดอกเบี้ยถูกลง ผ่อนต่องวดน้อยลง หรือผ่อนได้นานขึ้น โดยจะเลือกรีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิมหรือเปลี่ยนธนาคารก็ได้ หากกู้เพิ่มยังอาจมีโอกาสได้เงินส่วนต่างจากการรีไฟแนนซ์มาใช้จ่ายอีกด้วย
ผ่อนรถกี่ปีถึงจะรีไฟแนนซ์ได้
ผ่อนรถไม่ถึง 1 ปีหรือปีเดียวสามารถรีไฟแนนซ์ได้ แต่ขึ้นอยู่กับความคุ้มค่าและการประเมินของสถาบันการเงิน หากรีไฟแนนซ์แล้วสัญญาใหม่ไม่ได้ต่างจากอันเก่ามาก หรือยอดปิดพอ ๆ กับเงินประเมิน แบบนี้ถือว่าไม่คุ้ม เพราะการรีไฟแนนซ์มักมีค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการด้วย ยิ่งถ้าไฟแนนซ์ประเมินรถให้คุณต่ำกว่ายอดปิด แน่นอนว่าไม่สามารถรีไฟแนนซ์ได้
รถผ่อนมา 2 ปี รีไฟแนนซ์ได้ไหม
หากผ่อนรถมา 2 ปีแล้ว ถ้ากรณีที่ดาวน์สูง ผ่อนสั้น มีโอกาสที่จะรีไฟแนนซ์ผ่านมากกว่า แต่ถ้าดาวน์ต่ำ ผ่อนยาว โอกาสรีไฟแนนซ์ผ่านจะน้อยมาก

3. เปลี่ยนสัญญา
1. จ่ายสดเต็มจำนวน
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปิดจบ โดยผู้ที่ซื้อรถต่อจะต้องจ่ายเงินสด เพื่อให้เรานำเงินก้อนนี้ไปปิดไฟแนนซ์ จากนั้นให้ไฟแนนซ์โอนกรรมสิทธิ์รถไปให้ผู้ซื้อคนใหม่นั่นเอง
ยกตัวอย่าง ตกลงซื้อขายรถ 400,000 บาท แต่รถติดไฟแนนซ์อยู่ 300,000 บาท ผู้ซื้อต้องนำเงินปิดยอด 300,000 บาท อีก 100,000 บาท ต้องจ่ายให้ผู้ขายซึ่งเป็นเงินส่วนที่ดาวน์รถไปนั่นเอง
*ห้ามส่งมอบรถยนต์ให้กับผู้ซื้อรายใหม่จนกว่าจะมีเอกสารจากทางไฟแนนซ์ยืนยันว่าได้เปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อเรียบร้อยแล้ว
2. ผู้ซื้อขอผ่อนต่อเอง
เหมาะกับผู้ซื้อที่ไม่สะดวกจ่ายเป็นเงินก้อน จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนสัญญากับทางไฟแนนซ์เพื่อให้เขาเป็นผู้ผ่อนรถต่อ

ที่มา : ซื้อรถแล้วผ่อนไม่ไหว ขอคืนรถได้หรือไม่ - เรื่องเด่น | One2car