หนี้เสียซื้อรถยนต์พรวด 40% จี้ รบ.ออกมาตรการดูแล

หนี้เสียซื้อรถยนต์พรวด 40% จี้ รบ.ออกมาตรการดูแล
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงเป็นสิ่งที่ยังน่ากังวล จากข้อมูลบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด พบว่าแนวโน้มการเร่งตัวของหนี้รหัส-21 หรือหนี้ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไม่ปกติ เช่น โควิด-19 โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ ในไตรมาสที่ 2/2566 (เดือนมกราคม-มิถุนายน) มีอัตราเร่งตัวเพิ่มขึ้นถึง 40% โดยมูลหนี้ปัจจุบันอยู่ที่ 3.34 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 2.35 หมื่นล้านบาท หากพิจารณาเป็นรายเดือนหนี้เสียมีอัตราเร่งตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% และคาดว่าทิศทางจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้อุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ สะท้อนได้จากยอดขายรถยนต์ในประเทศยังหดตัวต่อเนื่อง
นายบุรินทร์กล่าวว่า มองไปข้างหน้าแนวโน้มหนี้เสียยังเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกับลูกหนี้ชั้นดีหรือลูกหนี้ก่อนจะเป็นลูกหนี้รหัส 21 สะท้อนว่าสภาพเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่ต้องการ ทำให้คนที่มีวินัยทางการเงินไม่สามารถชำระหนี้ได้ต่อเนื่อง ในอนาคตรัฐบาลอาจต้องมีนโยบายเข้ามาช่วยคนกลุ่มนี้มากขึ้น
“มาตรการของรัฐอาจจะไม่ใช่การพักหนี้ แต่จะเป็นมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับกลุ่มลูกหนี้รหัส 21 เพราะเป็นกลุ่มที่เจอวิกฤตโควิดจึงทำให้เป็นปัญหา และที่ผ่านมาชำระหนี้มาโดยตลอด ดังนั้น รัฐต้องช่วยกลุ่มนี้เป็นหลักเพราะไม่ได้เป็นลูกหนี้ที่มีปัญหามาตั้งแต่แรก” นายบุรินทร์กล่าว
นายบุรินทร์กล่าวด้วยว่า หนี้เสียของลูกหนี้รหัส 21 โดยภาพรวม ณ ไตรมาส 2/2566 มีหนี้เสียอยู่ที่ 3.7 แสนล้านบาท คิดเป็นจำนวนรายลูกหนี้ 3.4 ล้านคน และมีจำนวนบัญชีอยู่ที่ 4.9 ล้านบัญชี ประกอบด้วยสินเชื่อที่อยู่อาศัย มูลหนี้อยู่ที่ 5.7 หมื่นล้านบาท สินเชื่อรถยนต์ 3.34 หมื่นล้านบาท สินเชื่อบัตรเครดิต 2 พันล้านบาท สินเชื่อส่วนบุคคล 8.7 หมื่นล้านบาท สินเชื่อเพื่อการเกษตร 6.93 หมื่นล้านบาท และอื่นๆ 1.24 แสนล้านบาท
ที่มา : หนี้เสียซื้อรถยนต์พรวด 40% จี้ รบ.ออกมาตรการดูแล (matichon.co.th)