พลังงาน พยุงราคาน้ำมัน เตรียมแผนเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน หากการสู้รบอิสราเอล-อิหร่านลุกลาม

พลังงาน เตรียมแผนเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน หากการสู้รบลุกลาม ด้านกบน. พยุงราคาน้ำมันหน้าปั๊มต่อเนื่อง ลดเงินส่งเข้ากองทุน ลงอีก 50 สตางค์
วันที่ 17 มิ.ย.2568 นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์การสู้รบ ระหว่างอิสราเอลและอิหร่านยังมีความไม่แน่นอน ยอมรับว่าหลายประเทศเกิดความกังวลต่อสถานการณ์
โดยนักวิเคราะห์จากหลายหน่วยงานรายงานถึงการคาดการณ์ หากการสู้รบขยายวงกว้างขึ้น จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก รวมทั้งอาจมีการปิดกั้นเส้นทางในการขนส่งน้ำมันอย่างช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ
โดยกระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จะเห็นว่าราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 72.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปรับเพิ่มขึ้นจากต้นเดือนมิ.ย.อยู่ที่ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้เข้ามาช่วยรักษาเสถียรภาพ และพยุงราคาน้ำมันในประเทศ ไม่ให้กระทบประชาชน
ส่วนปริมาณสำรองน้ำมันภายในประเทศ ปัจจุบันมีน้ำมันดิบคงเหลือประมาณ 3,337 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 25 วัน น้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่ง 2,457 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 19 วัน และน้ำมันสำเร็จรูป 1,874 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 16 วัน รวมปริมาณน้ำมันคงเหลือที่สามารถใช้ได้ 60 วัน
“ประเทศไทยเองเป็นประเทศนำเข้าน้ำมัน หากการสู้รบรุนแรงขึ้นและยืดเยื้อ เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านราคาได้ แต่กระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการหากราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอีก
ทั้งการเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันภายในประเทศ เพื่อลดผลกระทบด้านราคาให้มากที่สุด ส่วนการสำรองปริมาณพลังงาน มีข้อกำหนดและมาตรการในการสำรองปริมาณน้ำมันและก๊าซหุงต้มอยู่แล้ว รวมถึงการเตรียมแนวทางการบริหารจัดการด้านราคา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่จะส่งผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด“
อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเราจะดำเนินทุกมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาและปริมาณสำรองน้ำมัน และขอให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด เพื่อลดการนำเข้า ช่วยให้ประเทศลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ด้วย
ด้านนายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีการติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง

และการบริหารสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เกิดประสิทธิภาพ จึงมีมติปรับลดอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลลงอีก 50 สตางค์/ลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย.2568 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ เพื่อช่วยตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ให้ปรับขึ้น เป็นมาตรการต่อเนื่องเพื่อช่วยตรึงราคาหน้าปั๊ม ช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคขนส่ง จากสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นและผันผวน
โดยการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนครั้งนี้ ส่งผลให้รายรับของกองทุนจากน้ำมันดีเซล ลดลงประมาณวันละ 31.07 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายรับประมาณวันละ 94.04 ล้านบาท เหลือประมาณวันละ 62.97 ล้านบาท ขณะที่รายรับจากกลุ่มน้ำมันเบนซินยังคงเท่าเดิม และอยู่ที่ประมาณวันละ 72.88 ล้านบาทเท่าเดิม
ที่มา : พลังงาน พยุงราคาน้ำมัน เตรียมสำรองน้ำมัน หากการสู้รบอิสราเอล-อิหร่านลุกลาม