เก็บค่าโดยสาร “สายสีชมพู” เข้า-ออกเมืองทอง ผู้โดยสารเหลือ 2.1 พันคน ลดลง 68%

เก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีชมพู “เข้า-ออก” เมืองทองวันแรก ผู้โดยสารเหลือ 2.1 พันคน ลดลง 68% ไม่หนาแน่น ราบรื่นไร้ปัญหา ชี้ช่วงให้บริการฟรี 28 วัน มีผู้โดยสารใช้บริการ 2.17 แสนคน เฉลี่ย 7.7 พันคนต่อวัน พีคสุด 2.3 หมื่นคน ลุยเพิ่มประชาสัมพันธ์วิธีการเดินทางเปลี่ยนชานชาลา
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง(ขร.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17มิ.ย.2568 ซึ่งเป็นวันแรกของการให้บริการเชิงพาณิชย์ แบบเก็บค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยาย ช่วงสถานีเมืองทองธานี-สถานีทะเลสาบเมืองทองธานี ในอัตรา 15-23 บาท พบว่า มีปริมาณผู้โดยสาร 2,168 คน-เที่ยว ลดลง 68% เมื่อเทียบกับจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยในวันทำงานที่ 6,719 คน-เที่ยว ในช่วงที่เปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการฟรี ทั้งนี้ระหว่างวันที่ 27-31 พ.ค. 2568 ได้มีการจัดงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 ที่ Challenger 1-3 และ IEC Hall 5-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีผู้โดยสารใช้บริการสายสีชมพูส่วนต่อขยายเมืองทองธานี เฉลี่ยกว่าวันละ 16,669 คน-เที่ยว จึงทำให้ยอดผู้โดยสารเฉลี่ยในช่วงทดลองให้บริการมีจำนวนมาก

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า จากการติดตามการให้บริการในวันเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์วันแรก พบว่า ผู้ประกอบการได้เพิ่มความถี่ในการเดินรถ จากเดิมให้บริการทุก 10 นาที เป็นในวันจันทร์-ศุกร์ ให้บริการทุก 5 นาที ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า (เวลา 7.00-8.00 น.) และช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น (เวลา 17.00-18.00 น.) สำหรับวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ยังให้บริการที่ความถี่ในการเดินรถทุก 10 นาที โดยมีขบวนรถให้บริการสูงสุด จำนวน 3 ขบวน ทั้งนี้หากมีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น ทางผู้ให้บริการจะปรับความถี่ และเพิ่มขบวนรถให้สามารถรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นด้วย
นอกจากนี้ได้ขยายเวลาเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 24.00 น. ซึ่งผู้ให้บริการได้ทดลองขยายระยะเวลาให้บริการจากเดิม 22.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ และ 23.30 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เป็นสิ้นสุดการให้บริการเวลา 24.00 น. ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ไม่พบปัญหาแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการเก็บค่าโดยสารนั้น เนื่องจากส่วนต่อขยายเมืองทองธานี มีจำนวนผู้โดยสารไม่มาก และการเก็บค่าโดยสารเป็นระบบเดียวกับสายสีชมพูส่วนหลัก ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนถ่ายการเดินทางที่สถานีเมืองทองธานีได้โดยไม่ต้องเข้า-ออกระบบ และซื้อบัตรโดยสารใหม่ จึงไม่มีปัญหาในการให้บริการ

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า ในการให้บริการตลอดทั้งวัน ยังไม่พบปัญหาเรื่องผู้โดยสารหนาแน่น ซึ่งขณะนี้ผู้ให้บริการได้เพิ่มเติมเรื่องการประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนชานชาลาที่สถานีเมืองทองธานี ของสายหลัก เพื่อเดินทางไปยังสถานีส่วนต่อขยายสายสีชมพู โดยได้เพิ่มการประชาสัมพันธ์ข้อมูลผู้โดยสารในขบวนรถด้วยระบบ PA (Public Address System) การติดป้ายประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนชานชาลาที่สถานี รวมทั้งจัดให้มีพนักงานดูแลคอยให้ข้อมูลผู้โดยสารที่ชานชาลา เพื่อป้องกันการสับสน โดยเฉพาะผู้โดยสารที่มาจากฝั่งสถานีมีนบุรี ของสายหลัก เนื่องจากผู้โดยสารต้องลงจากชานชาลา 2 เพื่อเปลี่ยนถ่ายไปยังชานชาลา 3 ที่จะไปยังสายเมืองทองธานี
นายพิเชฐ กล่าวด้วยว่า สำหรับรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยาย ช่วงสถานีเมืองทองธานี-สถานีทะเลสาบเมืองทองธานี ระยะทาง 2.8 กิโลเมตร มี 2 สถานี ได้แก่ สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี และสถานีทะเลสาบเมืองทองธานี โดยผู้โดยสารที่จะเดินทางไปยัง 2 สถานีนี้ จะต้องเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีเมืองทองธานีของสายสีชมพู สายหลัก ทั้งนี้ในช่วงที่เปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการฟรี ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.-16 มิ.ย.2568 มีผู้โดยสารมาใช้บริการรวม 217,621 คน-เที่ยว เฉลี่ย 7,772 คน-เที่ยวต่อวัน โดยผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันทำงาน (จำนวน 18 วัน) 6,719 คน-เที่ยว และเฉลี่ยต่อวันหยุด (จำนวน 10 วัน) 9,668 คน-เที่ยว โดยปริมาณผู้โดยสารสูงสุด เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2568 จำนวน 23,159 คน-เที่ยว สำหรับตัวเลขคาดการณ์ผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 1.3 หมื่นคน-เที่ยวต่อวัน
ที่มา : เก็บค่าโดยสาร “สายสีชมพู” เข้า-ออกเมืองทอง ผู้โดยสารเหลือ 2.1 พันคน ลดลง 68% | เดลินิวส์