ดอลลาร์อ่อนค่า หลังตึงเครียดตอ.กลางลด กังวลทรัมป์แต่งตั้งปธ.เฟดก่อนครบวาระ

ดอลลาร์อ่อนค่า หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางลดลง ขณะที่กังวลทรัมป์แต่งตั้งประธานเฟดก่อนพาวเวลล์ครบวาระ เฟดส่งสัญญาณไม่เร่งรีบปรับลดดอกเบี้ย รอความชัดเจนผลกระทบของมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรที่มีต่อเงินเฟ้อของทรัมป์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 23-27 มิถุนายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (23/6) ที่ระดับ 32.87/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/6) ที่ระดับ 32.76/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ แถลงว่ากองทัพสหรัฐได้ปฏิบัติการโจมตีถล่มเป้าหมายนิวเคลียร์ 3 แห่งในอิหร่านเรียบร้อย

อย่างไรก็ดีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาอ่อนค่าในวันอังคาร (24/6) และปรับตัวอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องโดยตลอดทั้งสัปดาห์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มลดลง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงมาสอดคล้องกับรายงานดังกล่าว และทำให้นักลงทุนหันไปซื้อสินทรัพย์เสี่ยง

เฟดย้ำไม่รีบลดดอกเบี้ย

นอกจากนี้นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดได้กล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐ เมื่อคืนวันอังคาร (24/6) โดยเขาส่งสัญญาณว่าเฟดไม่ได้เร่งรีบที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเฟดกำลังรอความชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรที่มีต่อเงินเฟ้อ และเฟดกำลังจับตาทิศทางเศรษฐกิจก่อนที่จะพิจารณาการปรับนโยบายของเฟด

ต่อมาในวันพุธ (25/6) นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐ โดยเขายังคงย้ำจุดยืนเช่นเดียวกับการแถลงในวันแรก พร้อมกล่าวปกป้องอำนาจของเฟดในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่มีการรายงานไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 52.8 ในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 53.0 ในเดือน พ.ค. โดยถูกกดดันจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวลง แม้การจ้างงานดีดตัวขึ้น

สำหรับดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นทรงตัวที่ระดับ 52.0 ในเดือน มิ.ย. บ่งชี้ว่าภาคการผลิตอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.1 ในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 53.7 ในเดือน พ.ค. บ่งชี้ว่าภาคบริการอยู่ในภาวะขยายตัวในอัตราชะลอลง

นอกจากนี้กระทรวงพาณิขย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2568 โดยระบุว่า GDP หดตัวลง 0.5% ย่ำแย่กว่าการประมาณการครั้งที่ 2 ที่ระบุว่าหดตัว 0.2% ขณะที่ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ระบุว่าหดตัว 0.3% โดยเศรษฐกิจสหรัฐหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี เนื่องจากผลกระทบจากการชะลอตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภค

ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานอย่างต่อเนื่อง เพิ่มขึ้น 37,000 ราย สู่ระดับ 1.97 ล้านราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2564

ทั้งนี้ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยล่าสุด FewWatch Tool และ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักกว่า 20% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ก.ค. และให้น้ำหนักกว่า 75% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย.

นอกจากนี้ดอลลาร์สหรัฐยังถูกกดดันหลังจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า ปธน.ทรัมป์กำลังพิจารณาที่จะคัดเลือกและประกาศผู้ที่จะมารับตำแหน่งประธานเฟดแทนเจอโรม พาวเวลล์ ภายในเดือน ก.ย.หรือ ต.ค. แม้ว่าพาวเวลล์จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดในเดือน พ.ค. 2569

อย่างไรก็ดี นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐ ในวันนี้ (27/6) ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE จะเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 2.1% ในเดือน เม.ย. และคาดว่าดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือน เม.ย.

หอการค้าคาดศก.ปี 68 โต 1.7%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ลง เหลือโต 1.7% (จากที่เคยประมาณการไว้ล่าสุดเมื่อ พ.ย. 67 ที่ 3.0%) โดยการขยายตัวดังกล่าวยังมีโอกาสผันผวนอยู่ในกรอบ 0.9-2.3% ซึ่งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ

นอกจากนี้ ในส่วนของการเมืองภายในประเทศ กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย นำโดยนายปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายนิติธร ล้ำเหลือ นายพิชิต ไชยมงคล และ พล.ต.อ เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ร่วมแถลงข่าวเตรียมความพร้อมก่อนชุมนุมไล่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ (28/6) ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 ก่อนปราศรัยตั้งแต่เวลา 12.00 เป็นต้นไป

ขณะที่ในวันพุธ (25/6) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ต่อปี ทั้งนี้ 1 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.75% เป็น 1.50% ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน โดยคณะกรรมการประเมินว่า แนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมปรับนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้ม ความเสี่ยงของเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า

นอกจากนี้ กนง.ขยับประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้เป็น 2.3% เพิ่มขึ้นจากระดับเดิมที่ 2.0% โดยคาดเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกจะเติบโตได้ราว 2.9% โดยไตรมาส 2 จะยังขยายตัวได้ใกล้เคียงกับไตรมาสแรกที่ระดับ 3.1% ส่วนครึ่งปีหลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลงแรง พร้อมประเมินเศรษฐกิจไทยปี 69 จะเติบโตได้ราว 1.7%

ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.33-33.05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (27/6) ที่ระดับ 32.61/63บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ยูโรปรับตัวแข็งค่า

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (23/6) 1.1488/90 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/6) ที่ระดับ 1.1526/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นของยูโรโซนจาก HCOB ยังคงทรงตัวที่ระดับ 50.2 ในเดือน มิ.ย. เท่ากับในเดือน พ.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 50.5 อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยตลอดทั้งสัปดาห์ ตามการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์

นอกจากนี้ยังมีรายงานขาวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจขยายเวลาการระงับใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ที่กำหนดไว้ 90 วัน ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะหมดอายุในวันที่ 9 ก.ค.นี้ ซึ่งป็นปัจจัยช่วยหนุนค่าเงินยูโร ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1451-1.1744 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (27/6) ที่ระดับ 1.1715/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (23/6) ที่ระดับ 146.46/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/6) ที่ระดับ 145.34/36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังรายงานการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ฉบับล่าสุดที่เผยแพร่ในวันศุกร์ (20/6) ชี้ให้เห็นถึงความเห็นที่แตกออกเป็นสองฝ่ายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน แม้จะเห็นพ้องในหลักการว่าจำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่กรรมการบางส่วนกลับมองว่าควรชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยตลอดทั้งสัปดาห์ ตามการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ขณะที่รายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือน มิ.ย. ของญี่ปุ่น ซึ่งจัดทำโดย au Jibun Bank ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.4 จากระดับ 49.4 ในเดือนพ.ค.โดยรายงานระบุว่า ภาคการผลิตของญี่ปุ่นเริ่มกลับมาขยายตัว หลังจากที่อยู่ในภาวะหดตัวเป็นเวลานานถึง 11 เดือน อย่างไรก็ดี อุปสงค์ในภาคการผลิตยังคงซบเซา เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาษีศุลกากรของสหรัฐ และแนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลก

ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นเดือน มิ.ย. ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 51.5 จากระดับ 51.0 ในเดือน พ.ค. โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจใหม่ ๆ ขณะที่ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือน มิ.ย.ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 51.4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. จากระดับ 50.2 ในเดือน พ.ค.

นอกจากนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสด ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบเป็นรายปี ชะลอตัวลงจากเดือน พ.ค.ที่เพิ่มขึ้น 3.6% และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.3% โดยการชะลอตัวลงของดัชนี CPI พื้นฐานมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่รัฐบาลญี่ปุ่นกลับมาใช้นโยบายอุดหนุนเชื้อเพลิงและลดค่าน้ำประปาชั่วคราวในกรุงโตเกียว ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยภาคครัวเรือนให้สามารถรับมือกับสภาพอากาศร้อนในช่วงฤดูร้อน

อย่างไรก็ดี ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ระดับ 2% ซึ่งทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า BOJ จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนอยู่ในกรอบระหว่าง 143.73-148.02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (27/6) ที่ระดับ 144.36/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา : ดอลลาร์อ่อนค่า หลังตึงเครียดตอ.กลางลด กังวลทรัมป์แต่งตั้งปธ.เฟดก่อนครบวาระ

85
วันที่ 27 มิถุนายน 2568