มท.2 ห่วงสถานการณ์น้ำท่วม 5 จว. กระทบแสนกว่าคน สั่งติดตามเฝ้าระวังใกล้ชิด

มท.2 ห่วงสถานการณ์น้ำท่วม 5 จังหวัด สั่งติดตามเฝ้าระวังใกล้ชิด กระทบ 1 แสนกว่าคน พร้อมสั่งการทุกจังหวัดเสี่ยงเฝ้าระวังต่อเนื่อง 24 ชม.

เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2568 ทึ่ห้อง War room กระทรวงมหาดไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่ม จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” และการให้ความช่วยเหลือ

โดยมีนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดี ปภ.นายจำนงค์ สวัสดิ์วงศ์ ผอ.ศูนย์อำนวยการ ปภ. ณ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และส่วนราชการในพื้นที่ จ.เชียงราย อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และสุโขทัย ผ่านระบบวีดิโอ คอนเฟอร์เรนซ์

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ทุกหน่วยที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งขณะนี้ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการเฝ้าระวัง การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และเตรียมการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ พร้อมชื่นชมหน่วยงานภาครัฐได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างครอบคลุมมากกว่าปีก่อน มีการอพยพล่วงหน้า ลดความสูญเสียได้มาก จึงเป็นภาพสะท้อนของความเชื่อมั่นและลดแรงกดดันจากสังคมที่มีต่อภาครัฐ

ขอให้ทุกหน่วยงานทั้งฝ่ายทหาร ปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ และอาสาสมัครภาคประชาชน บูรณาการกำลังในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการดำรงชีพ การแพทย์ และการประกอบอาหาร ซึ่งหลายจังหวัดได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว จึงขอให้ทำต่อเนื่อง สนับสนุนซึ่งกันและกันโดยไม่จำกัดเขตพื้นที่

สามารถขอรับการเสริมกำลังจากส่วนกลางได้ และให้แต่ละศูนย์พักพิงได้เพิ่มกิจกรรมเพื่อบรรเทาความเครียดประชาชน อาทิ การตัดผม การแสดงของเด็ก กิจกรรมจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อเสริมสร้างสุขทางใจให้กับประชาชนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดูแลในระยะยาว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวก 24 ชั่วโมง และลาดตระเวนหมู่บ้าน/ชุมชนที่ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่

สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้จัดทีมช่างและเครื่องจักรกลสนับสนุนซ่อมแซมบ้านเรือน ระบบประปา ไฟฟ้า และระบบสื่อสารทันที โดยไม่ต้องรอการประสานเป็นทางการ และสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือตามระเบียบที่กำหนด

สำหรับภาพรวมผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.ถึงปัจจุบัน เกิดอุทกภัยและดินถล่ม 11 จังหวัด 67 อำเภอ 303 ตำบล 1,610 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 43,080 ครัวเรือน 145,000 คน ขณะนี้คงเหลือ 4 จังหวัดที่ยังมีผลกระทบ ได้แก่ น่าน เชียงราย แพร่ สุโขทัย รวม 31 อำเภอ 140 ตำบล 638 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 31,599 ครัวเรือน 106,000 คน

โดยหลายพื้นที่ตอนนี้ระดับน้ำทรงตัวและลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดย ปภ.และพื้นที่ ได้เร่งระดมเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ทำการสูบน้ำออกจากพื้นที่ และทำความสะอาดดินโคลน เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนโดยเร่งด่วนต่อไป

ต่อมาที่ทำเนียบรัฐบาล าน.ส.ธีรรัตน์ ให้สัมภษณ์ว่า ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วย น่าน เชียงราย อุตรดิตถ์ สุโขทัย และแพร่

ซึ่งได้รับรายงานว่ามีน้ำเพิ่มเข้ามาในแม่น้ำกก จ.เชียงราย อาจจะไหลเข้าสู่ตัวเมือง จึงส่งสัญญาณเตือนภัยให้ประชาชนรับทราบแล้ว แต่ปริมาณน้ำจะอยู่ในระดับที่ไม่ได้รับผลกระทบในวงกว้าง ส่วนที่อำเภอเวียงสา จ.น่าน เป็นอีกจุดที่เฝ้าระวังเนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่อง

ขณะที่พื้นที่สุโขทัย ยังมีจุดที่น้ำเข้ามาในเมืองและพื้นที่การเกษตรในส่วนมาก ซึ่งสาเหตุมาจากการชำรุดเสียหายของพนังกั้นน้ำ สามารถซ่อมแซมได้หลังน้ำท่วมไปแล้ว จึงขอให้ประชาชนฟังข้อความเตือนภัยจากหน่วยราชการ ในส่วนของความช่วยเหลือ ปภ. ได้จัดรถเคลื่อนที่ประกอบอาหารน้ำดื่ม ส่วนพื้นที่ที่น้ำประปายังไม่เพียงพอ แม้จะสามารถผลิตได้ในปริมาณ แต่ปริมาณความต้องการใช้สูง จึงประสานให้จังหวัดร่วมกับอบต.บรรเทาผลกระทบ

จ.แพร่ ปริมาณน้ำจากอำเภอวังชิ้น จะไหลลงไปที่จังหวัดสุโขทัย และจะไปรวมกันจุดนั้น ในส่วนของเขื่อนสิริกิติ์ ได้มีการพร่องน้ำ เพื่อเตรียมรับน้ำใหม่และดูปริมาณน้ำที่ปล่อยต่อ เพื่อไม่ให้กระทบกับพื้นที่ส่วนล่างต่อไป

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า สำหรับในปีนี้จะเห็นได้ว่าประชาชนได้เตรียมความพร้อมอพยพไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย และลดความสูญเสียให้น้อยที่สุด พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองไปสำรวจพื้นที่และความเสียหาย เพื่อดำเนินการชดเชยเยียวยาต่อไปให้เร็วที่สุด

 

ที่มา : มท.2 ห่วงสถานการณ์น้ำท่วม 5 จว. กระทบแสนกว่าคน สั่งติดตามเฝ้าระวังใกล้ชิด

218
วันที่ 29 กรกฎาคม 2568