เปิดตำราอธิษฐานกรวดน้ำลงดิน เพื่ออุทิศบุญ ขอขมากรรม

การอธิษฐานกรวดน้ำลงดินเป็นการกระทำที่พึงปฏิบัติสืบต่อกันมาตามความเชื่อของชาวพุทธ โดยมีเรื่องราวตอนนึงตามพุทธประวัติซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับพระแม่ธรณีและการกรวดน้ำ เพราะฉะนั้นชาวพุทธจึงมีความเชื่อว่าการอธิษฐานกรวดน้ำลงดินนั้นก็เสมือนเป็นการฝากบุญเอาไว้ให้พระแม่ธรณีทรงเป็นพยาน ทั้งยังเป็นการส่งต่อผลบุญเหล่านั้นไปถึงคนที่ล่วงลับตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรของเราได้อีกด้วย โดยบทสวดสำหรับใช้เพื่อกรวดน้ำก็จะมีแบ่งแยกออกไปอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบทกรวดน้ำแบบสั้น, บทกรวดน้ำลงดินให้เทวดา, หรือบทกรวดน้ำลงดินให้เจ้ากรรมนายเวร เป็นต้น ซึ่งในบทความนี้เราจะพาทุกคนมาอ่านเรื่องราวดี ๆ รวมถึงวิธีในการอธิษฐานกรวดน้ำลงดินให้ถูกต้องแบบเจาะลึกกันเลยทีเดียว
ทำไมต้องอธิษฐานกรวดน้ำลงดิน
ก่อนที่เราจะไปทำความเข้าใจพร้อมกันว่าทำไมถึงต้องมีการอธิษฐานกรวดน้ำลงดินในทุกครั้งที่มีการทำบุญ เราจะมาหาคำตอบของปัญหาคาใจนี้ด้วยการศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของการอธิษฐานกรวดน้ำลงดินกันก่อน โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้นเกิดมาตั้งแต่ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ได้เกิดเหตุการณ์เสมือนว่ามีดวงจิตดวงหนึ่งมาร้องขอส่วนบุญกับพระเจ้าพิมพิสาร เมื่อสอบถามแด่องค์พระพุทธเจ้าแล้วจึงได้ความมาว่าพระเจ้าพิมพิสารนั้นถึงแม้จะทำบุญและฝักใฝ่ศีลธรรมอันดีมาตลอด แต่กลับไม่เคยทำการกรวดน้ำให้กับญาติพี่น้องเลย จนทำให้เกิดประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมาเกี่ยวกับการกรวดน้ำ
นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องราวซึ่งชาวพุทธน่าจะรู้จักกันดีถึงเรื่องของการอธิษฐานกรวดน้ำลงดิน ในตอนที่พระพุทธเจ้าถูกมารทั้งหลายเข้ามาหมายทำร้ายพระองค์ ในตอนนั้นพระแม่ธรณีก็ได้ทำการบีบมวยผมจนมีน้ำมากมานมหาศาลพัดพาเอาเหล่ามารพวกนั้นจมหายไป บางตำราได้มีการอ้างเอาไว้ว่าน้ำมากมายเหล่านั้นก็คือน้ำที่พระพุทธเจ้าได้ทำการกรวดน้ำเอาไว้นั่นเอง เพราะฉะนั้นถ้าอ้างอิงจากเรื่องราวเหล่านี้เหตุผลที่ว่าทำไมต้องกรวดน้ำก็คงจะสามารถคาดเดาเอาไว้ว่าทำไปเพื่อประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น
-
เพื่ออุทิศบุญถึงคนที่เราต้องการส่งถึง
-
เพื่อเป็นสักขีพยานในการทำบุญ
-
เพื่อความสบายใจและเป็นการทำทาน
-
เพื่อส่งผลบุญให้กับสรรพสัตว์ทุกชีวิต
-
เพื่อให้ชีวิตมีความสุขปราศจากความทุกข์และอุปสรรคทั้งปวง
เวลากรวดน้ำต้องพูดอะไรบ้าง
ขั้นตอนสำคัญของการกรวดน้ำนั้นจริง ๆ แล้วหลักใหญ่ใจความที่สำคัญมากที่สุดก็คือความจริงใจและถ้อยคำที่เราต้องการจะอธิษฐานถึงผู้ที่เราอยากจะอุทิศผลบุญให้ เพราะฉะนั้นหากใครที่ไม่สามารถจดจำรายละเอียดของคำอธิษฐานกรวดน้ำลงดินได้หมด ก็ให้มุ่งเน้นไปที่การตั้งจิตให้มีสมาธิมีความตั้งใจ จากนั้นก็ให้ทำการกล่าวว่าผลบุญใดที่ตนเองเคยได้ทำมาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าจะชาตินี้หรืออดีตชาติ ท่านจะขออุทิศผลบุญเหล่านี้ให้กับใครบ้าง ซึ่งในส่วนตรงนี้ก็สามารถอุทิศแบบเจาะจงหรือไม่เจาะจงก็ได้ แล้วก็อย่าลืมที่จะอุทิศผลบุญที่ได้กระทำให้กับองค์เทวดาประจำตัวด้วย ไม่เพียงเท่านั้นท่านก็อาจจะกล่าวว่าขอผู้ที่ได้รับบุญนี้จงมีความสุขความเจริญ และอโหสิกรรมในทุกกรรมที่ตัวของข้าพเจ้าได้กระทำ ขออานิสงส์เหล่านี้ส่งผลให้ชีวิตของข้าพเจ้ามีแต่ความสุขความเจริญก็ได้นั่นเอง
บทสวดเพื่ออธิษฐานกรวดน้ำลงดินหลังทำบุญ
หลังจากทำบุญแล้วหลายคนต่างก็รู้กันดีว่าขั้นตอนต่อไปที่จะต้องทำเพื่อให้บุญที่เราได้รับนั้นถูกส่งไปถึงคนที่เรารักซึ่งล่วงลับจากเราไปแล้ว รวมถึงเพื่อให้บุญกุศลอันดีมากมายเหล่านั้นที่เราได้กระทำส่งไปถึงเจ้ากรรมนายเวรตลอดจนคนที่คิดร้ายหวังร้ายกับเราก็คือการ ‘อธิษฐานกรวดน้ำลงดิน’ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วการกรวดน้ำจะต้องมีการตั้งจิตอธิษฐานในขณะที่ทำการท่องบทสวดเพื่ออธิษฐานกรวดน้ำลงดิน จากนั้นก็ให้นำน้ำเหล่านั้นเทลงดินโดยเลือกพื้นที่ซึ่งเป็นบริเวณโคนต้นไม่ใหญ่ก็จะดีมากที่สุด ซึ่งโดยปกติแล้วหากมีการทำบุญกันที่วัดอยู่แล้วก็จะเลือกต้นโพธิ์หรือต้นไม้ภายในวัดในการกรวดน้ำ โดยบทสวดสำหรับอธิษฐานกรวดน้ำลงดินจะมีรายละเอียดดังนี้
บทกรวดน้ำ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
(นะโม 3 จบ)
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อุปัชฌายา คุณุตตะรา
อาจะริยูปะการา จะ มาตา ปิตา จะ ญาตะกา
ปิยา มะมัง สุริโย จันทิมา ราชา คุณะวันตา นะราปิ จะ
พรัหมมะ มาราจะ อินทา จะ ทุโลกะปาลา จะ เทวะตา
ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ
สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ ปุญญานิ ปะกะตานิ เม
สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ ขิปปัง ปาเปถะ โว มะตัง
