เตือน 24 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคลนถล่ม 15-17 ส.ค.นี้

ปภ. เตือน 24 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่มระหว่างวันที่ 15 – 17 ส.ค. ประสานพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ประกอบกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) มีประกาศฉบับที่ 16/2568 แจ้งว่า

จากการคาดการณ์สภาพอากาศพบว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ และได้ประเมินวิเคราะห์สภาพอากาศและสถานการณ์น้ำพบว่ามีพื้นที่บางส่วนต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายไม่ทันและระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำ โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม ดังนี้

พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคลนถล่ม
ภาคเหนือ จำนวน 10 จังหวัด

  1. แม่ฮ่องสอน (อำเภอปาย และอำเภอสบเมย)
  2. เชียงใหม่ (อำเภอดอยสะเกิด แม่แตง เวียงแหง และอำเภออมก่อย)
  3. เชียงราย (อำเภอเมืองเชียงราย พาน แม่ฟ้าหลวง แม่ลาว แม่สรวย และอำเภอเวียงป่าเป้า)
  4. ลำพูน (อำเภอเมืองลำพูน แม่ทา และอำเละอำเภอบ้านธิ)
  5. ลำปาง (อำเภอเมืองลำปาง แม่ทะ ท้างฉัตร และอำเภอเมืองปาน)
  6. พะเยา (อำเภอเมืองพะเยา ปง และอำเภอเชียงคำ)
  7. น่าน (อำเภอเชียงกลาง ท่าวังผา นาน้อย บ่อเกลือ และอำเภอปัว)
  8. ตาก (อำเภอท่าสองยาง แม่ระมาด แม่สอด และอำเภออุ้มผาง)
  9. พิษณุโลก (อำเภอเมืองพิษณุโลก ชาติตระการ นครไทย บางระกำ และอำเภอวังทอง)
  10. เพชรบูรณ์ (อำเภอหล่มเก่า)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 6 จังหวัด

  1. เลย (อำเภอเมืองเลย เชียงคาน ด่านซ้าย และอำเภอปากชม)
  2. หนองคาย (อำเภอเมืองหนองคาย ท่าบ่อ และอำเภอสระใคร)
  3. บึงกาฬ (อำเภอโซ่พิสัย)
  4. อุดรธานี (อำเภอเมืองอุดรธานี กุดจับ น้ำโสม บ้านผือ และอำเภอเพ็ญ)
  5. สกลนคร (อำเภอวานรนิวาส)
  6. อุบลราชธานี (อำเภอโขงเจียม เดขอุดม ตระการพืชผล ตาลสุม นาจะหลวย น้ำยืน บุณทริก
  7. พิบูลมังสาหาร ศรีเมืองใหม่ และอำเภอสิรินธร)

ภาคกลาง จำนวน 4 จังหวัด

  1. ชลบุรี (อำเภอบางละมุง และอำเภอศรีราชา)
  2. ระยอง (อำเภอเมืองระยอง บ้านค่าย ปลวกแดง และอำเภอนิคมพัฒนา)
  3. จันทบุรี (อำเภอเมืองจันทบุรี และอำเภอขลุง)
  4. ตราด (อำเภอเมืองตราด เขาสมิง คลองใหญ่ บ่อไร่ และอำเภอแหลมงอบ)

ภาคใต้ จำนวน 4 จังหวัด

  1. ชุมพร (อำเภอเมืองชุมพร พะโต๊ะ และอำเภอหลังสวน)
  2. ระนอง(อำเภอเมืองระนอง สุขสำราญ กะเปอร์ ละอุ่น และอำเภอกระบุรี)
  3. พังงา (อำเภอเมืองพังงา คุระบุรี ตะกัวป่า กะปง และอำเภอท้ายเหมือง)
  4. ภูเก็ต (ทุกอำเภอ)

พื้นที่เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก บริเวณจ.เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ ตาก บึงกาฬ สกลนคร อุดรธานี นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี ตราด สุราษฎร์ธานี และกระบี่ และขอให้พิจารณาบริหารจัดการน้ำเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนผาจุก จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนนเรศวร จ.พิษณุโลก ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบหรือเกิดผลกระทบน้อยที่สุด

พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำน้ำสาขาของแม่น้ำอิง บริเวณอำเภอเชียงคำ เทิง พญาเม็งราย ขุนตาล และอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย และแม่น้ำยม บริเวณอำเภอบางระกำ จ.พิษณุโลก

พื้นที่เฝ้าระวังกิจกรรมการใช้น้ำและการสัญจรทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา บริเวณ จ.อ่างทองและพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากการปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้งจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัยได้ โดยได้กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักและพื้นที่ที่มีฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัย ให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลใดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ให้เตรียมความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ให้พร้อมเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดสถานการณ์ขึ้น และให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและปฏิบัติตนได้อย่างปลอดภัยเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยขึ้น

 

ที่มา : เตือน 24 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคล่นถล่ม 15-17 ส.ค.นี้

333
วันที่ 15 สิงหาคม 2568