ประกันรถยนต์ชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร คุ้มครองอะไรบ้าง

สำหรับผู้ขับขี่ที่กำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มค่า นอกจากประกันชั้น 1 แล้ว ประกันชั้น 2+ และ 3+ ถือเป็นอีกสองทางเลือกยอดนิยมที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมในราคาที่ย่อมเยาลงมา แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าประกันทั้งสองประเภทนี้แตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนจะเหมาะสมกับรถและการใช้งานของเรามากที่สุด


ประกันรถยนต์ชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร คุ้มครองอะไรบ้าง 2025

ประกันชั้น 2+ คืออะไร 

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากให้ความคุ้มครองที่เกือบเทียบเท่าประกันชั้น 1 แต่จ่ายเบี้ยประกันถูกกว่า หลักการสำคัญของประกันชั้น 2+ คือ การให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์ของเราและรถยนต์ของคู่กรณี  โดยมีเงื่อนไขที่ต้องเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งเกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น หรือเรียกกันว่า "รถชนรถ"

ประกันรถยนต์ 2+ ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง ? 

  • คุ้มครองความเสียหายรถคู่กรณี หรือทรัพย์สินของคู่กรณี รวมไปถึงค่ารักษาพยาบาลของคู่กรณีด้วย
  • คุ้มครองค่าเสียหายของรถยนต์เรา ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบรถชนกับรถ 
  • ค่ารักษาพยาบาลของผู้เอาประกัน (ตัวเราเอง) และผู้โดยสารของเราที่นั่งมาด้วย คุ้มครองเหมือนประกันชั้น 1
  • คุ้มครองในกรณี สูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม (บางกรมธรรม์)
  • ให้ความคุ้มครองอื่นๆ ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ ของบริษัทประกันเท่านั้น

ประกันชั้น 2+ เหมาะกับใคร?

  1. ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสูงใกล้เคียงประกันชั้น 1 แต่ต้องการประหยัดค่าเบี้ย: เป็นตัวเลือกที่ลงตัวระหว่างความคุ้มครองและราคา
  2. ผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์: มั่นใจในการขับขี่ของตนเอง โอกาสเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณีค่อนข้างน้อย
  3. รถยนต์ที่มีอายุ 5-15 ปี: รถที่พ้นระยะประกันชั้น 1 มาแล้ว แต่ยังต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุม
  4. ผู้ที่จอดรถในพื้นที่เสี่ยง: เช่น จอดรถนอกบ้าน, ในที่เปลี่ยว หรือในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการโจรกรรม เพราะมีความคุ้มครองกรณีรถหายและไฟไหม้ให้ด้วย

ประกันชั้น 2+ คืออะไร คุ้มครองอะไรบ้าง เหมาะกับใคร 2568

ประกันชั้น 3+ คืออะไร 

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองพื้นฐาน โดยเน้นไปที่อุบัติเหตุ "รถชนรถ" เป็นหลัก ถือเป็นประกันที่พัฒนาขึ้นมาจากประกันชั้น 3 ธรรมดา ด้วยการเพิ่มความคุ้มครอง "ซ่อมรถเรา" เข้ามาด้วย แต่ยังคงจ่ายเบี้ยประกันในราคาที่ย่อมเยา หลักการสำคัญของประกันชั้น 3+ คือ คุ้มครองทั้งรถเราและรถคู่กรณี เมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น

ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ? 

  1. คุ้มครองความเสียหายรถคู่กรณี ทรัพย์สิน และค่ารักษาพยาบาลของคู่กรณี
  2. คุ้มครองค่าเสียหายของรถเราในกรณีรถชนรถเท่านั้น
  3. ค่ารักษาพยาบาลของผู้เอาประกัน (ตัวเรา) และผู้โดยสารของเรา ซึ่งคุ้มครองเหมือนกับประกันภัย 2+
  4. ไม่คุ้มครองกรณี ไฟไหม้ น้ำท่วม สูญหาย
  5. ให้ความคุ้มครองอื่นๆ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของบริษัทประกันเท่านั้น

ประกันชั้น 3+ เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกันสูงสุด: เป็นประกันแบบ "พลัส" ที่มีราคาถูกที่สุด
  • ผู้ที่ขับรถน้อย หรือใช้รถในเส้นทางที่คุ้นเคย: มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุต่ำ
  • ผู้ที่มีประสบการณ์ขับขี่สูง: มีความมั่นใจในการขับขี่และสามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้ดี
  • เจ้าของรถยนต์ที่มีอายุค่อนข้างมาก (เช่น 7-10 ปีขึ้นไป): ที่ไม่ต้องการทำประกันชั้นสูงๆ แต่ยังอยากได้ความคุ้มครองกรณีชนกับรถคันอื่น
  • ผู้ที่มีที่จอดรถปลอดภัย: ไม่กังวลเรื่องความเสี่ยงรถหายหรือไฟไหม้

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง autospinn

ข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+

ข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุด ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ ได้แก่ ความคุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายและไฟไหม้เป็นหลัก รองลงมาเป็นเรื่องของราคาที่อาจใกล้เคียงกันในบางกรมธรรม์ ทั้งนี้ ประกันรถยนต์ 3+ ไม่จำเป็นต้องตรวจสภาพรถก่อนที่ทำประกัน หรือสรุปข้อสำคัญหลักๆ ดังนี้

  • ประกันชั้น 2+ จะให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบก (รถชนรถ) และ คุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายจากการถูกโจรกรรม และความเสียหายจากไฟไหม้

  • ประกันชั้น 3+ จะให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบก (รถชนรถ) แต่ไม่คุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายและไฟไหม้

แหล่งที่มา : ประกันรถยนต์ชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร คุ้มครองอะไรบ้าง

107
วันที่ 24 สิงหาคม 2568