จี้แก้ปม ‘บาทแข็ง’ ผิดปกติ ยกระดับคุม ‘เงินเทา-ทอง-คริปโต’ ?

ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แสดงถึงความกังวลต่อสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง
โดย “ผยง ศรีวณิช” ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ชี้ว่า การแข็งค่าของเงินบาท ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่กลับมีความสัมพันธ์กับราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันยังขาดข้อมูลเชิงลึกเพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบของธุรกรรมทองคำและคริปโตเคอร์เรนซี รวมถึงการโอนเงินกลับประเทศของแรงงานต่างด้าวที่ไม่ผ่านช่องทางในระบบ ทำให้การเกินดุลการชำระเงินกว่าครึ่งไม่สามารถจำแนกได้ชัดเจน (Errors & Omissions)
“หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับการแยกแยะและวิเคราะห์ผลกระทบของธุรกรรมทองคำต่อภาคเศรษฐกิจ (Real Sector) รวมถึงปรับปรุงและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อทำให้เกิดความสมดุลมากขึ้น เช่น พิจารณากลไกลงทุนต่างประเทศ ผ่านกองทุน Sovereign Wealth Fund”
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่า สิ่งที่ กกร. เป็นห่วงเกี่ยวกับค่าเงินบาทนั้น อยากให้มองโดยแบ่งเศรษฐกิจเป็น 2 แกน คือ “Do” และ “Don’t” โดย “Do” คือ การยกระดับเศรษฐกิจของไทยอย่างไรให้ขึ้นมาสู้ได้ภายใต้บริบทใหม่ ส่วน “Don’t” คือ สิ่งที่ต้องทำ เพื่อไม่ให้มันเกิดและหายไป นั่นก็คือ Under Ground Money Economy
“ถ้าเกิดเงินดำ เงินเทา มันสามารถทำให้ตึกถล่มลงมาได้เลย เพราะได้เหล็กไม่มีคุณภาพ ดังนั้น จะทำอย่างไรให้ Under Ground Econonmy หมดไป และ On Ground Economy แข็งแรง”
โดยสิ่งที่ต้องจัดการ ได้แก่ 1.Cash Economy ถ้าหายไปได้จะดี 2.ทองคำ ที่เป็นสิ่งที่เคลื่อน Under Ground Economy ที่มีประสิทธิภาพสูง จะกำกับดูแลอย่างไร 3.คริปโตเรียกได้ว่า “นรกแตก” เพราะเกี่ยวกับบัญชีม้า และ 4.วอลเลต
“ตราบใดที่เป็นบัญชีธนาคารเราจะเห็น แต่ถ้าวิ่งไป 4 ช่องทางนี้ เราไม่เห็นแล้ว ไปกด ATM ออก ก็ไม่เห็นแล้ว ธนาคารต้องจัดการ ไม่เป็นเงินสด แล้วหากวิ่งไปสู่ทองง่าย วิ่งไปคริปโตดำมืดเลย แล้ววอลเลต มาตรฐานในการดำเนินการต่ำกว่าธนาคารมาก ดังนั้น เงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็วิ่งออก 4 ทางนี้ ตามจับไม่ได้ แล้วเป็นส่วนหนึ่งที่ว่า เงินเทาเหล่านี้จะทำให้เงินบาทแข็งค่า ดังนั้น จะต้องทำให้มันเคลื่อนตัวได้ยากขึ้น โดยเป็นบทบาทหน้าที่ของผู้กำกับ ซึ่งจะเห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่า ไม่ให้ใช้คริปโตในการชำระสินค้าและบริการ”
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเคยเปิดประเด็นไปว่า วันนี้ไทยกำลังเจอปัญหาเงินบาทแข็งค่า โดยที่ไม่รู้ว่าแข็งเพราะอะไร เนื่องจากดุลบัญชีเดินสะพัดก็ไม่ได้เกินดุลสูงมากเหมือนสมัยก่อน แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ขนาดสถานการณ์การเมืองวุ่นวาย หรือมีการลดดอกเบี้ย แต่เงินบาทก็ยังคงแข็งค่า
“Level ของเงินบาท มันกลับไปเกือบเท่าช่วงปี 2540 แล้ว คือ เทียบ NEER ค่าเงินบาท เฉลี่ยกับทุกสกุลในภูมิภาค เพราะทำอะไรไปบาทแข็งหมด ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรที่แน่ชัด ช่วงหลังมันมี Errors & Omissions สูงมาก ก็ไม่รู้ว่าอาจจะแค่วัดผิดเฉย ๆ ก็ได้ แต่ปัญหาคือ ปกติ Errors ตัวนี้ควรจะเล็ก และควรจะแกว่ง ไม่ไปในทิศทางเดียว แต่ตอนหลังนี่มันใหญ่ขึ้นและไปในทางเดียวด้วย”
ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะเพราะมีกระแสเงิน (Flow) อะไรบางอย่างที่เรายังไม่เข้าใจ แล้วทำให้เงินบาทแข็งค่าอยู่ตลอดเวลา เพราะมีเงินไหลเข้ามามากกว่าดุลบัญชีเดินสะพัดอีก โดยเรื่องนี้ก็เป็นโจทย์ที่ได้ถามไปทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
“เรื่องนอกระบบก็จริง เพราะพอมีอะไรอยู่นอกระบบเยอะ หนึ่ง คือ มันไม่เสียภาษี สอง คือ เราไม่เข้าใจมัน ว่ามันคืออะไร”
แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินรายหนึ่งกล่าวว่า กกร. ให้ความเป็นห่วงเรื่องธุรกรรม Errors and Omission หรือ ความคลาดเคลื่อนสุทธิ ที่เกี่ยวโยงกับธุรกรรมทองคำ คริปโต และโอนเงินกลับประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งทำให้เงินบาทแข็งค่า หากธุรกรรมที่เป็น Errors and Omission มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจากตัวเลขรายงานของ ธปท. พบว่า ในปี 2566 อยู่ที่ 5,017 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นเป็น 15,202 ล้านดอลลาร์
“ทิศทางค่าเงินจะถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ซึ่งในวัฏจักรนี้ชัดเจนว่า ปัจจัยนอกประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ทำให้เงินบาทแข็งค่ามากกว่าที่อยากเห็น ทำให้ กกร.อยากทำความเข้าใจ และหาวิธีเข้าบริหารจัดการ”
นอกจากนี้ ควรมีมาตรการเข้ามาเพื่อควบคุมดูแล เช่น การโอนเงินกลับแบบนอกระบบ อาจต้องไปสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวก เพื่อให้ธุรกรรมเหล่านี้เข้าสู่ระบบ เพื่อให้เห็นภาพครบ รวมทั้งเรื่องภาษีด้วย เช่น มาตรการภาษีบนการซื้อขายทองคำที่ถือสั้น ๆ ภาษีอาจเป็นข้างใดข้างหนึ่งหรือสองข้าง เป็นต้น
“ปัจจัยภายนอก เช่น การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เราควบคุมไม่ได้ แต่บางอย่างอาจพอมีทาง เช่น ราคาทองคำ เงินโอนกลับเข้าประเทศ พวกนี้ถือเป็น Usd Based Assets ซึ่งส่งผลต่อค่าเงิน จึงต้องมาคิดว่า ควรคิดหามาตรการมาควบคุมดูแลอย่างไร เพื่อลดผลกระทบค่าเงิน”
ที่มา : จี้แก้ปม ‘บาทแข็ง’ ผิดปกติ ยกระดับคุม ‘เงินเทา-ทอง-คริปโต’ ?