สภาทองคำโลก ชี้ไทยแห่ลงทุนทองแท่ง-เหรียญทองคำพุ่งที่ 7 ของโลก-ชี้ราคายังขึ้นต่อ

สภาทองคำโลก เผยปี 67 ไทยแห่ลงทุนทองคำแท่ง และเหรียญทองคำ ดันความต้องการพุ่งแตะ 49 ตัน ขึ้นแท่นอันดับ 7 ของโลก มอง แพลตฟอร์มดิจิทัล ออมทองคำ โดยเฉพาะ “เป๋าตัง” ทำให้เข้าถึงง่ายขึ้น ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่และนักลงทุนรายย่อย เป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนสำคัญ
เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายเซาไก ฟาน หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก สภาทองคำโลก เปิดเผยว่าทิศทางทองคำยังคงได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะความต้องการบริโภคทองคำโดยรวมของประเทศไทย เติบโตอย่างต่อเนื่อง จาก 37 ตันในปี 2564 เป็น 38 ตันในปี 2565 เพิ่มเป็น 43 ตันในปี 2566 และ 49 ตันในปี 2567 ทำให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 7 ของโลกที่มีความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ด้วยราคาทองคำที่สูงในปี 2567 ทำให้ความต้องการเครื่องประดับลดลง ซึ่งเป็นแนวโน้มเดียวกับทั่วโลก
นายฟานกล่าวว่า อย่างไรก็ดีจากรายงานล่าสุดในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ ความต้องการทองคำเพื่อการบริโภคโดยรวมของประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง โดยรวมเพิ่มขึ้น 12 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ความต้องทองคำที่เป็นเครื่องประดับลดลง 20% ในขณะที่นักลงทุนไทยมีการลงทุนในทองคำแท่งและเหรียญทองคำเพิ่มขึ้นถึง 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 10 ตัน
อีกทั้งเมื่อเทียบความต้องการทองแท่งและเหรียญทองคำของไทยเมื่อเทียบกับในกลุ่มประเทศอาเซียน พบว่าประเทศไทยยังเติบโตที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ มีแนวโน้มลดลง
นายฟานกล่าวว่า จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าทองคำยังเป็นทางเลือกการลงทุนที่ได้รับความเชื่อมั่น และได้รับความนิยมในประเทศไทย เนื่องจากคนไทยมองว่าทองคำเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวและเป็นเครื่องมือที่ดีในการป้องกันความเสี่ยงทางการเงินเมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ โดยเฉพาะมีการเติบโตของแพลตฟอร์มการออมทองคำแท่งดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชันมือถือ อาทิ “เป๋าตัง” ก็มีส่วนทำให้ความต้องการทองคำแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน สิ่งนี้ทำให้การลงทุนทองคำเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่และนักลงทุนรายย่อย และส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินในวงกว้างมากขึ้น นับเป็นการบูรณาการทองคำเข้ากับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยที่กำลังพัฒนาต่อไป
นายฟาน ยังได้คาดการณ์ราคาทองคำยังคงเป็นแนวโน้มขาขึ้น แม้ว่าล่าสุดราคาทองคำโลกจะทะลุ 3,600 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ไปแล้วก็ตาม
“ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาทั่วโลกเริ่มเห็นความสำคัญในการลงทุนทองคำเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่วงหลังเกิดการระบาดของโควิด ทำให้นักลงทุนมองเห็นถึงสถานการณ์ทั่วโลกที่มีหลายปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้ ไม่ว่าจะสถานการณ์การเมืองในประเทศท้่วโลก รวมถึงความเสี่ยงด้านความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเกิดขึ้นและส่งผลต่อภาพรวมตลาดทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านการกำหนดนโยบายภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งปัจจัยทั้งหมดทำให้ไม่สามารถคาดเดาทิศทางต่างๆ ได้เลย ดังนั้นจึงทำให้ทองคำเป็นหลักประกันความมั่นคงทางการเงินที่ยังรงได้รับในระดับสากล และเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ดังนั้นสถานะทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงมีความแข็งแกร่งอยู่”
ที่มา : สภาทองคำโลก ชี้ไทยแห่ลงทุนทองแท่ง-เหรียญทองคำพุ่งที่ 7 ของโลก-ชี้ราคายังขึ้นต่อ