เฟดคือความหวัง ของดอลลาร์สหรัฐ

ในปีนี้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าไปแล้วเกือบ 10% จากปัญหามากมายที่เริ่มโผล่พ้นยอดภูเขาน้ำแข็ง ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะภาคตลาดแรงงาน ทั้งการขาดดุลงบประมาณรายปีที่สูงถึง 6-7% ต่อจีดีพี ท่ามกลางหนี้สาธารณะที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งยังเผชิญความเสี่ยงจากการขึ้นภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ของทรัมป์ เป็นเหตุให้เอสแอนด์พีปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐลงเป็น AA+ ไม่ใช่อันดับสูงสุดอย่าง AAA อีกต่อไป
อะไรจะทำให้ดอลลาร์สหรัฐกลับมาได้ ?
เราประเมินว่าการลดดอกเบี้ยของเฟดจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ดอลลาร์สหรัฐรีบาวนด์ได้บางส่วน เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจสหรัฐแผ่วลงมาก และต้องการแรงหนุนจากดอกเบี้ยที่ต่ำ อีกทั้งการลดดอกเบี้ยจะช่วยลดความกังวลต่อหนี้สาธารณะสหรัฐได้ จากภาระดอกเบี้ยจ่ายที่จะลดลง
แต่ในปัจจุบันดอกเบี้ยเฟดอยู่ที่ 4.5% แม้จะมีการลดดอกเบี้ยลงมาแล้ว จากจุดสูงสุดของรอบนี้ที่ 5.5% แต่นับว่ายังคงอยู่ในระดับสูงอยู่มาก เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอลง ในขณะที่หลายธนาคารกลางทั่วโลกปรับลดดอกเบี้ยลงไปแล้ว ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงนี้
แล้วเฟดรออะไร ? เฟดยังคงกังวลว่าเงินเฟ้อสหรัฐจะพุ่งขึ้น หลังจากที่มีการขึ้นภาษีนำเข้า เมื่อสหรัฐเป็นผู้นำเข้าสุทธิ และมีมูลค่าการนำเข้ากว่า 13-15% ต่อจีดีพี
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อสหรัฐกว่า 65% ในปัจจุบันมาจากราคาบ้านและราคาค่าเช่าบ้านเป็นหลัก แต่ตลาดบ้านกำลังส่งสัญญาณชะลอลง โดยล่าสุดมีผู้ต้องการขายบ้านมากกว่าผู้ต้องการซื้อบ้านถึง 500,000 ราย มากที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในปี 2013 สะท้อนว่าเงินเฟ้อบ้านกำลังจะลดลงในไม่ช้า
ดังนั้น ความหวังของดอลลาร์สหรัฐคือการรอคอยเฟดลดดอกเบี้ย และส่งสัญญาณจะลดดอกเบี้ยมากขึ้นในปีหน้าผ่าน Dot Plot
ถ้า Dot Plot ของเฟดส่งสัญญาณว่าจะมีการลดดอกเบี้ยมากพอในปีหน้า ดอลลาร์สหรัฐจะรีบาวนด์ขึ้นมาได้อีกครั้ง
ที่มา : เฟดคือความหวัง ของดอลลาร์สหรัฐ