ผู้ค้าทองระส่ำคลังเล็งเก็บ VAT ธปท.ห่วงฐานะการคลัง ไทยเสี่ยงถูกดาวน์เกรด

ผู้ว่าฯแบงก์ชาติยอมรับ “ทองคำ” เป็นหนึ่งปัจจัยซ้ำเติมเงินบาท “แข็งค่า” มากกว่าภูมิภาค ห่วงเสถียรภาพการคลัง ชี้ต้องมีแผนคุมรายจ่ายกระสุนมีจำกัด เตือนเสี่ยงประเทศถูกดาวน์เกรด ขณะที่ราคาทองคำพุ่งทำประวัติศาสตร์สูงสุดต่อเนื่องทะลุ 55,350 บาท ธปท.ถกผู้ค้าทองคำ หาแนวทางลดผลกระทบต่อค่าเงินบาท เร่งขอข้อมูลตรวจสอบธุรกรรมทองคำ ทั้งหนุนให้นักลงทุนไทยซื้อขายทองเป็นเงินดอลลาร์ สมาคมผู้ค้าค้านแนวคิดคลังเล็งเก็บ VAT ทองคำ ชี้ทำลายอุตสาหกรรมกลับสู่ยุคมืด หวั่นประเทศเสียโอกาสเป็นผู้นำในภูมิภาค
ทองพุ่งแรงใกล้ 3,700 ดอลลาร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดยทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) และทองคำแท่งในประเทศ โดยทอง Spot ทำ All-time High สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,689 ดอลลาร์ ส่วนทองแท่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 55,350 บาท
ฮั่วเซ่งเฮงระบุว่า ราคาทองคำทำ All-time High สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากหลายปัจจัยทั้งเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง และความคาดหวังผลประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่า เฟดอาจผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคต ทำให้สกุลเงินอื่นแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ และเปิดทางให้นักลงทุนต่างชาติเร่งเข้าซื้อทองคำ อาจหนุนราคาทองคำโลกให้ขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าฯ ธปท.รับทองคำซ้ำเติมบาทแข็ง
ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน “Meet the Press” ว่า แนวโน้มค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีแข็งค่าขึ้น 7% แข็งค่ากว่าประเทศภูมิภาค ปัจจัยหลักมาจากดอลลาร์อ่อนค่า และปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งสวนทางกับปัจจัยพื้นฐาน เนื่องจากสหรัฐที่ทำนโยบาย Tariffs ดอลลาร์ต้องแข็งค่า แต่กลายเป็นดอลลาร์อ่อนค่า ทำให้ประเทศอื่น ๆ จึงเจอปัญหาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเจอปัจจัยเฉพาะเข้ามาซ้ำเติม คือ “ทองคำ” ทำให้เงินบาทแข็งค่ากว่าเพื่อนบ้าน เนื่องจากค่าเงินบาทมีความสัมพันธ์กับราคาทองคำ 0.7% และคนไทยชอบซื้อทองคำ และนำเงินเข้าประเทศเยอะ ทำให้ไทยเจอหลายเด้ง เช่นวันนี้คาดการณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยเยอะ ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินบาทยิ่งแข็งค่าขึ้น
ยันดูแลบาทไม่ผันผวนเร็ว-แรง
ดร.เศรษฐพุฒิกล่าวว่า มาตรการที่ ธปท.ดูแล เช่น อัตราดอกเบี้ย จะเห็นว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในรอบที่ผ่านมา พบว่า เงินบาทไม่ได้อ่อนค่า หรือมีผลต่อค่าเงินบาทชัดเจน เพราะค่าเงินยังแข็งกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ดี ธปท.ดูแลค่าเงินไม่ให้มีความผันผวนเร็วและแรงเกินไป เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่ส่งออกเยอะ แต่มีการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ค่อนข้างน้อย จึงต้องดูแลไม่ให้ผันผวนเกินไป
จากที่ ธปท.ได้มีการประชุมหารือกับผู้ค้าทองคำว่ามีวิธีใดที่จะลดแรงกดดันค่าเงินบาทได้บ้าง ซึ่งเรื่องนโยบายเก็บภาษีทองคำ รับว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่พูดคุย และก็มีช่องทางอื่น ๆ ที่สามารถทำได้ เช่น การเทรดทองคำบนสกุลเงินดอลลาร์ เพื่อลดค่าเงินแข็งค่า อย่างไรก็ตาม การเทรดทองคำมีผลกระทบหลายคน จึงต้องหารือเพื่อหามาตรการที่เหมาะสมที่สุด
“เรื่องมาตรการภาษี เป็นเรื่องหนึ่งที่เราหารือกับผู้ค้าทอง แต่สุดท้ายมาตรการที่ออกมาก็ต้องดูความเหมาะสม และคงต้องใช้เวลา ส่วนสิ่งที่ กกร.เห็นเรื่องของส่งออกทองคำไปกัมพูชาตามที่กรมศุลากรชี้แจง ซึ่งทำให้เอาดอลลาร์มาแลกบาท ทำให้บาทยิ่งแข็งค่า เป็นธุรกรรมสีเทาหรือเปล่า เราบอกไม่ได้ แต่ก็มีการประสานงานกับ ปปง. ว่าที่มาอย่างไร โยงธุรกรรมสีเทาหรือไม่”
ห่วงฐานะการคลัง
ดร.เศรษฐพุฒิกล่าวอีกว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ เสถียรภาพทางการคลัง เป็นประเด็นที่ต้องจับตาและใส่ใจ เพราะฐานะทางการคลังไม่แข็งแรงเท่าก่อน โดยในช่วงโควิด-19 เราใช้ทรัพยากรไปค่อนข้างเยอะเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ใช้กระสุนไปเยอะจะต้องรัดเข็มขัด เพื่อสร้างเสถียรภาพระยะปานกลางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ หากย้อนดูตัวเลขการใช้จ่ายรัฐบาลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าเติบโต 4% เทียบรายได้ที่ขยายตัวเพียง 1.7% ซึ่งหากปล่อยไปยถากรรมแบบนี้ความยั่งยืนจะมีปัญหา เนื่องจากบริษัทจัดอันดับ (Rating Agency) จะมองในเรื่องของกรอบความยั่งยืนของฐานะทางการคลัง เพราะปัจจุบันเรายังไม่เห็นกรอบความยั่งยืน (Fisical Framwork) ในการลดรายจ่าย หรือเพิ่มรายได้อย่างไร ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะโดน Down Grade ได้หลังจากไทยโดนปรับมุมมองจาก Stable เป็น Nagative
“อาจจะไม่ถึงว่าจะเกิดวิกฤต แต่อย่าชะล่าใจ ต้องมีแผนรองรับ เพราะเรามีภาระผูกพันอีกที่จะเข้ามากระทบ ดังนั้น วินัยการคลังและเสถียรภาพการคลังต้องใส่ใจ โดยเรื่องการใช้งบประมาณ หรือใช้งบฯกระตุ้น แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะลูกกระสุนมีไม่มาก หากไม่มีแผนระยะยาว เสี่ยงประเทศจะถูกดาวน์เกรดได้ เพราะรัฐบาลมีเวลา 4 เดือน และเข้าสู่เลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นช่วงวัฏจักรทำงบประมาณ หากมีเหตุการณ์ก็เป็น Down Side Risk ได้”
ธปท.ถกคุมธุรกรรมทอง
นางสาวพิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เมื่อ 15 กันยายนที่ผ่านมา ธปท.ได้เชิญสมาคมค้าทองคำเข้าร่วมหารือ เพื่อพิจารณาแนวทางลดผลกระทบจากการซื้อขายทองคำต่อค่าเงินบาท ประเด็นสำคัญคือขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการร้านทองในการยกระดับการติดตามการซื้อขายทองคำในสกุลเงินบาท โดยเฉพาะพฤติกรรมของนักลงทุนที่อาจส่งผลต่อค่าเงิน รวมทั้งระมัดระวังไม่ให้ธุรกรรมที่เกิดขึ้นไปเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย
คลังเล็งเก็บภาษีซื้อขายทอง
ขณะที่สำนักข่าว “บลูมเบิร์ก” รายงานว่า ธปท. และกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือแนวทางจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายทองคำในประเทศ โดยเฉพาะธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์และชำระเป็นเงินบาท เพื่อสกัดแรงหนุนค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากสุดรอบ 4 ปี ขณะที่การซื้อขายทองคำด้วยดอลลาร์ หรือตลาดล่วงหน้าอาจได้รับการยกเว้น
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การหารือร่วมกันระหว่าง ธปท.กับผู้ค้าทองคำทั้ง 14 ราย ยังไม่ได้มีข้อสรุปแนวทางที่จะดำเนินการออกมาชัดเจน โดยมี 3 ประเด็นหลัก ที่ทาง ธปท.ให้การบ้านผู้ประกอบการมาพิจารณากันต่อ
ประกอบด้วย 1.ธปท.ต้องการให้ผู้ค้าทอง รายงานข้อมูลการนำเข้า-ส่งออก ข้อมูลการซื้อขายทองคำ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เยอะ เอกสารค่อนข้างมาก ทางผู้ประกอบการจึงขอมาศึกษาว่าจะทำอย่างไร หรือจะใช้เวลานานแค่ไหน 2.ธปท.มีการสอบถามความเห็นกรณีกระทรวงการคลังอาจมีแนวทางเก็บภาษีการซื้อขายทองคำ โดยเฉพาะธุรกรรมออนไลน์และชำระเป็นเงินบาท ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความเห็นคัดค้าน เพราะจะทำให้ธุรกิจทองคำถอยหลังกลับไปสู่ยุคมืด จากที่ผ่านพ้นยุคนั้นมาแล้ว 20-30 ปี
“ไม่ว่าจะคิดภาษีในขั้นตอนไหนของการค้าขายทองคำ จะกระทบต่ออุตสาหกรรมอย่างรุนแรง ถ้าภาครัฐใส่ภาษีเข้ามา ไม่ว่าจะในขั้นตอนนำเข้า ส่งออก หรือขั้นตอนการซื้อขายภายในประเทศก็ตาม จะกระทบอย่างรุนแรง เหมือนที่เคยคิดจะเก็บภาษีการซื้อขายหุ้น ตรงนี้ไม่มีใครเขาทำกัน เพราะทำร้ายอุตสาหกรรมโดยตรง ก็ย้ำว่าคัดค้านไอเดียนี้ และขอให้นำไปพิจารณาให้รอบคอบมากกว่านี้”
เสนอตั้งเคลียริ่งเฮาส์
ประเด็นที่ 3.ผลจากการซื้อขายทองคำตอนนี้ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นมาก มีส่วนไปกระทบกับค่าเงินบาทอยู่บ้าง จะทำอย่างไร โดยผู้ประกอบการเสนอว่า ธปท.น่าจะมีการตั้งเคลียริ่งเฮาส์ในรูปของดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเคลียริ่งโพซิชั่นดอลลาร์สหรัฐระหว่างธนาคารพาณิชย์ด้วยกันเองก่อนจะส่งออร์เดอร์ไปสหรัฐ
“หมายความว่าโพซิชั่นที่ถือครอง ที่เกิดการซื้อขายเป็นดอลลาร์สหรัฐในระหว่างวัน น่าจะมีการเคลียริ่งภายในกันเองก่อนจะส่งทุกออร์เดอร์ไปนิวยอร์ก ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดสภาวะที่เงินบาทสั่นไหวได้มาก ประเด็นตรงนี้ ธปท.ก็รับฟัง และนำไปปรึกษาหารือกันต่อไป”
นพ.กฤชรัตน์กล่าวด้วยว่า มีข้อเสนอแนะด้วยว่า ภาครัฐ รวมถึง ธปท.อาจคิดในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้อุตสาหกรรมเจริญเติบโตได้ดี และสามารถควบคุมตรวจสอบ ลดการแกว่งของค่าเงินบาท โดยยังเชื่อว่าการบริหารจัดการค่าเงินช่วงที่เงินบาทแข็ง จะเป็นประโยชน์กับ ธปท. และบริหารได้ง่ายกว่าช่วงที่เงินบาทอ่อนค่ามาก ๆ
สำหรับประเด็นการส่งออกทองไปกัมพูชา ที่ กกร.มองว่าผิดปกตินั้น นพ.กฤชรัตน์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นการซื้อขายที่ปกติ เป็นธุรกรรมที่ตรวจสอบได้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินเทาเลย ซึ่งการส่งออกที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นไปตามภาวะที่ทองคำราคาแพงขึ้น ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ
หวั่นทำลายตลาดทอง
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การหารือกับ ธปท.มีหลายหัวข้อ แต่เรื่องที่บอกว่าจะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการซื้อขายทองคำ ยังเป็นแค่การหารือระหว่างกระทรวงการคลังกับ ธปท. ซึ่งทาง ธปท.ให้ผู้ค้าทองเข้าไปหารือกับกระทรวงการคลัง และปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้กันเอง อย่างไรก็ดี YLG มองว่า หากจะมีการเก็บ VAT ทองคำ จะทำให้ตลาดถูกทำลาย เพราะว่าปัจจุบันโครงสร้างทุกอย่างบนโต๊ะ แต่หากเริ่มมี VAT ก็จะกลับไปย้อนยุคเมื่อ 30 ปีที่แล้วที่มีคนลักลอบ
อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการก็ได้ยกตัวอย่างผลกระทบที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ที่มีการเก็บ VAT ทองคำ 7% ทำให้ตลาดหายทันที หลังจากนั้นอีกไม่เกิน 1 ปี มาเลเซียก็กลับมายกเว้น VAT ทองคำ
“เวลาตลาดกำลังรุ่ง ถ้ามีมาตรการมาเบรกแล้ว การจะฟื้นให้กลับมาไม่ง่าย เพราะฉะนั้น เราก็รายงานทาง ธปท.ว่า อยากจะให้ช่วยพิจารณาว่าเวลาตลาดหดตัวแล้ว จะดึงกลับมาไม่ง่าย ต้องใช้เวลา ซึ่งตลาดทองไทย ณ ปัจจุบัน เป็นอันดับ 1 ในอาเซียน อันดับ 3 ในเอเชีย ด้วยประชากรที่น้อย และโลเกชั่นที่ดีที่สุดในอาเซียน เวลานำเข้ามาก็ส่งออกไปเพื่อนบ้าน ลาว กัมพูชา และอื่น ๆ ดังนั้น ปัจจัยที่เอื้อต่อการนำเข้า ส่งออกที่ดีอยู่แล้ว ก็ไม่อยากให้บรรยากาศนี้หายไป”
นางพวรรณ์กล่าวว่า การหารือยังไม่ได้พูดถึงเรื่องภาษีกันมาก ไม่ได้แตะกันลึก ว่าจะเป็นภาษีกำไร หรือเป็นภาษี VAT อย่างไรก็ดี หากไปเก็บภาษีกำไรก็จะเหมือนหุ้น ที่กระทบตลาดหุ้น ซึ่งตลาดทองคำก็ไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้นการจะมีมาตรการใด ๆ จะต้องกลับมามองว่าต้องทำยังไงให้เศรษฐกิจไปได้ อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ธุรกิจเสียหาย
หนุนเทรดทองสกุลดอลลาร์
นางพวรรณ์กล่าวว่า ธปท.ต้องการส่งเสริมให้การซื้อขายทองคำในประเทศ เป็นสกุลเงินดอลลาร์มากกว่าเงินบาท โดยหากพิจารณาจากตัวเลขที่เกิดขึ้นพบว่า ทองคำมีผลกระทบต่อค่าเงินบาทแค่ 10% ดังนั้น ผลกระทบต่อค่าเงินบาทน่าจะมีอย่างอื่นอีกเยอะ
“เราเข้าใจว่าความที่คนซื้อก็เยอะ ขายก็เยอะ ถ้าดูตัวเลขปีนี้ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน ก.ค. ปริมาณการนำเข้าทองคำอยู่ที่กว่า 170 ตัน และมีส่งออกแค่กว่า 70 ตัน ถ้าเทียบแล้วยังนำเข้ามากกว่าส่งออกอยู่ดี”
นางพวรรณ์กล่าวว่า ทั้งหมดนี้เป็นการเชิญไปหารือ เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างกลับไปหาแนวทางที่เหมาะสม และนำข้อเสนอมาหารือกันอีกครั้ง
“หลังจากฟังนโยบาย ธปท.แล้ว ทางผู้ค้าก็คงจะมีการหารือกันเพื่อหาโซลูชั่นที่ดี คือเป็นแนวทางที่ ธปท.รับได้ ผู้ค้าทองก็รับได้ เพราะธุรกิจต้องเดินหน้า”
ทุบโอกาส “ฮับ” ทองเอเซีย
ขณะที่นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า สมาคมพร้อมจะให้ข้อมูลกับทางภาครัฐ โดยมองว่าหากจะมีการเก็บภาษี VAT จะเป็นการถอยหลังเข้าคลอง ส่งผลกระทบต่อการเป็นผู้นำการค้าทองคำของประเทศไทยในภูมิภาค
“เรื่องทองยังคุยกันคร่าว ๆ ซึ่งคิดว่าการจะเก็บ VAT คงเป็นไปไม่ได้ ถ้าเก็บก็จะถอยหลังเข้าคลอง เสียโอกาสของประเทศ ตอนนี้ทุกคนมาศึกษาว่าเราจะเป็นศูนย์กลางของเอเชีย แต่ถ้ามีภาษีขึ้นมาก็ไม่มีโอกาส ประเทศอื่น ๆ ก็จะได้ไป ซึ่งประเทศอื่น ๆ ก็ไม่เก็บภาษีกัน ยกเลิกไปกันหมดแล้ว”
นอกจากนี้ การที่เงินบาทแข็งค่าก็ไม่ใช่มาจากประเด็นการขายทองให้กัมพูชา แต่บาทแข็งเพราะเงินดอลลาร์อ่อน ซึ่งกระทบไปทั่วโลก ไม่เฉพาะค่าเงินบาทของไทยเท่านั้น โดยสามารถศึกษาจากตัวเลขที่มีทางการได้ทั้งหมด
นายกฯสั่งเร่งแก้โจทย์บาทแข็ง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ว่า ประเด็นค่าเงินบาทที่กำลังแข็งค่าในตอนนี้จะต้องเร่งแก้ไข ขณะที่กรณีการส่งออกทองคำไปกัมพูชาที่สูงผิดปกติ ได้มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีอะไรผิดปกติก็จะดำเนินการ
ที่มา : ผู้ค้าทองระส่ำคลังเล็งเก็บ VAT ธปท.ห่วงฐานะการคลัง ไทยเสี่ยงถูกดาวน์เกรด