“ทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน”

ตามประเด็นการเมือง..."นายกฯ หนู" ดีใจเสร็จภารกิจ นำรายชื่อ ครม.ทูลเกล้าฯ ไหว้ศาลหลักเมือง-วัดพระแก้ว ขอพรให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า สงบ คนไทยสามัคคี ยืนยันตรวจสอบรายชื่อเข้ม เปิดรายชื่อ ครม.ไม่พลิกโผ
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. เวลา 12.30 น. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางมายังตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อทยอยนำรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีมาส่งให้ น.ส.ณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อทูลเกล้าฯ ในช่วงเย็นวันเดียวกัน โดยมีตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เข้ามาในทำเนียบรัฐบาล คาดว่ามาช่วยกันตรวจสอบประวัติ
เวลา 14.15 น. “นายกฯ หนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางไปสักการะศาลหลักเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และให้สัมภาษณ์ว่า ได้ประชุมกับหน่วยงานต่างๆ ที่ทาง สลค. ส่งชื่อรัฐมนตรีไปตรวจสอบคุณสมบัติเป็นที่เรียบร้อย จากนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะทำเอกสารเพื่อกราบบังคมทูลเพื่อขอพระกรุณา ให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยในเรื่องการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายชื่อรัฐมนตรีมีปัญหาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ตอนนี้ไม่มี ตอนนี้รายชื่อครบหมดแล้ว แต่ต้องมีการกรอกแบบฟอร์มให้ตรงกับการนำเสนอเพื่อทูลเกล้าฯ” เมื่อถามต่อว่ามีกระแสข่าวว่าบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีบางคน มีความสุ่มเสี่ยงเรื่องคุณสมบัติ นายกฯ กล่าวว่า ยืนยันได้เลยว่าได้ตรวจสอบทุกอย่าง คนที่ถูกนำรายชื่อทูลเกล้าฯ ให้ทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
ภายหลังประชุมที่ สลค.นายอนุทินเดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลหลักเมือง โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่ รมว.กลาโหม รอต้อนรับ ที่ศาลหลักเมือง มีผู้สื่อข่าวตามนายกฯ ไปเป็นจำนวนมาก จนเดินกันขวักไขว่ ประกอบกับพื้นลื่น ทำให้ พล.อ.ณัฐพลลื่น แต่จับราวไว้ได้ทันจึงไม่ล้ม

ผู้สื่อข่าวถามนายกฯ ว่า วันนี้รู้สึกสดชื่นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เสร็จภารกิจที่เกี่ยวกับการทูลเกล้าฯ ครม.แล้ว ก็ถือว่าผ่านไปอีกเปลาะ แต่ก็ยังมีอื่นๆ อีกมากมายที่ยังต้องทำ เมื่อถามว่าได้มีการขอพรอะไรหรือไม่หลังจากที่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมขอพรให้ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้า เจริญรุ่งเรืองและสงบ รวมถึงขอให้พี่น้องประชาชนคนไทย มีความสมัครสมานสามัคคี ผมขอพรอยู่แค่นี้”
รายชื่อรัฐมนตรีใน ครม.อนุทิน ได้แก่ 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย 2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย 3. นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย 4. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม 5. นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ 6. น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม 7. นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) 8. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การอุดมศึกษาฯ 9. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 10. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 11.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 12. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิชย์ รมช.คมนาคม

(โควตาคนนอก) 13.นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ด้านกฎหมาย 14.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ 15.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง 16.นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน 17.นายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง 18.พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม (เคยดำรงตำแหน่งรอง ผบช.ภ.3) 19.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ 20.พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม 21.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม (เคยดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2)
(โควตาพรรคกล้าธรรม) 22.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ 23.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 24.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ 25.นายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) 26.นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์ 27.นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ 28.นายองอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศึกษาธิการ
(โควตาพรรคพลังประชารัฐ) 29.นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข (บุตรชายนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค) 30.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน 31.นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รมช.สาธารณสุข 32.นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (โควตากลุ่มทวี สุระบาล สส.ตรัง)

(กลุ่มนายสุชาติ ชมกลิ่น พรรครวมไทยสร้างชาติ) 33.นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) 34.นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม 35.จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม และกลุ่มการเมืองอื่น 36.นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย
เมื่อตั้ง ครม. อันดับต่อมาก็คือการแถลงนโยบาย ที่พรรคร่วมรัฐบาลกำลังทำ ฝ่ายค้านเตรียมอภิปราย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ว่า พรรค ปชน.เตรียมพร้อมมากๆ ที่จะให้ยุบสภา และพร้อมเปิดโฉมหน้ารัฐมนตรีชุดถัดไป หากได้รับความไว้วางใจเข้ามาบริหารประเทศ ยืนยันว่า รัฐมนตรีแต่ละคนจะเป็นคนที่ได้รับการยอมรับของแต่ละวงการแน่นอน พร้อมเป็น ครม.ที่ดีที่สุดในการบริหารประเทศ ตนมีความตั้งใจอาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาที่สำคัญให้ประเทศ คิดว่าจะทําอย่างไร เมื่อเราเข้าสู่อํานาจ จะพร้อมลงโทษคนทําผิด และยุติวัฒนธรรมทําให้คนผิดลอยนวล เชื่อว่า ประชาชนทุกกลุ่ม ล้วนอยากเห็นประเทศไทยเดินไปในทิศทางนี้

นายณัฐพงษ์กล่าวถึงการเตรียมอภิปรายในวันแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า เราได้แบ่งส่วนเนื้อหาเป็นการตั้งข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่อบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี อภิปรายใครประวัติไม่ดี หรือวิญญูชนเห็นได้ว่า น่าจะเข้ามายุ่งเรื่องคดี เรื่องนโยบายของรัฐบาล ภายใต้กรอบเอ็มโอเอรัฐบาลต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน แต่การดำเนินนโยบายหลายอย่างยังแสดงให้เห็นว่าจะเป็นการสร้างภาระผูกพันไปยังรัฐบาลชุดต่อไป เราจะอภิปรายส่วนนี้ นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรค ปชน. เห็นตรงกันแล้วว่าเราสามารถเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15 ในช่วงระยะเวลา 4 เดือนได้ ถึงแม้จะเป็นระยะเวลาที่สั้นแต่ถ้าบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ยังอยู่ในกรอบเวลาที่ทำได้ทัน
นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 112 กับนิตยสาร TIME ว่า เรื่องนี้ยึดหลักตามเดิมมาโดยตลอด ตามที่ตนได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อช่วงต้นๆ ที่มารับหน้าที่หัวหน้าพรรค ทุกอย่างจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ยังยืนยันคำเดิมว่าหากมองไปยังกฎหมายมาตรานี้บางส่วนก็ยังมีปัญหา แต่จะแก้อย่างไร ก็ต้องแก้ภายใต้กรอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ในเรื่องการทำงาน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้าน ว่า เราเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการแล้ว สังคมได้รับทราบแล้วว่าเรากำลังจะมีรัฐบาลเสียงข้างน้อย ตนประสานกับพรรคเพื่อไทยตลอดเวลา ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็ต้องมาขอความร่วมมือเรื่องต่างๆ จากเรา จึงกลายเป็นความร่วมมือกันทั้ง พรรค ปชน. พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย
“ความร่วมมือก็เพื่อกำหนดวาระการประชุมในสภา อยากเชิญชวนให้พรรคเพื่อไทยในฐานะที่เราเป็นเสียงข้างมากในสภา ผ่านกฎหมายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ หากเห็นตรงกันหมดก็จะใช้เวลาไม่นาน คำถามประชามติที่หนึ่งใช้มติของ ครม. ส่วนคำถามที่สองอยู่ที่รัฐสภา แก้เพียงคำถามเดียว”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ก็ร้าวหนักกำลังจะแตก ภายหลังการโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกฯ ทำให้พรรค รทสช. แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. โหวตงดออกเสียง กลุ่มของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช. โหวตสนับสนุนนายอนุทิน เพื่อรักษาจุดยืนอนุรักษนิยมเอาไว้ โดยไม่ต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี และกลุ่มนายสุชาติ ชมกลิ่น อดีต สส.บัญชีรายชื่อ โหวตสนับสนุนนายอนุทิน เปิดตัวร่วมรัฐบาล

ภายในพรรค รทสช. ได้หารือทิศทางการทำงานและเตรียมตัวเลือกตั้ง มีผู้เสนอให้ปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค เพื่อให้ทำงานคล่องตัวขึ้น แต่กรรมการบริหารซึ่งเป็นกลุ่มของนายพีระพันธุ์ที่มีมากกว่ากลุ่มของนายเอกนัฏ ไม่ยอมให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรค และยืนยันจะทำงานพรรคในทิศทางเดิม เพราะเชื่อว่าพรรคมีคะแนนนิยมเหลืออยู่ สส. สมาชิกพรรคได้เริ่มออกมาแสดงความไม่พอใจท่าทีของนายพีระพันธุ์มากขึ้น มีกระแสข่าวว่ากลุ่มชุมพรนำโดย นายชุมพล จุลใส หรือลูกหมี ได้ลาออกจากพรรค รทสช. และจะย้ายไปเปิดตัวสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ในวันที่ 17 ก.ย.
มีรายงานว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ทะเลาะกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อย่างรุนแรงในการประชุมพรรควันที่ 9 ก.ย. จนนายเอกนัฏประกาศกลางวงประชุมขอลาออกจากคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ซึ่งกลุ่ม สส.ฝั่งนายเอกนัฏ ประกอบด้วย นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ สส.สุราษฎร์ธานี เขต 3 น.ส.กานต์สินี โอภาสรังสรรค์ สส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 นายธานินทร์ นวลวัฒน์ สส.สุราษฎร์ธานี เขต 7
ส่วนการเมืองอื่น นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผบ.เรือนจำจังหวัดนนทบุรี รองโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ซึ่งเป็นวันเยี่ยมญาติวันแรกของนายทักษิณ ชินวัตร นายทักษิณยังคงอยู่ในแดนพยาบาลของเรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับควบคุมผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว จากการเยี่ยมญาติพบว่ามีกำลังใจ และมีบ่นคิดถึงหลาน ส่วนเมนูอาหารวันนี้ มื้อเช้ารับประทานไข่ต้ม และดื่มกาแฟดำ ส่วนมื้ออื่น ๆ ก็เป็นอาหารทั่วไป เช่น ก๋วยเตี๋ยว วันที่ 15 ก.ย. ญาติยังได้นำหนังสือธรรมะ และหนังสือภาษาอังกฤษมาให้นายทักษิณไว้อ่าน
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ เข้าเยี่ยมอดีตนายกฯ และเปิดเผยว่า นายทักษิณดูอิดโรย เพราะปกติในช่วงบ่ายเป็นเวลาพักผ่อนของท่าน ส่วนใหญ่นายทักษิณอ่านหนังสือเป็นหลัก แต่ขอไม่ให้รายละเอียด เป็นเรื่องทนายกับลูกความ
ที่มา : “ทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน” | เดลินิวส์