รัฐบาลใหม่เร่งนโยบายพลังงาน จ่อลดค่าไฟต้นปี 69 ลงอีก

รัฐบาลใหม่แย้มนโยบายพลังงานเร่งด่วน จ่อลดค่าไฟงวดแรกปี 2569 ลงอีก กำลังศึกษาหาช่องพร้อมปรับลดค่าเชื้อเพลิง

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึง นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีในที่ประชุมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ถึงการควบคุมราคาพลังงานที่มีแนวโน้มว่าไตรมาสแรกของปีหน้าค่าไฟฟ้าจะสามารถลดลงได้ พร้อมปรับลดค่าเชื้อเพลิงซึ่งกำลังศึกษาแนวทางว่าจะสามารถปรับลดได้อย่างไร

ทั้งนี้ สำหรับค่าไฟงวดปัจจุบัน (กันยายน-ธันวาคม 2568) อยู่ที่ 3.94 บาทต่อหน่วย สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในการประชุมครั้งที่ 30/2568 วันที่ 30 และ 31 กรกฎาคม 2568 ได้พิจารณาข้อเสนอการปรับค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า

โดยอัตโนมัติ (ค่า Ft) ประจำงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2568 ตามข้อเสนอของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยขอให้ กกพ.นำเงินจากการเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่อยู่กับ กฟผ.ประมาณ 4,900 ล้านบาท ลดค่าไฟฟ้าและภาระหนี้ของ กฟผ.เพิ่มเติมในรอบนี้ด้วย

ดังนั้น เมื่อตรวจสอบยอดเงินจากการเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw Back) ที่อยู่ กฟผ.ประมาณ 4,955 ล้านบาท และเงินที่อยู่กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) พบว่ามียอดรวมทั้งสิ้น 7,927 ล้านบาท
กกพ.จึงมีมติให้นำเงินจากการเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินประมาณ 1 ใน 3 หรือประมาณ 2,640 ล้านบาท มาลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน หรือคิดเป็นหน่วยละ 4 สตางค์ เป็นผลให้อัตราค่าไฟฟ้าที่ กฟผ.เสนอมาในครั้งแรกหน่วยละ 3.98 บาท ปรับลดเหลือหน่วยละ 3.94 บาท
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา ส.อ.ท. เคยเสนอแนวทางลดค่าไฟผ่านการปรับโครงสร้าง ดังนี้ 1) โรงไฟฟ้าที่คืนทุนไปแล้ว ควรต้องทบทวนราคากันใหม่ โดยให้พิจารณาราคา ตามต้นทุนที่แท้จริง เช่น ค่าซ่อมแซมและค่าบำรุงรักษา แต่ต้องไม่เกินจากราคาโรงไฟฟ้าพลังงานผันแปรใหม่ในปัจจุบัน
2) โรงไฟฟ้าที่ยังไม่หมดสัญญา ขอให้ทบทวนราคาค่าไฟฟ้า (ที่ไม่มี Adder) มาเป็นราคาตามโรงไฟฟ้าใหม่ในปัจจุบัน แทนราคาขายส่ง ตามสัญญาเดิมที่สูงกว่า โดยรัฐอาจยืดระยะเวลาของสัญญาเป็นการชดเชย

อย่างไรก็ตาม นอกจากการมุ่งลดค่าใช้จ่ายตามนโยบายภาครัฐสำหรับโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน ที่เป็น SPP และ VSPP แล้ว

3) ภาครัฐก็ควรใช้หลักการเดียวกันในการลดไขมัน ด้วยการเจรจากับโรงงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ IPP เพื่อปรับลดค่าพร้อมจ่าย (AP) ซึ่งต้นทุนแฝงอยู่ในค่าไฟฟ้าค่อนข้างสูง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เดินโรงงาน โดยรัฐอาจจะชดเชยด้วยการขยายระยะเวลาสัญญาให้เพิ่มขึ้น

4) ลดไขมันจากค่าผ่านท่อก๊าซธรรมชาติ (NG) ซึ่งคืนทุนไปแล้ว ก็ควรพิจารณาปรับราคาลงมาให้เหมาะสม

 

ที่มา : รัฐบาลใหม่เร่งนโยบายพลังงาน จ่อลดค่าไฟต้นปี'69 ลงอีก

237
วันที่ 17 กันยายน 2568