''กรมฝนหลวง'' เล็งใช้โดรน ตั้งโรงงานน้ำแข็งแห้งแก้ PM2.5

กรมฝนหลวงฯการันตีน้ำจากการทำฝน ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง เน้นสารที่เป็นมิตรมาปฏิบัติการ รับซื้อเกลือจากชาวบ้าน เฉลี่ยปีละ 10 ล้าน ของบฯตั้งโรงงานน้ำแข็งแห้งใช้เอง พร้อมของบฯซื้อโดรนช่วยแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 คาดเริ่มปฏิบัติการได้ในปลายปี 2568 นี้

นายราเชน ศิลปรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า การปฏิบัติการทำฝนหลวง กรมยืนยันว่ามีความปลอดภัย เพราะสารที่นำมาทำฝนนั้นมาจากเกลือ โดยการนำไปโปรยบนอากาศเพื่อทำปฏิกิริยากับก้อนเมฆ ให้เกิดการควบแน่นและก่อตัวเป็นฝนตก โดยฝนที่ตกลงมา มีการนำมาตรวจสอบวิจัยแล้วว่าไม่มีสารตกค้าง ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ทางกรมยังได้มีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เพื่อหาสารที่เหมาะสมนำมาทำฝนหลวง เรายังมีกองวิจัยซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์ที่คอยศึกษาและพัฒนาสารที่นำมาทำฝนหลวงด้วย และได้สารที่ชื่อว่า AR23 ซึ่งเป็นสารที่ผสมระหว่างเกลือแกง (NaCl) และแคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2) โปรยเพื่อให้เมฆก่อตัว พัฒนาเป็นเม็ดฝน โดยสามารถใช้ความชื้นสัมพัทธ์ที่ 56% ได้ แต่ที่ผ่านมาการจะทำฝนได้นั้น ความชื้นบนอากาศจะต้องอยู่ที่ 60% ขึ้นไป แต่สารตัวนี้จะเข้ามาช่วยให้เมฆก่อตัวได้ง่ายในความชื้นที่ต่ำกว่ากำหนด

“ราคาของสาร AR23 ปัจจุบันอยู่ที่ 7,000-8,000 บาทต่อ 1 ตัน ส่วนราคาเกลือก็มีราคาระดับใกล้เคียงกัน เรายังได้ช่วยเกษตรกรนาเกลือ โดยกรมเข้าช่วยรับซื้อเกลือจากชาวบ้านผ่านระบบสหกรณ์ไปรวบรวม ปีหนึ่งซื้อเฉลี่ย 10 ล้านบาท หรือประมาณ 2,000 ตันต่อปี และก่อนจะนำมาขายก็จะต้องทำเป็นผงก่อน”

ล่าสุดเรายังได้พัฒนาเอานำน้ำแข็งแห้งมาใช้ทำฝนด้วย ซึ่งมีอุณหภูมิลบ 70 องศาเซลเซียส ทำให้การทำฝนมีความแม่นยำมากขึ้น และเรายังได้พัฒนา พลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ เพื่อยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ ลดผลกระทบต่อประชาชน บ้านเรือน และพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบ เช่น ลำพูน พะเยา แพร่ เชียงใหม่ เป็นต้น

นายราเชนกล่าวอีกว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ก็เป็นหนึ่งปัญหาที่ประชาชนให้ความสำคัญ โดยกรมก็พยายามในการเข้าไปดูแลช่วยเหลือ ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ผ่านมา กรมได้ขอสนับสนุนงบประมาณ 167 ล้านบาท แต่ได้รับจัดสรรงบประมาณ 76 ล้านบาท จากรัฐบาลในการแก้ไข โดยกรมนำน้ำแข็งแห้งขึ้นโปรยบนอากาศ หรือเจาะช่องอากาศ ให้ฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ระดับต่ำ สามารถลอยตัวขึ้นสูงสู่ชั้นบรรยากาศที่ไกลออกไป ทำให้ค่าฝุ่นที่อยู่ระดับพื้นดินลดลง หรือให้อากาศบริเวณนั้นดีขึ้น

“ล่าสุดกรมได้ผลักดันการจัดทำโรงงานผลิตน้ำแข็งแห้งของหน่วยงานเอง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2568 โดยจะมีกำลังการผลิตประมาณ 1 ตันต่อชั่วโมง”

โรงงานทำน้ำแข็งแห้งที่กรมดำเนินการมีอยู่ 4 แห่ง คือ จังหวัดตาก พิษณุโลก ขอนแก่น และบุรีรัมย์ และอีก 4 แห่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการจัดทำโรงงานน้ำแข็งแห้ง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ

อย่างไรก็ดี กรมยังได้ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ภายใต้เพจชื่อ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อเป็นตัวกลางในการให้ผู้ที่เดือดร้อนสามารถร้องขอฝนหลวง แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เมื่อกรมฝนหลวงฯได้รับข้อมูลและทราบพิกัด ก็จะวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการได้ทันท่วงที

 

ที่มา : ‘กรมฝนหลวง’ เล็งใช้โดรน ตั้งโรงงานน้ำแข็งแห้งแก้ PM2.5

217
วันที่ 18 กันยายน 2568