ทรัมป์เริ่มโครงการ “บัตรทอง” สิทธิละ 31 ล้านบาท แลกสถานะพำนักถาวร

ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดตัวโครงการ "โกลด์ การ์ด" เพื่อดึงดูดนักลงทุนในการได้รับสถานะผู้อยู่อาศัยถาวร ด้วยราคาสิทธิละ 31 ล้านบาท

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร จัดตั้งโครงการ “ทรัมป์ โกลด์ การ์ด” หรือ “บัตรทองทรัมป์” เพื่อดึงดูดบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ในการได้รับสิทธิพำนักถาวรในสหรัฐ

บัตรดังกล่าวมีภาพเหมือนของทรัมป์ เทพีเสรีภาพ และธงชาติสหรัฐ อยู่พื้นหลังสีทอง พร้อมข้อความ “ทรัมป์ โกลด์ การ์ด” และลายเซ็นของผู้นำสหรัฐ ประทับอยู่อย่างเด่นชัด

ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า บุคคลทั่วไปที่มีคุณสมบัติ สามารถซื้อบัตรดังกล่าวได้ในราคา 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31.83 ล้านบาท) ส่วนบริษัทจะสามารถซื้อบัตรเดียวกันนี้ได้ในราคา 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 63.67 ล้านบาท)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร จัดตั้งโครงการ “ทรัมป์ โกลด์ การ์ด” อย่างเป็นทางการ

ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศแห่งนี้มีผู้อพยพผิดกฎหมายหลั่งไหลเข้ามาอย่างมากมาย ขณะที่ระบบการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐล่มสลาย และตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ที่ชาวอเมริกันและผู้เสียภาษีชาวอเมริกันจะได้รับผลประโยชน์ จากระบบการอพยพที่ถูกกฎหมายอย่างแท้จริง

ทรัมป์กล่าวว่า รายได้จากการจำหน่ายบัตรทองนี้ อาจสูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.18 ล้านล้านบาท) ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว และเงินที่ได้มาจะเข้าสู่คลังของรัฐ เพื่อนำไปใช้ลดภาษี ส่งเสริมโครงการการเติบโตและพัฒนา และการชำระหนี้

ตามข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ trumpcard.gov บุคคลที่สนใจสมัครต้องยื่นเอกสารตามที่กำหนด และชำระค่าธรรมเนียมดำเนินการ “ซึ่งไม่สามารถขอคืนได้” หลังจากนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐ “จะดำเนินการตรวจสอบแบบเร่งด่วน”

หากได้รับการอนุมัติ ผู้ถือโกลด์การ์ดจะสามารถใช้งานบัตรดังกล่าวได้ในทั้ง 50 รัฐ และดินแดนโพ้นทะเลของสหรัฐ ในฐานะผู้พำนักถาวรที่ถูกกฎหมาย ภายใต้วีซ่า “อีบี-1” (EB-1) หรือ “อีบี-2” (EB-2)

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐมีอำนาจในการระงับหรือเพิกถอนสถานะโกลด์การ์ด “ได้ตลอดเวลา” หากตรวจพบในภายหลัง ว่าบุคคลนั้นกระทำการเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ.

เครดิตภาพ : AFP

ที่มา : ทรัมป์เริ่มโครงการ "บัตรทอง" สิทธิละ 31 ล้านบาท แลกสถานะพำนักถาวร | เดลินิวส์

263
วันที่ 20 กันยายน 2568