กัมพูชาประท้วง ไทยจะใช้กฎหมายเอาผิดชาวกัมพูชาที่บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว

กัมพูชาแถลง ตำหนิไทยจะบังคับใช้กฎหมายต่อชาวกัมพูชาที่ประท้วงบ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว อ้างผิดกฎหมายสากล-ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ
จากกรณีที่โฆษกกองทัพภาคที่ 1 ของกองทัพบกไทยประกาศว่า จะบังคับใช้กฎหมายของไทยกับชาวกัมพูชาที่รุกล้ำพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว โดยโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิตและประหารชีวิตนั้น
เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 68 กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ประท้วงและคัดค้านอย่างรุนแรงต่อเจตนารมณ์ของไทยในการบังคับใช้กฎหมายของไทยกับชาวกัมพูชาในหมู่บ้านโจกเจยและเปรยจัน (บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว)

ក្រសួងការបរទេស - Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation
แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา 21 ก.ย. 2568 ฉบับภาษากัมพูชา
แถลงการณ์ของกระทรวงฯ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและพันธกรณีของอาเซียน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 68 โฆษกกองทัพภาคที่ 1 ของกองทัพบกไทย ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายภายในของไทยต่อพลเมืองกัมพูชา ซึ่งรวมถึงการกำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือแม้กระทั่งประหารชีวิตสำหรับสิ่งที่เรียกว่า “การกระทำที่ขัดต่ออธิปไตยของไทย” เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 68 ที่กองกำลังความมั่นคงของไทยใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางโจมตีชาวบ้านชาวกัมพูชาในหมู่บ้านเปรยจัน ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ประเทศไทยได้ใช้กำลังเพื่อพยายามใช้อำนาจอธิปไตยเหนือดินแดน
2. การที่ไทยใช้กฎหมายภายในในดินแดนพิพาท ถือเป็นการละเมิดพันธกรณีพื้นฐานภายใต้มาตรา 2(3) และ 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งกำหนดให้มีการระงับข้อพิพาทโดยสันติ และห้ามการใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐอื่น การใช้โทษอาญาขั้นรุนแรง รวมถึงโทษประหารชีวิต ต่อชาวกัมพูชาที่เข้าร่วมการประท้วงอย่างสันติ ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่กฎหมายระหว่างประเทศรับรองไว้อย่างร้ายแรง
การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดเสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคมโดยสงบ ซึ่งเป็นบรรทัดฐานสำคัญภายใต้ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี การกระทำของไทยยังถือเป็นการละเมิดกฎบัตรอาเซียนและสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือ (TAC) ซึ่งกำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องละเว้นการกระทำที่ยั่วยุและยุติข้อพิพาทโดยสันติ
3. เจตนาของไทยที่จะบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศต่อชาวกัมพูชา การประท้วงโดยสันติเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงการใช้กำลังของไทยเพื่อยืนยันอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่ที่ยังไม่ได้กำหนดเขตแดน ซึ่งเป็นการละเมิดพันธกรณีตามสนธิสัญญาและพันธกรณีของไทยภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการสำรวจและกำหนดเขตแดนทางบก (MoU 2000) ซึ่งเป็นกรอบพื้นฐานสำหรับการแก้ไขปัญหาเรื่องเขตแดนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังขัดขวางภารกิจของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ในการสำรวจและกำหนดเขตแดนตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2 ของบันทึกความเข้าใจ 2543
4. กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยยุติกิจกรรมใด ๆ ที่บ่อนทำลายความพยายามในการลดความรุนแรงของสถานการณ์ ซึ่งได้ร่วมกันตกลงกันไว้ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 2025 และบันทึกการประชุมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ลงวันที่ 7 ส.ค. และ 10 ก.ย. 68
รัฐบาลกัมพูชาขอยืนยันพันธสัญญาที่มั่นคงและแน่วแน่ในการแสวงหาการแก้ไขข้อพิพาทเขตแดนทั้งหมดกับประเทศเพื่อนบ้านโดยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ยังคงยึดมั่นในหลักการที่ว่าพรมแดนต้องไม่เปลี่ยนแปลงด้วยกำลัง ราชอาณาจักรยังสงวนสิทธิ์ทั้งหมดตามกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐบาลกัมพูชาไม่ถือว่าการอ้างกฎหมายภายในประเทศของไทยมีผลทางกฎหมายหรือกระทบกระเทือนต่อกระบวนการสำรวจและกำหนดเขตแดนร่วม
ที่มา : กัมพูชาประท้วง ไทยจะใช้กฎหมายเอาผิดชาวกัมพูชาที่บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว : PPTVHD36