ขนส่งไขข้อข้องใจ ไรเดอร์รับผู้โดยสารน้ำหนักเกิน รถเสียหายใครรับผิดชอบ เก็บค่าบริการเพิ่มได้หรือไม่?

จากกระแสไรเดอร์ส่งเสียงโอดสนั่นโชเชียล กรณีรับผู้โดยสารที่มีน้ำหนักเกินจนทำให้รถเสื่อมสภาพ เช่น ลูกปืนแตก ยางแตก เป็นต้น พร้อมเสนอแนวคิดให้เจ้าของแอพให้ลูกค้าใส่น้ำหนักตัวเองในแอพด้วย เพื่อแบ่งแยกราคาระหว่างคนน้ำหนักมาตรฐานกับเกินมาตรฐาน
ทั้งนี้จากประเด็นดังกล่าว รายงานข่าวจาก กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) กล่าวว่า ตามข้อกฎหมายถ้าอันตรายแก่การบรรทุกสามารถปฏิเสธได้ แต่ต้องคุยกับแอพให้ชัดเจน เนื่องจากคนขับอาจจะถูกแบนได้
ส่วนที่จะให้ คิดค่าบริการแบ่งแยกตามน้ำหนักผู้โดยสารนั้น ยังไม่มีข้อกำหนดเรื่องนี้ ถ้าจะกำหนดต้องเอาเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งกรมก็ต้องไปศึกษาดูว่าจะออกสิทธิพื้นฐานของคนขับและผู้โดยสารอย่างไร
สำหรับ การรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น โดยปกติแล้วเจ้าของรถจะต้องรับผิดชอบเอง จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าผู้โดยสารทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน แต่ในกรณีดังกล่าวพิสูจน์ไม่ได้ เพราะรับผู้โดยสารเอง
ซึ่งตาม ระเบียบรย.17 รถจักรยานยนต์สาธารณะจะปฎิเสธผู้โดยสารก็ไม่ได้ และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่เรียกผ่านแอพ ปัจจุบันมีอยู่มาก ซึ่งยังไม่เข้าระบบ คงต้องมีการนำเข้าระบบ เพื่อดูแลสิทธิผู้โดยสาร รวมถึงตรวจสอบความพร้อมของรถด้วย

ทัังนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป กรมจะมีอำนาจคุมแอพพ์ได้ ตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (3) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2568
สาระสำคัญ เช่น กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ (Ride Sharing) ต้องมีหน้าที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากหน้าที่ทั่วไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น จัดให้ผู้ขับรถบริการด้วยรถที่จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ และต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก, จัดเก็บค่าบริการตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และแพลตฟอร์มต้องมีการตรวจสอบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทั้งไรเดอร์-ผู้โดยสาร เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน ใบอนุญาตขับรถ เลขทะเบียนรถ
หากสมัครแบบไม่เจอหน้า ต้องใช้ระบบ Digital ID ที่น่าเชื่อถือ เช่น ThaID มาช่วยในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน และมีการยืนยันตัวตนทุกครั้งที่เข้าใช้บริการ
ข้อมูลที่แสดงต่อผู้โดยสารเมื่อให้บริการต้องแสดงข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อและรูปถ่ายของไรเดอร์ เลขใบอนุญาต ข้อมูลรถ ตำแหน่ง GPS รวมถึงรายละเอียดจุดรับ-ส่ง ระยะทาง เส้นทาง เวลาเดินทางและค่าโดยสารอย่างโปร่งใส
ต้องให้สิทธิและความยืดหยุ่นแก่ไรเดอร์ ที่ไรเดอร์ต้องสามารถเลือกรับงาน ยกเลิกงาน หรือยอมรับการเปลี่ยนจุดหมายระหว่างทางได้ตามเงื่อนไขที่แพลตฟอร์มกำหนด มีช่องทางช่วยเหลือและการระงับข้อพิพาท
ต้องมีระบบให้ไรเดอร์และผู้โดยสารแจ้งเหตุฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือ หรือร้องเรียนได้ทันที พร้อมกลไกแก้ไขปัญหาและการระงับข้อพิพาทที่เป็นธรรม มีมาตรการกำกับดูแลและความปลอดภัย ที่แพลตฟอร์มต้องควบคุมให้ไรเดอร์ปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้รถสาธารณะ เช่น ให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่กำหนด ห้ามใช้บัญชีแทนกัน
และต้องมีมาตรการตรวจสอบ ลงโทษผู้กระทำผิดและป้องกันการกระทำผิดซ้ำ และมีหน้าที่การรายงานต่อหน่วยงานรัฐ แพลตฟอร์มต้องส่งรายงานการดำเนินงานตามมาตรา 22 ต่อกรมการขนส่งทางบกและ ETDA รวมถึงจัดทำรายงานประจำปีอย่างต่อเนื่องตามที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น

ที่มา : ขนส่งไขข้อข้องใจ ไรเดอร์รับผู้โดยสารน้ำหนักเกิน รถเสียหายใครรับผิดชอบ เก็บค่าบริการเพิ่มได้หรือไม่?