จับตาไทยมีโอกาส ‘เงินฝืด’ ? หวังมาตรการรัฐกระตุ้นช่วยลดความเสี่ยง

สถานการณ์เงินเฟ้อของไทยที่อยู่ระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยติดลบมาอย่างต่อเนื่องถึง 6 เดือน ประกอบกับเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำ ทำให้เริ่มมีการพูดถึงข้อกังวลว่าจะเกิด “เงินฝืด” ขึ้นมา
โดย “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ออกบทวิเคราะห์ชี้ว่า ประเทศไทย “เสี่ยงเกิดสภาวะเงินฝืด” ล่าสุด อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือน ก.ย. 2568 ยังติดลบเป็นเดือนที่ 6 ต่อเนื่อง ซึ่งศูนย์วิจัยฯได้ปรับลดประมาณการอัตราเงินเฟ้อมาอยู่ที่ -0.1% จาก 0.1% ในปี 2568 โดยในไตรมาส 4 คาดว่าเงินเฟ้อจะติดลบเล็กน้อย จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวเป็นบวกได้ที่ 0.2% จากแนวโน้มราคาพลังงานและสินค้าเกษตรที่คาดว่าจะต่ำกว่าปีก่อนหน้า ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคอ่อนแรงลง
“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ย้ำว่า “ความเสี่ยงของภาวะเงินฝืดมีมากขึ้น” แม้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือน ก.ย. ยังเป็นบวกที่ 0.65% แต่ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากจีน
นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า คณะกรรมการ กนง. ล่าสุดมีการพูดคุยกันค่อนข้างมาก ในเรื่องอัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากมีการปรับประมาณการค่อนข้างมากและมีนัยสำคัญ
โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 ปรับคาดการณ์จาก 0.5% เหลือ 0.0% และในปี 2569 จาก 0.8% เหลือ 0.5% ส่วนในปี 2570 อยู่ที่ 1%
“คาดว่าเงินเฟ้อจะกลับเข้ากรอบเป้าหมาย 1-3% ภายในต้นปี 2570 ซึ่งตัวถ่วงเงินเฟ้ออยู่ที่พลังงานและอาหารสด”
ADVERTISMENT
ส่วนข้อกังวลเรื่อง “เงินฝืด” ปัจจุบันความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินฝืดยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจาก 1.อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่เป็นปัจจัยกำลังซื้ออยู่ในระดับทรงตัว โดยในปี 2568 และ 2569 อยู่ที่ 0.9% และในปี 2570 อยู่ที่ 1% ซึ่งแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้แรงกดดันอุปสงค์ชะลอตัวลงบ้าง 2.จำนวนสินค้าและบริการในตะกร้าเงินเฟ้อ หากดูสินค้าที่ราคาปรับลดลง จะอยู่ที่ประมาณ 30-40% ใกล้เคียงกับอดีต สะท้อนว่าไม่ได้ปรับราคาวงกว้าง
และ 3.ความเสี่ยงเงินเฟ้อคาดการณ์ภาคเอกชนยังยึดเหนี่ยวในกรอบเป้าหมาย ทั้ง 5 ปี และ 10 ปี จากผลสำรวจนักวิเคราะห์และผลตอบแทนพันธบัตรยังยึดเหนี่ยว ซึ่งความเสี่ยงเงินฝืดยังไม่เห็น แต่ต้องติดตามพัฒนาการของราคาสินค้าและบริการเพื่อประเมินความเสี่ยงของภาวะเงินฝืดในระยะต่อไป
“การเกิดภาวะเงินฝืด มีความแตกต่างจากความรู้สึกของประชาชนที่รู้สึกว่าเงินไม่คล่องตัว ซึ่งหากจะเกิดเงินฝืด จะต้องเห็นราคาสินค้าและบริการปรับลดลงและกระจายตัวในวงกว้าง รวมถึงเงินเฟ้อระยะยาวปรับลดลง ซึ่งเงินเฟ้อพื้นฐานจะเป็นตัวสะท้อน หากเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลงเร็วและแรงกว่าคาดการณ์ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณของการชะลอซื้อสินค้า เพื่อรอให้ราคาสินค้าลดลงอีก และยังเห็นการปรับขึ้นของราคาสินค้าบางส่วน”
ขณะที่ “ขัตติยา อินทรวิชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า โอกาสเกิดเงินฝืดของไทยปัจจุบันมีโอกาสค่อนข้างน้อย เนื่องจาก
รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งนโยบายระยะสั้นน่าจะช่วยไม่ให้เกิดเงินฝืดได้
นอกจากนี้ หากเทียบภาวะเงินฝืดของไทยกับต่างประเทศ เช่น อาร์เจนตินา กรีซ ฝรั่งเศส เป็นต้น จะเห็นว่าโอกาสของไทยค่อนข้างน้อยกว่า ส่วนหนึ่งมาจากไทยมีค่าเงินค่อนข้างมีเสถียรภาพ มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศค่อนข้างแข็งแกร่ง และไทยไม่ได้มีการพิมพ์เงินออกมามาก
“ฟังแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ คิดว่าพอจะมีอะไรในระยะสั้น อย่างโครงการคนละครึ่ง ที่พอจะช่วยได้ จึงไม่น่าจะไปถึงภาวะเงินฝืด ดังนั้นก็ไม่ได้มีความกังวล” ซีอีโอธนาคารกสิกรไทยกล่าว
ที่มา : จับตา ‘เงินฝืด’ ? หวังรัฐกระตุ้นช่วยลดเสี่ยง