วัดฝีมือ‘พิพัฒน์’ ปิดตำนานพระราม 2 ถนนเจ็ดชั่วโคตร ภายใน 4 เดือน!!

“การก่อสร้างทางด่วนพระราม 2” ตำนานของการก่อสร้างที่ยืดยาวที่สุดเส้นหนึ่งของประเทศ

นอกจากจะถูกยกเป็นเส้นทางเศรษฐกิจสายหลักที่เชื่อมกรุงเทพมหานครกับภาคใต้แล้วนั้น ยังเป็นเขตพื้นที่ก่อสร้างที่ทดสอบความอดทนของประชาชนที่ต้องเผชิญกับการซ่อม-ขยาย-ก่อสร้างต่อเนื่องมายาวนาน

ถนนพระราม 2 เริ่มต้นก่อสร้างในยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ช่วงทศวรรษ 2500 เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองหลวงและเศรษฐกิจภาคใต้ ก่อนจะพัฒนาเป็นถนน6 ช่องจราจรในเวลาต่อมา

ทว่าเมื่อปริมาณรถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เส้นทางนี้ก็กลายเป็น “คอขวด” ที่สร้างปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุสูงสุดแห่งหนึ่งของประเทศ จนได้ฉายา ถนนรถติดเจ็ดชั่วโคตร

ที่ผ่านมารัฐบาลหลายชุดประกาศแผนขยายถนนและเริ่มการสร้างทางยกระดับระยะยาว แต่โครงการกลับสะดุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยังไม่สามารถเปิดตำนานได้สำเร็จ แม้ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้พยายามเร่งรัดที่จะผลักดันให้สำเร็จ และปักธงไว้ปี 2568 ต้องเสร็จจบ แต่อุปสรรคก็ยังเข้ามาไม่จบจนโครงการดูเหมือนยังต้องขยายเวลาออกไปเรื่อยๆ

จนเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลมาสู่การบริหารคมนาคมภายใต้การนำของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คนปัจจุบัน ได้ตัดสินใจสานต่อโครงการก่อสร้างพระราม 2จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่ต้องจับตามองว่า คมนาคมยุคพิพัฒน์ จะสามารถพลิกตำนานถนนแห่งความล่าช้าให้สำเร็จได้หรือไม่ หรือยังคงต้องฝันค้างกันต่อไป

⦁เร่งปิดจ๊อบพระราม2-เปิดใช้ฟรี22ต.ค.
ความคืบหน้าล่าสุด หลังรองนายกฯพิพัฒน์เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เจ้าตัวได้ประกาศชัดเจนอีกครั้งว่า ถนนพระราม 2 หรือที่หลายคนเรียกว่า ตำนานแห่งการก่อสร้างไม่รู้จบ จะต้องสร้างเสร็จให้จบภายในยุคนี้ แม้รัฐบาลภายใต้การบริหารของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะมีอายุเพียง 4 เดือน ก่อนจะยุบสภาภายในเดือนมกราคม 2569

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา พิพัฒน์พร้อมด้วย รัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการรัฐมนตรี, ชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม, ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง และ สุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้บริหารระดับสูงในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจความพร้อมและติดตามความคืบหน้าของโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) สายทางยกระดับ บางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว ซึ่งเป็น 1 ในโครงการทางยกระดับในช่วงพระราม 2 ที่รับผิดชอบโดยกรมทางหลวง และเป็นเส้นทางยกระดับที่ประชาชนรอคอยมายาวนาน

พิพัฒน์ให้ข้อมูลว่า ผลการตรวจติดตามพบช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย ระยะทาง 8.3 กิโลเมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ และผ่านการตรวจประเมินความปลอดภัยจากกรมทางหลวงและการทางพิเศษฯเรียบร้อยแล้ว จะเตรียมเปิดให้ประชาชนทดลองใช้ฟรีตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อช่วยบรรเทาการจราจรที่แออัดบนถนนพระราม 2 เส้นทางหลักสู่ภาคใต้

นอกจากนี้ ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการก่อสร้างในช่วงที่เหลือ โดยตั้งเป้าจะต้องพร้อมเสร็จและเปิดให้บริการต่อเนื่องถึงช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 16 กิโลเมตร ภายในเดือนเมษายน 2569 และให้แล้วเสร็จทั้งโครงการทั้งหมดภายในปี 2570 รวมระยะทางกว่า 45 กิโลเมตร ตั้งแต่บางโคล่ถึงบ้านแพ้ว เพื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการในปี 2571 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯลงสู่ภาคใต้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม พิพัฒน์ยังเน้นย้ำว่า ความปลอดภัยของประชาชนที่สัญจรและผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เขตก่อสร้างจะต้องมาก่อนทุกอย่าง โดยสั่งการให้เพิ่มมาตรการเข้มงวด ทั้งการติดตั้งตาข่ายกันวัสดุตกหล่น (Safety Net) บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ตรวจสอบผิวทาง ป้ายจราจร ระบบไฟฟ้า แสงสว่าง และระบบระบายน้ำให้สมบูรณ์ พร้อมจำกัดความเร็วในช่วงทดลองใช้ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้ทาง

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้จัดตั้งทีมวิศวกรเฉพาะกิจร่วมกับสภาวิศวกรแห่งประเทศไทย เพื่อตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างทุกขั้นตอน และปรับเวลาปิดช่องทางก่อสร้างให้ล่าช้าเป็นเวลา 20.00 น. ก่อนเปิดให้สัญจรตามปกติในเวลา 05.30 น. เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนในชั่วโมงเร่งด่วน

รวมถึงบูรณาการความร่วมมือและประชาสัมพันธ์ให้ทั้ง 2 หน่วยงาน ทั้งกรมทางหลวงและการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ทำงานร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดถนนซ้ำซ้อน และให้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความมั่นใจแก่ประชาชนทั่วประเทศให้รับรู้ว่าถนนพระราม 2 กำลังจะกลับมาปลอดภัย น่าเชื่อมั่น และสะดวกในการเดินทาง

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมทางหลวงระบุว่า ปัจจุบันโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกฯ ของการทางพิเศษฯ มีความคืบหน้าแล้วกว่า 91.88% ขณะที่มอเตอร์เวย์ M82 ของกรมทางหลวง ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย เสร็จสมบูรณ์ 100% และช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว มีความคืบหน้าราว 88.19% (ณ เดือนกันยายน 2568)

ตั้งเป้าเปิดทดลองให้บริการระยะที่ 2 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 และเมื่อเปิดใช้งานครบเส้น ประชาชนจะสามารถเดินทางเชื่อมต่อจากทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 เข้าสู่ทางยกระดับ M82 ได้โดยตรง รวมระยะทางประมาณ 10.3 กิโลเมตร โดยในช่วงทดลองเปิดบริการจะยังไม่เก็บค่าผ่านทาง

⦁ย้อนรอยอุบัติเหตุฝันร้ายชาวบ้าน
บริเวณถนนพระราม 2 เป็น 1 ในเส้นทางเบอร์ต้นที่มีปริมาณการจราจรที่หนาแน่นหลายแสนคันต่อวัน และมาพร้อมกับประวัติการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการก่อสร้าง และปรับปรุงถนนมายาวนานกว่า 55 ปี จนได้รับฉายาว่า “ถนนเจ็ดชั่วโคตร” เนื่องจากการก่อสร้างที่ไม่มีวันสิ้นสุด โดยสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุมาจากความไม่ปลอดภัยในการก่อสร้าง และการจัดการจราจรที่ไม่เหมาะสม

รายงานข้อมูลจากกรมทางหลวง (ทล.) ระบุถึงสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงหมายเลข 35 ช่วงดาวคะนอง-วังมะนาว หรือถนนพระราม 2 บริเวณ กม.0+000-กม.84+041 พบว่าตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปี 2568 มีการเกิดอุบัติเหตุรวมมากกว่า 2,500 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 143 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 1,441 ราย โดยมีเหตุการณ์สำคัญ อาทิ

วันที่ 9 สิงหาคม 2563 เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ 2 คัน เป็นรถกระบะและรถเก๋ง ตกร่องถนนที่กำลังก่อสร้าง จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าบริษัท โลหะกิจรุ่งเจริญทรัพย์ ถนนพระราม 2 จ.สมุทรสาคร ขาเข้ากรุงเทพฯ โดยที่เกิดเหตุไม่มีป้ายแจ้งเตือน และเป็นลักษณะน้ำท่วมบริเวณร่องถนน

วันที่ 21 สิงหาคม 2564 เกิดเหตุคนงานหล่นจากคานทางด่วนพระราม 2 ช่วง กม.19 เสียชีวิตระหว่างทำการติดตั้งแผ่นรองรับตัวคาน คาดว่าเป็นช่วงมุดเข้าใต้ท้องสะพาน จึงถอดเข็มขัดนิรภัยออก

วันที่ 17 กรกฎาคม 2565 พบวัสดุก่อสร้างร่วงหล่นลงบนถนนพระราม 2 กม.17 ขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงสมุทรสาคร เหล็กขนาดใหญ่ได้ลอยตกลงมาทับจนรถกระดอนขึ้น สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง และมีรถยนต์ส่วนบุคคลเสียหายอีก 2 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 คน โดยกรมทางหลวงชี้แจงว่า เหล็กดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนนั่งร้านเหล็ก

วันที่ 22 กรกฎาคม 2565 พื้นสะพานทางด่วนพระราม 2 พบรอยแตกร้าวบริเวณทางเข้าหมู่บ้านเนเชอร่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสียหาย โดย ทล.ชี้แจงว่า เกิดจากความสั่นสะเทือนเนื่องจากสะพานช่วงดังกล่าวมีปริมาณการจราจรสูงมาก พร้อมระบุถึงการเข้าซ่อมแซม โดยปิดช่องจราจรด้านใต้ของสะพานเป็นเวลา 2 สัปดาห์

วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 พบเหตุการณ์สะพานกลับรถหรือจุดยูเทิร์นเกือกม้าบนถนนพระราม 2 บริเวณ กม.34 หน้าโรงพยาบาลวิภาราม สมุทรสาคร ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พังถล่มลงมาทับรถยนต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย

วันที่ 7 มีนาคม 2566 เครนล้มขวางถนนจากอุบัติเหตุขณะยกรถแบ๊กโฮ

วันที่ 7 พฤษภาคม 2566 บริเวณหน้า index living mall ถนนพระราม 2 เกิดเหตุการณ์เหล็กที่ยึดโครงสร้างชิ้นส่วนคานขาด ทำให้คานหล่นลงพื้น และคนงานที่กำลังยึดเกี่ยวสะลิงอยู่บนคานร่วงหล่นลงมาพร้อมกับคาน ส่งผลให้คนงานบาดเจ็บ 1 คน และมีรถยนต์ที่สัญจรได้รับความเสียหาย 4 คัน จากเศษคอนกรีตจากคานกระเด็นโดนรถยนต์

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 โครงเหล็กสำหรับติดตั้งชิ้นส่วนสะพานโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ถล่มทับคนงานก่อสร้าง มีผู้เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บ 9 ราย

และเหตุการณ์อุบัติเหตุใหญ่ล่าสุดเกิดในบริเวณพื้นที่การก่อสร้างโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกที่รับผิดชอบโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ในวันที่ 15 มีนาคม 2568 ระบุว่า เกิดอุบัติเหตุโครงสร้างที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเกิดการทรุดตัว บริเวณหน้าด่านฯดาวคะนอง พื้นที่การก่อสร้างโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ส่งผลให้เกิดการสูญเสีย 6 ชีวิต บาดเจ็บอีก 24 ราย

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนั้น ทาง สุเมธ องกิตติกุล รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ในฐานะผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงเหตุโครงสร้างพังถล่มระหว่างการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 กระทบต่อเส้นทางสัญจรทางด่วนเฉลิมมหานคร จนทำให้ต้องปิดทางพิเศษด่านดาวคะนองชั่วคราว ว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการสอบสวนเชิงลึกถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร ทั้งวิธีการก่อสร้าง คุณภาพของผู้รับเหมา ความประมาทเลินเล่อ หรือเหตุสุดวิสัย

สุเมธระบุ อุบัติเหตุจากการก่อสร้างที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งอาจแสดงให้เห็นถึงข้อบกพร่องเชิงระบบ เช่น คุณภาพผู้รับเหมาและกระบวนการก่อสร้าง การเร่งงาน และควบคุมงานก่อสร้างหรือไม่ และรูปแบบการก่อสร้างทางด่วนสองชั้น ซึ่งการก่อสร้างในลักษณะดังกล่าวจะต้องใช้มาตรฐานการก่อสร้างที่สูงมาก หากควบคุมงานก่อสร้างไม่ดี มีข้อผิดพลาดขึ้นมาก็จะเกิดการถล่มได้

จะเห็นว่าอุบัติเหตุเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนและสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชน

ทั้งนี้ แม้รัฐบาลจะมีการประกาศลงพื้นที่หลายครั้ง แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยจากการก่อสร้างทำให้ประชาชนส่วนมากพากันแสดงความคิดเห็นถึงข้อกังวลว่าจะสามารถปิดตำนานทันหรือไม่ รวมถึงเสนอแนะให้หน่วยงานมีความเข้มข้นต่อการปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างและการจัดการจราจรที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดอุบัติเหตุและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้ถนน

⦁‘สมุดพกผู้รับเหมา’รอกรมบัญชีกลาง
ด้าน ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ระบุถึงการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยว่า กรมทางหลวงได้ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า งานป้ายจราจร และระบบระบายน้ำ

โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมตรวจสอบร่วมกันครั้งหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าการเปิดให้ประชาชนใช้งานในวันที่ 22 ตุลาคม 2568 นี้จะมีความปลอดภัยสูงสุด พร้อมกำชับให้ผู้รับจ้างและหน่วยงานที่ปรึกษาเพิ่มความถี่ในการตรวจความมั่นคงของโครงสร้างทางยกระดับอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนทุกคนที่ใช้เส้นทาง

ปิยพงษ์ระบุว่า หลังจากเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นโยบายหลักยังคงยึดเรื่องความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการต่างๆ เป็นอันดับแรก

สำหรับโครงการมอเตอร์เวย์ M82 สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หรือโครงการทางด่วนพระราม 2 ช่วงต่างระดับบางขุนเทียน-เอกชัย ระยะทาง 8.3 กม. งานก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ขณะที่ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.3 กม. แม้การก่อสร้างจะล่าช้าในบางสัญญา (4 และ 7) แต่ตั้งเป้าเปิดบริการทันเทศกาลสงกรานต์ 2569

ปิยพงษ์ยืนยันว่า แม้มีการเร่งรัดงาน แต่จะไม่ลดมาตรฐานความปลอดภัย โดยตลอดการก่อสร้างกระทรวงคมนาคมได้ตั้งทีมเฉพาะกิจร่วมกับวิศวกรเพื่อตรวจสอบขั้นตอนการทำงาน หากพบจุดที่ไม่ปลอดภัยจะมีการปรับแก้ทันที ทำให้การก่อสร้างมีความมั่นคงและลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ

หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ในคืนวันเดียวกันนั้น ปิยพงษ์พร้อมทีมวิศวกรลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างช่วงเอกชัย-บ้านแพ้วทันที โดยได้กำชับบริษัทผู้รับจ้างยกระดับมาตรการความปลอดภัยในทุกมิติ และเบื้องต้นพบประเด็นที่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม ได้แก่ 1.การจัดทำแผนการยก (Lifting Plan) ป้องกันรถเครนล้ม 2.ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องจักร เช่น Launching Gantry 3.เพิ่มแสงสว่างในพื้นที่ก่อสร้างเพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ

สำหรับประเด็นสำคัญที่ยังคงค้างคาใจต่อหลายฝ่ายในเรื่องเกี่ยวกับมาตรการสมุดพกผู้รับเหมา เพราะหลังจากที่เปลี่ยนรัฐบาลดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเงียบหายไป

ปิยพงษ์ชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกฎหมายและระเบียบของกรมบัญชีกลางให้ประกาศใช้ ซึ่งจะบังคับใช้กับโครงการใหม่หลังประกาศกฎกระทรวงเท่านั้น ไม่มีผลย้อนหลังต่อโครงการที่เริ่มก่อสร้าง หรือประมูลก่อนหน้านี้

สำหรับแผนงานการก่อสร้างเพิ่มเติมในอนาคต ช่วงบริเวณถนนพระราม 2 ปิยพงษ์ระบุ การก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ในแผนงานโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่น่าจะไม่มีแล้ว แต่หากเป็นกรณีถนนชำรุดเสียหายก็ต้องซ่อมตามปกติ ซึ่งการก่อสร้างเล็กๆ แบบนี้ยังคงมีอยู่ รวมถึงการก่อสร้างจุดที่เป็นสะพานคู่ขนานเพิ่มเติม เพราะปัจจุบันมีสภาพเป็นคอขวด หากไม่ดำเนินการจะทำให้การจราจรติดขัด

“การทำทางยกระดับในบริเวณถนนพระราม 2 ตอนนี้เหลือเพียงช่วงที่จะต่อไปวังมะนาว แต่การปรับปรุงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดอุบัติเหตุเราก็ยังต้องทำ ถนนเสียก็ต้องซ่อมใช่ไหมครับ ก็ขออนุญาตสื่อสารให้เข้าใจด้วย แต่กรมกำลังศึกษาว่าในส่วนที่เหลือนี้จะต้องทำอย่างไรนอกจากการสร้างทางยกระดับอย่างเดียว” ปิยพงษ์ระบุ

พร้อมทิ้งท้ายว่า ทีมกรมทางหลวงทำงานเต็มที่เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ตามนโยบายของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

คำยืนยันจากผู้บริหาร ที่ประชาชนหวังเห็น “การปิดตำนานถนนเจ็ดชั่วโคตรสักที”!!

 

ที่มา : วัดฝีมือ‘พิพัฒน์’ ปิดตำนานพระราม 2 ถนนเจ็ดชั่วโคตร

369
วันที่ 20 ตุลาคม 2568