เช็กลิสต์ 4 ประเภทที่ดินที่ต้องเสียภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง 2568

เจ้าของที่ดินต้องรู้ ! เปิด 4 รูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ต้องเสียภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง พร้อมวิธีคำนวณเบื้องต้น เพื่อให้คุณวางแผนจัดการภาษีได้อย่างถูกต้อง

เมื่อพูดถึงภาษี หลายคนอาจนึกถึงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่สำหรับคนที่มีทรัพย์สินเป็นของตัวเองอย่างบ้าน คอนโด หรือที่ดิน ยังมีอีกหนึ่งภาษีสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ นั่นคือ “ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง” ซึ่งเป็นหน้าที่ที่เจ้าของทรัพย์สินทุกคนต้องจัดการทุกปี แต่ที่ดินแต่ละประเภทก็มีภาระภาษีไม่เท่ากัน บทความนี้ เราจะมาช่วยคุณตรวจสอบจุดสำคัญ เพื่อให้เข้าใจว่าที่ดินในครอบครองของคุณจัดอยู่ประเภทไหน และต้องเตรียมตัวจัดการภาษีอย่างไรให้ถูกต้อง

ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างคืออะไร และใครมีหน้าที่ต้องจ่าย?
ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง คือ ภาษีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เช่น เทศบาล, อบต., หรือสำนักงานเขต) จัดเก็บเป็นรายปีจากเจ้าของที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง เพื่อนำไปใช้พัฒนาท้องถิ่น โดยผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีนี้คือ “เจ้าของกรรมสิทธิ์” ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ หรือผู้ที่ครอบครอง และทำประโยชน์ในทรัพย์สินของรัฐ ณ วันที่ 1 มกราคมของปีภาษีนั้น ๆ

เปิดลิสต์ 4 รูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ต้องเสียภาษี

หัวใจสำคัญของภาษีนี้คือ อัตราภาษีจะถูกกำหนดตาม “ประเภทการใช้ประโยชน์” ของที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้

1. ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม
คือที่ดินที่ใช้ทำการเกษตรอย่างชัดเจน เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่ หรือการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการจำหน่ายหรือบริโภคเป็นหลัก สำหรับเจ้าของที่เป็นบุคคลธรรมดาจะได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับมูลค่าทรัพย์สินใน 50 ล้านบาทแรก ซึ่งช่วยลดภาระให้เกษตรกรรายย่อยได้อย่างมาก

2. ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
เป็นประเภทที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม หรือทาวน์เฮาส์ที่ใช้เพื่ออยู่อาศัยเป็นหลัก จุดสำคัญคือ หากเป็น “บ้านหลังหลัก” (ซึ่งหมายถึงเจ้าของมีชื่ออยู่ในโฉนด และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังนั้นด้วย) จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีสำหรับมูลค่าทรัพย์สิน 50 ล้านบาทแรก แต่สำหรับบ้านหลังที่สองเป็นต้นไป จะต้องเริ่มเสียภาษีตั้งแต่บาทแรกโดยไม่ได้รับการยกเว้น

3. ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม และอื่น ๆ
ที่ดินประเภทนี้คือการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเป็นร้านค้า สำนักงานให้เช่า โรงแรม โกดังสินค้า หรือแม้แต่การปล่อยเช่าบ้านหรือคอนโดก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว ที่ดินประเภทนี้จะมีอัตราภาษีที่สูงกว่าที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย เนื่องจากเป็นการใช้ทรัพย์สินเพื่อสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจ เริ่มต้นที่มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 0-50 ล้านบาท ต่ออัตราภาษี 0.3% ต่อปี

4. ที่ดินรกร้างว่างเปล่า
คือที่ดินที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ ไม่ได้ทำประโยชน์ตามสมควรแก่สภาพที่ดิน ที่ดินประเภทนี้จะถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงที่สุด และหากปล่อยรกร้างติดต่อกันเกิน 3 ปี อัตราภาษีจะถูกปรับเพิ่มขึ้นทุก ๆ 3 ปี (แต่สูงสุดไม่เกิน 3%) เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้เจ้าของนำที่ดินมาพัฒนา และใช้ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

เช็กเรื่องประเภทที่ดินแล้ว ต้องคำนวณภาษีเบื้องต้นให้เป็น

เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าที่ดินของเราจัดอยู่ประเภทไหน ด่านต่อไปคือการคำนวณภาษีเบื้องต้นเพื่อเตรียมความพร้อมด้านการเงิน ทริคเล็ก ๆ ที่เรานำมาจาก Krungsri The COACH แพลตฟอร์มที่รวมเคล็ดลับด้านการเงิน มีสูตรคำนวณง่าย ๆ ที่เจ้าของทรัพย์สินควรทราบไว้ คือ “ภาษีที่ต้องจ่าย = (มูลค่าประเมินทุนทรัพย์ – มูลค่าที่ได้รับการยกเว้น) x อัตราภาษี” โดยแต่ละตัวมีรายละเอียดดังนี้

  • มูลค่าประเมินทุนทรัพย์ : คือราคาประเมินที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างจากกรมธนารักษ์ ไม่ใช่ราคาซื้อขาย
  • มูลค่าที่ได้รับการยกเว้น : คือสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายสำหรับที่ดินบางประเภท เช่น 50 ล้านบาทสำหรับบ้านหลังหลัก หรือที่ดินเพื่อการเกษตร
  • อัตราภาษี : จะแตกต่างกันไปตามประเภทการใช้ประโยชน์ และมูลค่าของทรัพย์สิน

การเข้าใจประเภทที่ดินของตนเองคือขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการจัดการ ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง การวางแผนที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้เราปฏิบัติตามหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง และตรงเวลา แต่ยังช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการทรัพย์สินเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุด และหลีกเลี่ยงค่าปรับที่ไม่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ที่มา : เช็กลิสต์ 4 ประเภทที่ดินที่ต้องเสียภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง 2568 | เดลินิวส์

443
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568