หนุ่มเมืองจันท์ เปิดที่มาห้ามขายเหล้าบ่าย2 ตะลึงใช้ต่อเนื่อง53ปี แนะทบทวนปรับดื่มเกินเวลา

หนุ่มเมืองจันท์ เปิดที่มาห้ามขายเหล้าบ่าย2 ตะลึงใช้ต่อเนื่อง53ปี แนะทบทวนปรับดื่มเกินเวลา

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน นายสรกล อดุลยานนท์ หรือ หนุ่มเมืองจันท์ โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจ ระบุว่า

มีเรื่องหนึ่งที่ผมตั้งคำถามมานานแล้วเวลาเข้าร้าน 7-11 หรือร้านอาหาร คือ การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เวลา 14.00-17.00 น.

งงและสงสัยมาตลอดว่าทำไมต้องห้ามขายเวลานี้

ขายช่วงอื่นได้แต่ห้ามขายเหล้า-เบียร์ช่วงบ่าย

คำถามก็คือ ทำไมต้องห้ามช่วงนี้

และช่วงเวลา 14.00-17.00 น. มีนัยสำคัญอย่างไรในการช่วยให้คนดื่มน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่น

จนมารู้คำตอบว่าข้อห้ามนี้เกิดจากประกาศคณะปฏิวัติเมื่อปี 2515

ตอนนั้น มีข้าราชการไม่ทำงาน มานั่งแช่กินเหล้าตั้งแต่เที่ยงจนถึงเย็น

ไม่ยอมไปทำงานช่วงบ่าย

วิธีการแก้ปัญหาแบบคณะปฏิวัติ ก็คือ ออกประกาศห้ามขายเหล้า-เบียร์ช่วงนี้

ไม่มีเหล้า-เบียร์ขาย ข้าราชการก็ต้องกลับไปทำงานตอนบ่าย

…ฉลาดมาก

ที่ฉลาดกว่า ก็คือ รัฐบาลไทยยึดระเบียบนี้เรื่อยมาจนถึงวันนี้..พ.ศ.2568

หรืออีก 53 ปีต่อมา

โดยไม่มีใครตั้งคำถามเลยว่าทำไมต้องห้ามขายช่วงเวลานี้

แต่เมื่อมีคำสั่งห้ามกันอย่างไรก็ห้ามกันแบบนั้นต่อไป

โลกวันนี้เปลี่ยนไปมาก

วิธีคิดหรือมุมมองต่อโลกของคนแค่ละยุคไม่เหมือนเดิม

ตลกยุคก่อน มุขเด็ดสุด คือ การล้อเลียนเพื่อน

ดำ-เตี้ย-อ้วน-แก่ ฯลฯ

แต่ยุคนี้ทำแบบนี้ไม่ได้เลย ถือว่าเป็นการบูลลี่

ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และควรตั้งคำถามมานานแล้ว

เช่นเดียวกับเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ในอดีต “เหล้า-เบียร์” จะถูกมองในมุมของสาธารณสุขเป็นหลัก

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำลายสุขภาพ

จนวันนี้ก็ยังเป็นเรื่องจริง

แต่มิติของการมอง “เหล้า-เบียร์” ของคนยุคนี้มีมิติอื่นเข้ามาด้วย

เขามองว่าธุรกิจนี้เป็นหนึ่งในความคิดสร้างสรรค์และผลิตภัณฑ์ชุมชน

“คราฟท์เบียร์” และ “สุราชุมชน” กลายเป็นความคิดสร้างสรรค์

และมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแบบ “ไวน์” ของฝรั่งเศส

หรือคิดในมุมการท่องเที่ยวมากขึ้น

มิติในการมองเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว

แต่กฏกติกาต่างๆของประเทศไทยยังเหมือนเดิม

ยังมองในมิติเดิม

ที่เขียนเรื่องนี้เพราะเห็นข่าวเรื่อง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯฉบับใหม่ ที่ พรรคเพื่อไทยออกมากระตุ้นรัฐบาล “อนุทิน” ให้ออกกฏหมายระดับรองเพื่อมารองรับและผ่อนคลายมาตรการต่างๆ

ผมไม่ค่อยเข้าใจรายละเอียดเรื่องนี้เท่าไรนัก

รู้แต่ว่าถ้าไม่มีประกาศต่างๆที่ตั้งใจจะผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และบังคับใช้ตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ รับรองปั่นป่วนน่าดู

เพราะตั้งแต่วันนี้เขาห้ามขาย “เหล้า-เบียร์” ตั้งแต่เที่ยงคืน

ลูกค้าที่นั่งดื่มอยู่ในผับหรือร้านข้าวต้ม

ถ้าเกินเที่ยงคืนแล้วยังซดเบียร์บนโต๊ะที่ยังดื่มไม่หมด โดนปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท

555

กติกานี้ครอบคลุมทั้งหมดทั่วประเทศ ทั้งที่ตามแนวคิดคือจะมีการกระจายอำนาจไปท้องถิ่นเพื่อให้ปรับใช้ตามความเหมาะสม

เช่น จังหวัดท่องเที่ยวอาจผ่อนปรนมากกว่า

เรื่องแบบนี้หยุมหยิมมาก และเป็นช่องว่างให้เจ้าหน้าที่รัฐหาผลประโยชน์จากความคลุมเครือ

และบางทีก็ลืมตั้งคำถามว่าทำไมต้องเที่ยงคืน

กลัวว่านานกว่านี้ จะดื่มมากไปแล้วไปขับรถจะเกิดอุบัติเหตุหรือเปล่า

ถ้าปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้ คือ เมาแล้วขับ

ก็แก้ที่การลงโทษหนักๆเหมือนประเทศต่างๆ ไม่ดีกว่าหรือ

หรือเรื่องร้านอาหารที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องอยู่ห่างจากสถานศึกษาก็เช่นกัน

ไม่แน่ใจว่า 300 เมตรหรือ 1. กม.

300 เมตร เดินนิดเดียวครับ

หรือต่างจังหวัดก็ซ้อนมอเตอร์ไซด์แป๊บเดียว

คนจะดื่ม เขาก็ดื่ม

ถ้าเด็กที่ไม่ดื่ม ก็ไม่ดื่ม

เรื่องแบบนี้ห้ามกันไม่ได้หรอกครับ

ที่เขียนมาเป็นการตั้งคำถามกับสิ่งที่เป็นอยู่จากคนที่ไม่ใช่ “นักดื่ม”

เพราะผมดื่ม “เหล้า-เบียร์”น้อยมาก

วีรกรรมสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของผม คือ เวลาไปค้างคืนบ้านเพื่อน

ตอนค่ำเราจะชวนกันไปกินข้าวและดื่มกัน

ผมจะได้รับเกียรติเป็นคนถือกุญแจบ้าน

เพราะเขารู้ว่าผมดื่มแค่ไหนก็ไม่เมา

ไม่ใช่ “คอแข็ง”

แต่เน้นกินกับ และ น้ำเปล่า 55

 

ที่มา : หนุ่มเมืองจันท์ เปิดที่มาห้ามขายเหล้าบ่าย2 ตะลึงใช้ต่อเนื่อง53ปี แนะทบทวนปรับดื่มเกินเวลา

221
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568