ควรรู้ไว้! ภาษีการรับให้ ''สังหาริมทรัพย์'' รถ แหวน เงิน ทอง พระเครื่อง คิดภาษียังไง

ควรรู้ไว้! ภาษีการรับให้ "สังหาริมทรัพย์" ที่ไม่ใช่ "อสังหาริมทรัพย์" แต่คือ เงินสด รถยนต์ ทองคำ เครื่องประดับ ภาพวาด พระเครื่อง หลักทรัพย์ ได้มาจากบุพการีคิดภาษีอย่างไร
ทำความเข้าใจทางข้อกฎหมาย เกี่ยวกับภาษีการรับให้ “สังหาริมทรัพย์” ที่ไม่ใช่ “อสังหาริมทรัพย์” เพื่อให้รู้สิทธิและเข้าใจว่าคืออะไรบ้าง
- “อสังหาริมทรัพย์” เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโดฯ
- “สังหาริมทรัพย์” เช่น เงินสด รถยนต์ ทองคำ เครื่องประดับ
ตามหลักกฎหมาย “สังหาริมทรัพย์” จะหมายถึงทรัพย์สินที่สามารถเคลื่อนที่ได้ เช่น เงินสด รถยนต์ ทองคำ เครื่องประดับ ภาพวาด พระเครื่อง หลักทรัพย์ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าสังหาริมทรัพย์นั้น ครอบคลุมทรัพย์สินอยู่หลากหลายประเภท
ซึ่งทางครอบครัวก็อาจจะมีการทยอยส่งต่อทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรหลานในระหว่างที่ตัวเองยังมีชีวิตอยู่ ในเรื่องนี้ก็จะมีภาษีการรับให้ที่กำหนดให้ “ผู้รับ” สังหาริมทรัพย์เป็นผู้เสียภาษีการรับให้ โดยสรุปได้ 3 กรณี ดังนี้
1.การให้โดยบุพการี เช่น คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ให้สังหาริมทรัพย์แก่ผู้สืบสันดาน เช่น ลูก หลาน เหลน
- การให้ในกรณีนี้จะดูที่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้และผู้รับ โดยผู้รับที่เป็นผู้สืบสันดานจะต้องเสียภาษีในส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทต่อปีภาษี โดยเสียภาษีจากส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทในอัตรา 5%
- ยกตัวอย่าง ในปี 2568 คุณพ่อได้ยกหุ้นในบริษัทของครอบครัวให้แก่ นาย ก. มูลค่า 10 ล้านบาท คุณแม่ได้ให้เงินแก่ นาย ก. จำนวน 10 ล้านบาท คุณปู่ได้ให้ทองคำแก่ นาย ก. มูลค่า 5 ล้านบาท
- ปี 2568 นาย ก. ได้รับ
-หุ้นจากคุณพ่อ 10 ล้านบาท
-เงินจากคุณแม่ 10 ล้านบาท
-ทองจากคุณปู่ 5 ล้านบาท
-รวม 25 ล้านบาท
- นาย ก. ต้องเสียภาษี = 5% × (25 – 20) ล้าน = 250,000 บาท
ในกรณีตัวอย่างนี้ นาย ก. ที่เป็นผู้สืบสันดานได้รับสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 รวมทั้งสิ้น 25 ล้านบาท นาย ก. ที่เป็น “ผู้รับ” สังหาริมทรัพย์จะต้องเสียภาษีการรับให้จากส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท ในอัตรา 5% ดังนั้น นาย ก. จะต้องเสียภาษีเท่ากับ 250,000 บาท โดยคำนวณจาก 5% ของ 5 ล้านบาท
2.การให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยา หรือการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี
- กรณีนี้กฎหมายจะไม่ได้ดูความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้และผู้รับเหมือนอย่างกรณีที่ 1 แต่จะดูจากสาเหตุแห่งการให้ ถ้าเป็นการให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยา หรือการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ผู้รับสังหาริมทรัพย์จะมีหน้าที่ต้องเสียภาษีการรับให้ในส่วนที่เกิน 10 ล้านบาทต่อปีภาษี โดยเสียภาษีจากส่วนที่เกิน 10 ล้านบาทในอัตรา 5%
- ยกตัวอย่าง ในงานแต่งงานของ นาย ก. คุณลุงคุณป้า ได้ให้เงิน 6 ล้านบาท คุณอาได้ให้เงินอีก 5 ล้านบาท ในตัวอย่างนี้ นาย ก. ได้รับเงินที่เป็นสังหาริมทรัพย์รวมทั้งสิ้น 11 ล้านบาท
- งานแต่งงาน นาย ก. ได้รับ
-เงินจากคุณลุงคุณป้า 6 ล้านบาท
-เงินจากคุณอา 5 ล้านบาท
-รวม 11 ล้านบาท
- นาย ก. ต้องเสียภาษี = 5% × (11 – 10) ล้าน = 50,000 บาท
นาย ก. ที่เป็น “ผู้รับ” จะต้องเสียภาษีการรับให้จากส่วนที่เกิน 10 ล้านบาท ในอัตรา 5% ดังนั้น นาย ก. จะต้องเสียภาษีเท่ากับ 50,000 บาท โดยคำนวณจาก 5% ของ 1 ล้านบาท
3.กรณีอื่น
- หากไม่เข้ากรณีที่ 1 หรือ กรณีที่ 2 “ผู้รับ” สังหาริมทรัพย์จะมีหน้าที่ต้องนำมารวมคำนวณกับเงินได้อื่นเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า 5-35%
ขอบคุณข้อมูลจาก ธนาคารไทยพาณิชย์
ที่มา : ควรรู้ไว้! ภาษีการรับให้ 'สังหาริมทรัพย์' รถ แหวน เงิน ทอง พระเครื่อง คิดภาษียังไง | เดลินิวส์