คนไทยมีหนี้ตั้งแต่เกิด เฉลี่ยต่อหัว 1.8 แสนบาท หลังหนี้สาธารณะปี 68 พุ่งแตะ 12.2 ล้านล้าน


คนไทยมีหนี้ตั้งแต่เกิด เฉลี่ยต่อหัว 1.8 แสนบาท หลังหนี้สาธารณะปี 68 พุ่งแตะ 12.2 ล้านล้าน

หนี้สาธารณะ ปี 68 พุ่ง 12.2 ล้านล้าน คนไทยกระอัก เกิดมามีหนี้เฉลี่ยต่อหัวพุ่ง 1.8 แสนบาท เพิ่มจากปีก่อนถึง 9 พันบาท
ผู้สื่อข่าวรายงาว่า สถานการณ์หนี้สาธารณะของไทยยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสิ้นปีงบ 68 ณ เดือนก.ย.68 ไทยมียอดหนี้สาธารณะทั้งสิ้น 12.22 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 64.82% ต่อจีดีพีประเทศที่ 18.86 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 67 ที่ไทยมีหนี้สาธารณะที่ 11.62 ล้านล้านบาท หรือ 63.28% ของจีดีพี อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า รัฐบาลยังคงต้องพึ่งพาการกู้ยืม และการทำงบประมาณขาดดุลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและบริหารจัดการงบประมาณ


ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของระดับหนี้สาธารณะในปี 68 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน ทำให้หนี้เฉลี่ยต่อหัวคนไทย ซึ่งได้มาจากการนำยอดหนี้สาธารณะคงค้างล่าสุด 12.23 ล้านล้านบาท มาหารเฉลี่ยกับจำนวนประชากรไทยล่าสุด 65.93 ล้านคน ทำให้คนไทยมีหนี้สาธารณะเฉลี่ยถึงคนละ 185,435 บาท เพิ่มขึ้นประมาณ 9,000 บาท เมื่อเทียบกับปี 67 ที่ไทยมีหนี้สาธารณะ 11.62 ล้านล้านบาท ประชากร 65.95 ล้านคน หนี้เฉลี่ยต่อหัวที่ 176,301 บาท โดยการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้เฉลี่ยต่อหัวนี้ ชี้ให้เห็นว่าคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเกิดใหม่หรือผู้สูงอายุ ต่างก็แบกรับภาระทางการเงินของประเทศที่เพิ่มขึ้น 

สาเหตุที่ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากก่อนหน้านี้ที่เคยอยู่ในระดับต่ำ 42% ของจีดีพีและมีเสถียรภาพ เริ่มตั้งแต่ปี 63 ซึ่งเป็นช่วงการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้รัฐบาลต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินมหาศาลหลายล้านล้านบาท เพื่อเยียวยาประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประกอบกับรัฐบาลจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายหลายปี และต้องทำงบขาดดุลยาวนาน จนทำให้หนี้สาธารณะไทยเพิ่มอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นความเสี่ยงต่อฐานะการคลังและอาจกระทบต่อเครดิตของประเทศในอนาคต

สำหรับองค์ประกอบหลักของหนี้สาธารณะไทยปี 68 ส่วนใหญ่ยังคงมาจาก หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง ซึ่งมีสัดส่วนสูงที่สุดถึงกว่า 85% ของยอดหนี้รวม หรือคิดเป็น 10.46 ล้านล้านบาท รองลงมาคือหนี้ของรัฐวิสาหกิจ 1 ล้านล้านบาท หนี้รัฐบาลกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 4.94 แสนล้านบาท รัฐค้ำประกันรัฐวิสาหกิจ 1.5 แสนล้านบาท และหนี้หน่วยงานรัฐ 4 หมื่นล้าน ที่สำคัญหนี้สาธารณะเกือบทั้งหมดเป็นหนี้ในประเทศ สัดส่วนสูงถึง 99% และไม่ถึง 1% ที่มาจากการกู้ยืมต่างประเทศ ที่สำคัญเป็นหนี้ระยะยาว 89.50% ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยได้

“หนี้สาธารณะเป็นภาระทางการเงินของประเทศ ที่ประชาชนทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ หนี้ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมของรัฐบาลเพื่อใช้จ่ายในการพัฒนาประเทศและดำเนินโครงการต่าง ๆ เมื่อหนี้เพิ่มขึ้นก็หมายถึง ฐานะการคลังที่อ่อนแอ และภาษีที่ประชาชนจ่ายในอนาคต จะถูกนำไปใช้ในการชำระคืนต้นเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นลำดับแรก ทำให้รัฐบาลมีงบประมาณเหลือไปใช้จ่ายด้านอื่น ๆ น้อยลง“

 

208
วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568