ใครบ้างเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานสูง และมีพฤติกรรมแบบใดดูเลย…!

เบาหวานไม่ใช่แค่กินหวาน ต้องรู้ทันพฤติกรรมเสี่ยงเปลี่ยนทีละน้อย ลดหวานลดโรค
วันนี้ “เดลินิวส์” ได้นำบทความจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้นำข้อความดีๆมาบอกกล่าวถึงการดูแลสุขภาพด้วยความเป็นห่วงใย เพราะว่าคนส่วนใหญ่เป็นเบาหวาน (ชนิดที่ 2) กันมาก ซึ่งสาเหตุหลักของการเป็นเบาหวาน มาจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตที่ส่งผลให้เกิดระดับน้ำตาลในเลือดสูง อย่าลืมว่าร่างกายเราเสื่อมตามอายุอยู่แล้ว การทำงานของตับอ่อนที่ผลิดอินซูลินไว้ดูแลระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติก็สามารถเสื่อมถอยลงได้ต้องมีวิธีดูแลตัวเองก่อนเป็นโรค

- ใครที่ชอบมีพฤติกรรมแบบนี้ เสี่ยงเบาหวานสูง
- ชอบกินแป้งและน้ำตาล เพราะ อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต และน้ำตาล เป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เพราะน้ำตาลส่วนหนึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นกรดไขมันอิสระและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปใช้งาน หากใช้งานไม่หมด ก็จะกลายเป็นกรดไขมันสะสมในเลือด เป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด
- เนือยนิ่ง ยิ่งอายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายก็มีแต่จะเสื่อมถอยลง คนที่ขาดกิจกรรมทางกาย หรือไม่ออกกำลังกายจะเสี่ยงกับการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้ง่าย ยิ่งคนที่ชอบกินแป้งและน้ำตาลเป็นประจำ แล้วไม่ออกกำลังกายจะเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานได้มากขึ้น
- สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ทำให้การทำงานของอินซูลินลดลงได้ เช่นเดียวกับการดื่มแอลกอฮอล์ที่สามารถทำให้ตับอ่อนสร้างอินซูลินลดลง
- อ้วนลงพุง ปกติไขมันส่วนเกินจะถูกย่อยเปลี่ยนเป็นกรดไขมันอิสระกับกลูโคลให้ร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงาน แต่ถ้าไขมันส่วนเกินมากไปจะสะสมอยู่ในช่องท้องมากขึ้นไปด้วย และจะไปเกาะที่ผนังเซลล์จนหนาขึ้น อินซูลินจึงพากลูโคสผ่านเข้าไปในเชลล์ได้แค่บางส่วนน้ำตาลที่เข้าเซลล์ไม่ได้ตกค้างอยู่ในกระแสเลือด ทำให้ตับอ่อนต้องผลิตอินชูลินมาดูดซึมน้ำตาลในเลือด เมื่อตับอ่อนทำงานไม่ไหวเสื่อมลง ก็จะสามารถทำให้เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ เราจึงไม่ควรปล่อยให้มีน้ำหนักตัวเกิน หรืออ้วนจนลงพุง
- เครียด ความเครียดทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนหลายชนิด รวมถึงฮอร์โมนที่มีฤทธิ์เพิ่มระดับน้ำตาลซึ่งทำงานตรงข้ามกับฮอร์โมนอินซูลิน ถ้าฮอร์โมนเพิ่มน้ำตาลมีมากขึ้น ระดับน้ำตาลก็จะสูงตามไปด้วย ทำให้เป็นเบาหวานได้เช่นกัน
- พักผ่อนน้อย การพักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วนอนตื่นสายผิดเวลา สามารถทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ผิดปกติ แล้วส่งผลต่อการทำงานของตับอ่อนในการผลิตอินซูลินได้ เราจึงควรพักผ่อนให้สัมพันธ์กับนาฬิกาชีวภาพ คือการเข้านอนช่วง3 ทุ่ม นอนให้ได้ 6-8 ชั่วโมง
- กรรมพันธ์ ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวสายตรง พ่อ แม่ พี่ น้องท้องเดียวกันเป็นโรคเบาหวาน อาจมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานได้ ต้องคอยดูแลตัวเองเรื่องการกินและการออกกำลังกาย
ที่มา : ใครบ้างเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานสูง และมีพฤติกรรมแบบใดดูเลย...! | เดลินิวส์
47
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568