''ศป.กฉ.'' โต้ข่าวเท็จจมน้ำเสียชีวิต 80 ราย ชี้มี 33 รายใน 7 จังหวัดใต้ แจง ฮ.ตกข่าวปลอม

‘ศป.กฉ.’ โต้ข่าวเท็จจมน้ำเสียชีวิต 80 ราย ชี้มี 33 รายใน 7 จังหวัดใต้ แจง ฮ.ตกข่าวปลอม พร้อมเปิดลงทะเบียนอาสาสมัครช่วยน้ำท่วมผ่าน ‘แอปทางรัฐ’ รัฐบาลซัพพอร์ตค่าใช้จ่าย ‘สทนช.’ คาด 5 วันคลี่คลายลง

เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 26 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงภายหลังการประชุม ศป.กฉ. ว่า สถานการณ์น้ำภาพรวม ปริมาณน้ำฝนที่เติมเข้ามามีปริมาณที่ลดน้อยลง แนวโน้มของน้ำในพื้นที่ภาคใต้มีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม บางจังหวัดที่ถัดออกไปจาก จ.สงขลา เริ่มมีการแจ้งเตือนแล้ว เช่น สตูล นครศรีธรรมราช บางจังหวัดได้มีการแจ้งอพยพตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ทั้งนี้ พบว่าหลังมีการแจ้งเตือนให้มีการอพยพ ยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ประมาทต่อสถานการณ์ คิดว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องอพยพ ซึ่ง ศป.กฉ. มีความกังวลว่าหากแจ้งเตือนให้อพยพแล้ว ยังไม่เร่งรีบอพยพ อนาคตอาจเกิดความยากลำบากในการอพยพ ทาง ศป.กฉ. จึงสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการสำรวจกลุ่มเปราะบาง เชิญชวนประชาชนให้ไปอยู่ในศูนย์พักพิงเลย เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดในอนาคต สำหรับแนวทางคือ ทุกจังหวัดกรณีที่เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ศูนย์พักพิงจะมีการกำหนดจุดให้คนในพื้นที่ทราบ ก่อนที่จะมีคำสั่งอพยพ ซึ่งจะดำเนินการเช่นนี้ทุกครั้ง

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กรณีมีข่าวว่าโรงพยาบาลหาดใหญ่ มีจำนวนผู้เสียชีวิต 80 คนนั้น ขอยืนยันว่า ข้อมูลนั้นไม่ตรงกับความจริง โดยได้รับรายงานจากโรงพยาบาลหาดใหญ่ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตครึ่งหนึ่ง 40 คน เป็นผู้เสียชีวิตที่อยู่ในโรงพยาบาลอยู่แล้ว 14 คน เป็นผู้เสียชีวิตที่ไม่ได้มาจากสถานการณ์น้ำท่วม แต่เสียชีวิตจากการรักษาพยาบาล ดังนั้น ข้อมูลที่ออกมาไม่เป็นความจริง โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในพื้นที่ 7 จังหวัด ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล ปัตตานี และยะลา มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 33 คนใน 7 จังหวัด แบ่งเป็นนครศรีธรรมราช 9 ราย พัทลุง 4 ราย สงขลา 6 ราย ตรัง 2 ราย สตูล 2 ราย ปัตตานี 5 ราย และยะลา 5 ราย สาเหตุการเสียชีวิต เช่น ถูกน้ำพัด ไฟฟ้าช็อต ดินถล่ม ตกน้ำ และจมน้ำ ข้อมูลนี้ทาง ศป.กฉ. จะแจ้งให้ประชาชนทราบทุกวัน ขอวิงวอนถึงประชาชนเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ เพราะเป็นการสร้างความหวาดหวั่น ไม่เชื่อมั่น ทำลายขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ขอให้ใช้ความระมัดระวัง ส่วนกระแสข่าวเฮลิคอปเตอร์ตกใกล้กับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ยืนยันไม่เป็นความจริง ตรวจสอบข้อมูลแล้วไม่มีเหตุการณ์ ฮ.ตกแต่อย่างใด ตลอด 2-3 วัน มีเฟคนิวส์มาก จึงขอความกรุณาในการเผยแพร่ข่าว ทั้งนี้ ทาง ศป.กฉ. ได้มีการรวบรวมข้อมูลผ่านระบบ AI เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้มีการส่งข้อมูลให้กับ ศป.กฉ.ส่วนหน้า และจะมีการอัปเดตให้ ศป.กฉ.ส่วนหน้าเป็นรายชั่วโมง

นายสิริพงศ์ กล่าวถึงกรณีการแชร์ว่าโรงพยาบาลประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและไฟดับ ว่า ทาง ศป.กฉ. ได้ประสานให้หน่วยงานนำเครื่องปั่นไฟไปติดตั้งให้โรงพยาบาล แต่ปัญหาคือ เรื่องการส่งอาหารที่ล่าช้าไป จากเดิมควรจะต้องส่งตอน 18.00 น. เย็น แต่เมื่อคืนวาน อาหารไปถึงตอน 20.00 น. ส่วนผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยวิกฤติย้ายออกมาหมดแล้ว ยังคงเหลือผู้ป่วยที่สามารถดูแลตามสถานการณ์ได้ เรายังคงมีการพูดคุยกันอย่างเมื่อวานไฟติด แต่ไม่เข้าใจว่า เจตนาผู้โพสต์ว่าไฟดับมาจากอะไร ยืนยันขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้มีการบริหารจัดการเรื่องคิวในการส่งอาหารเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีกต่อไป

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ได้มีการเปิดศูนย์อำนวยการประสานงานธารน้ำใจไทยสู้กับอุทกภัย 2568 ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ ดอนเมือง ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในทุกมิติ ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดอาจจะไปรวมศูนย์เกี่ยวกับสิ่งของบริจาคที่ทางจังหวัดได้ และจังหวัดดำเนินการส่งต่อมาที่ศูนย์อำนวยการประสานงานธารน้ำใจฯ ส่วนผู้ที่อยู่ กทม. หากจะบริจาคสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นสามารถบริจาคได้ที่ศูนย์นี้ นอกจากประชาชนจะให้เป็นสิ่งของเครื่องใช้แล้ว เรายินดีที่จะรับการสนับสนุนช่วยเหลือในเรื่องของกำลังและทรัพยากร เช่น เจ็ตสกี สปีดโบ๊ต รถยนต์ยกสูง รถลากจูง อุปกรณ์กู้ภัย สิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีพ ลักษณะการช่วยเหลือเหล่านี้ หากต้องการได้รับการสนับสนุนทางศูนย์จะมีเครื่องบิน C 130 บินส่งให้ทุกวัน วันละ 5 รอบ ขณะเดียวกันวันนี้ แอปพลิเคชันทางรัฐ จะเปิดให้ผู้ที่ต้องการจะเป็นอาสาสมัคร ไปร่วมทำงานกับกู้ภัยในพื้นที่ลงทะเบียน โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พัก และค่าน้ำมันในการเติมยานพาหนะ เพื่อปฏิบัติการในพื้นที่ ส่วนกู้ภัย อาสาสมัครที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลจะมีลงทะเบียนย้อนหลังให้เพื่อเป็นการสนับสนุน

“สถานการณ์ครั้งนี้ เป็นสถานการณ์ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าอาศัยทางภาครัฐอย่างเดียว กำลังอาจจะไม่เพียงพอ และอาจจะเกิดความล่าช้า ทำให้เกิดความเสียหายมาก อาสาสมัครเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยเหลือให้ทันสถานการณ์ แต่รัฐบาลไม่ได้ปล่อยให้ท่านเป็นอาสาสมัครแล้วไปสู้เพียงลำพัง รัฐบาลสู้ไปกับท่านด้วย ไปช่วยชาวใต้ด้วยกัน” นายสิริพงศ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนายกฯ เดินทางลงไปพื้นที่ จ.สงขลา วันเดียวกัน ลงไปจุดไหน และช่วยได้มากน้อยแค่ไหน นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การเดินทางไปของนายกฯ คือ การไปดูปัญหาอุปสรรคหน้างานว่า การประสานงานหน้างานมีการดำเนินการอย่างไร มีปัญหาอุปสรรคอะไรหรือไม่ มีข้อมูลส่วนไหนที่จะสามารถดำเนินการร่วมกันได้ เป็นเรื่องการบริหารจัดการเป็นหลัก 

เมื่อถามถึงกรณีดราม่าระบุว่านายกฯ อยู่ส่วนกลางดีกว่าลงพื้นที่ เพราะจะทำให้คนต้องมารอต้อนรับ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หน้างานตรงนี้มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็น ผอ.ศป.กฉ. ในการบูรณาการข้อมูลต่างๆ การที่นายกฯ ลงไป ไม่ได้เป็นภาระ ท่านไปคณะเล็ก ไม่ได้แจ้ง ไม่ได้มีนักข่าวตามไป และท่านไม่ได้มีความประสงค์แจ้งว่าจะต้องมีขบวนมาต้อนรับ แต่เป็นการไปปฏิบัติหน้าที่และดูถึงข้อจำกัด ถึงข้อกำหนดต่างๆ ว่าในการดำเนินการมีอุปสรรคอย่างไร เท่านั้นเอง

เมื่อถามว่า มีการคาดการณ์หรือไม่ว่าอีกกี่วันสถานการณ์น้ำจะลดลง นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สทนช. คาดการณ์ว่า ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ภายใน 5 วัน สถานการณ์จะคลี่คลายไปกว่านี้มาก แต่อาจจะมีบางจุดที่เป็นแอ่งเล็ก เป็นพื้นที่ต่ำอาจจะลงไม่หมด แต่ในภาพรวมถ้าเทียบกับสถานการณ์วันนี้ จะเห็นว่าสถานการณ์เริ่มลดลงแล้ว

เมื่อถามถึง กรณีทีมกู้ภัยถูกยิงปืนไล่ระหว่างช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานแล้ว ประเด็นนี้มีหลายสาเหตุ บางสาเหตุแจ้งว่าอาจเป็นเพราะเรียกแล้วไม่ได้ยินก็เป็นได้ แต่ในความจำเป็นที่จะต้องมี ศป.กฉ. เนื่องจาก ศป.กฉ. จะรู้สถานการณ์หน้างานว่าควรมีข้อปฏิบัติอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่หาดใหญ่ ตอนนี้บางหน่วยงานเอาเรือหางยาวเข้าไปปรากฏว่าเรือหางยาวที่เข้าไปช่วงแรกคว่ำทุกลำ เพราะสู้แรงน้ำไม่ได้ นี่คือความจำเป็นที่จะต้องมีการพูดคุยกับ ศป.กฉ. ก่อน หรือแม้แต่ในการใช้ยานพาหนะบางอย่างในเขตชุมชน หรือคนที่อยู่ในตัวบ้านที่ไม่ได้อพยพออกมา ก็ต้องใช้ความระมัดระวัง เข้าใจว่าทุกคนรีบหมด ในขณะที่ติดอยู่ในบ้านก็มีความทุกข์ร้อน ดังนั้นการบริหารสถานการณ์แบบนี้ทุกฝ่าย จึงมีความสำคัญ

เมื่อถามถึง กรณีประชาชนติดอยู่ในพื้นที่ และไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ทาง กสทช. ได้รายงานให้ ศป.กฉ. ทราบว่า หลายจุดที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเข้าไปเติมน้ำมันให้กับเครื่องปั่นไฟได้ สามารถดำเนินการได้แล้ว 

เมื่อถามว่า สถานการณ์วิกฤติขณะนี้ เป็นเพราะแผนอพยพในช่วงแรกไม่ดีใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า มีทั้งการทำงานภาคพื้น ซึ่งรัฐบาลยืนยันการทำงานในภาคพื้น มีการแบ่งเขตรับผิดชอบในการอพยพผู้คนอยู่ ยกตัวอย่าง บางกรณีในบางจังหวัดมีการแจ้งเตือนให้อพยพ แต่ประชาชนยังไม่อพยพ ซึ่งการอพยพคนมายังศูนย์พักพิงต่างๆ พอแบ่งโซนแล้วอาจจะมีตกหล่นอยู่ แต่ยืนยันว่า เรายังตามเก็บให้ครบทุกคน ดังนั้น ย้ำว่ามีการทำงานแบบภาคพื้นและการทำงานแบบออนไลน์

เมื่อถามว่า การติดตามผู้สูญหายซึ่งไม่สามารถติดต่อได้ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การติดต่อไม่ได้อาจจะมีหลายสาเหตุ เช่น บางคนติดอยู่ในพื้นที่แต่โทรศัพท์แบตเตอรี่หมด ซึ่งการสูญหายในลักษณะนี้ยังไม่สามารถตีได้ว่าเป็นการสูญหาย ยอมรับว่า ติดต่อไม่ได้มีหลายเคส แต่ตัวเลขที่ได้รับการยืนยันสูญหายแล้ว มี 1 ราย ที่ จ.สตูล

 

ที่มา : ‘ศป.กฉ.’ โต้ข่าวเท็จจมน้ำเสียชีวิต 80 ราย ชี้มี 33 รายใน 7 จังหวัดใต้ แจง ฮ.ตกข่าวปลอม | เดลินิวส์

416
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568