เตรียมรับมือ ร่างระเบียบ สธ. คุมเข้มขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่

เตรียมรับมือ ร่างระเบียบ สธ. คุมเข้มขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่
KEY POINTS
- กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค กำลังยกร่างระเบียบใหม่เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็น
- สาระสำคัญของร่างระเบียบคือการกำหนดอัตราค่าปรับที่ชัดเจนสำหรับความผิดต่าง ๆ เช่น การขายให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี การโฆษณา และการขายผ่านเครื่องอัตโนมัติ โดยอาจเพิ่มค่าปรับให้สูงขึ้นได้ในกรณีร้ายแรง
- การเสนอร่างระเบียบนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลได้มีมติยกเลิกการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังคงไม่อนุญาตให้ขยายเวลาขายถึงตี 4
นับตั้งแต่วันที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตามด้วยประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2568 ที่ระบุช่วงเวลาห้ามขายและบริโภคที่มีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว หากแต่ในส่วนของภาคเอกชนและประชาชน รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวยังคงสับสนเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในเรื่องนี้
เนื่องจากเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวช่วงไฮซีชัน ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2568 จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหารือเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในวันที่ 13 พ.ย. 2568 นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
โดยที่ประชุมได้มีมติปลดล็อกช่วงเวลาตามข้อเรียกร้องของภาคเอกชนโดยให้ยกเลิกการห้ามขายช่วงเวลา 14.00-17.00 น.ซึ่งกฎหมายเดิมนั้น ห้ามจำหน่าย ในช่วงเวลานี้เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าราชการดื่มในเวลาราชการนั่นเอง อย่างไรก็ดี จะมีการประเมินผลดีทางเศรษฐกิจและข้อกังวลเรื่องสุขภาพเป็นเวลา 6 เดือนเพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการมาตรการนี้ต่อหรือไม่
จากนั้นเป็นการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีนายพัฒนา รมว.สธ. เป็นประธานการประชุมฯ ได้มีมติมาตรการที่เกี่ยวข้องซึ่งแม้ว่าจะไม่มีการขยายเวลาขายออกไปถึง 04.00 น. ตามข้อเรียกร้องของภาคเอกชน แต่ที่ประชุมได้มีมติให้ "นักดื่ม" สามารถนั่งดื่มในสถานที่ที่ขายต่อได้อีก 1 ชั่วโมงหลังเที่ยงคืน
โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ ห้ามมีการซื้อเพิ่มเติมในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากเมื่อพิจารณาสถิติอุบัติเหตุที่เกิดในช่วงเวลา 02.00-03.00 น. พบว่า เป็นช่วงที่มีอุบัติเหตุสูงที่สุดและยังคงมาตรการเรื่องของการโซนนิ่งเอาไว้
ล่าสุด กรมควบคุมโรค ได้ยกร่างระเบียบคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. ...สาระสำคัญเป็นการมอบหมายให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบสามารถเปรียบเทียบความผิดตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ สามารถพิจารณาได้ว่า หากลักษณะหรือพฤติการณ์ของผู้ต้องหาหรือผู้กระทำความผิดในกรณีการกระทำความผิดมีลักษณะร้ายแรง อาจกำหนดจำนวนเงินค่าปรับให้เพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราการเปรียบเทียบ (แบบ ปท.1) หรือกำหนดอัตราขั้นสูงก็ได้
2. เห็นด้วยหรือไม่กับอัตราค่าปรับความผิดฐานขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 บริบูรณ์และความผิดฐานขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลที่มีอาการมึนเมา ตามมาตรา 29 วรรคหนึ่ง
3. เห็นด้วยหรือไม่กับอัตราค่าปรับความผิดฐานขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยใช้เครื่องขายอัตโนมัติ ตามมาตรา 30 (1)