วิกฤตขยะท่วมเมืองหาดใหญ่

แม้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะลงนามในประกาศ “ยกเลิก” สถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่จังหวัดสงขลาไปแล้ว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ “ขยะ” ล้นเมืองหาดใหญ่ยังคงเป็นเหตุฉุกเฉินและวิกฤตต่อเนื่อง เพราะตลอดระยะเวลากว่าสัปดาห์ที่น้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ ส่งผลให้ข้าวของเครื่องใช้ วัสดุอุปกรณ์เสียหายจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน เมื่อน้ำลดลงเข้าสู่โหมด “บิ๊กคลีนนิ่ง”ข้าวของเครื่องใช้วัสดุอุปกรณ์ในการดำรงชีพที่เสียหายจากน้ำท่วมจึงกลายเป็นทั้งขยะเปียกและขยะแห้งหลั่งไหลออกกองพะเนินเทินทึก ทั้งตามบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ตรอก ซอก ซอย ไปจนถึงถนนสายหลัก จากเมืองที่รองรับประชากรมากกว่าแสนคน

ปัญหาที่ตามมาก็คือขยะเริ่มส่งกลิ่นเหม็นจากความเน่าเสีย และกำลังจะกลายเป็นบ่อเกิดของโรคระบาดที่มาจากขยะ การปนเปื้อนของขยะในแหล่งน้ำ จนมีการประมาณการกันว่า เมืองหาดใหญ่เพียงเมืองเดียวน่าจะมีขยะที่เกิดจากเหตุการณ์น้ำท่วมมากกว่า 100,000 ตันที่รอการกำจัดอยู่ ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) หลังจากลงพื้นที่ได้ประมาณการปริมาณขยะหลังน้ำลด โดยอาศัยโมเดลน้ำท่วมที่ อ.แม่สาย เชื่อว่าจะมีปริมาณขยะเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นเป็น 3.5 เท่าของปริมาณขยะปกติ ทั้งในเขตเทศบาลนครสงขลา เทศบาลหาดใหญ่ (สะพานดำ) เทศบาลเมืองสะเดา และเทศบาลบ้านพรุ

ที่ผ่านมาเฉพาะเทศบาลเมืองหาดใหญ่เพียงแห่งเดียวก็สามารถจัดเก็บขยะเฉลี่ยวันละ 1,500-2,000 ตัน และจัดเก็บไปแล้วมากกว่า 25,000 ตัน แต่ยังมีปริมาณขยะเหลือตกค้างอีกมาก โดยขยะเหล่านี้ถูกส่งมาพักไว้ที่ แยกสะพานดำ ถ.ราษฎร์อุทิศ จนล้นเกินและจะต้องถูกส่งไปไว้ที่บริเวณที่พักขยะที่ บ่อขยะ ต.เกาะแต้ว ใกล้เคียงกับพื้นที่ตั้ง โรงไฟฟ้าขยะเกาะแต้ว ของบริษัท พีทีไอ โพลีน เพาเวอร์ กำลังผลิตไฟฟ้าจากขยะ 9.9 MW มูลค่าโครงการ 2,100 ล้านบาท จากเดิมที่มีกำหนดการจะเปิดเดินเครื่องในเดือนมกราคม 2569 ก็ให้เร่งมาเปิดเดินเครื่องเลยภายในสิ้นสัปดาห์นี้

จนกลายมาเป็นความหวังเดียวของเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่จะต้องเร่งกำจัดขยะอันเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เชื่อกันว่า มีปริมาณมากกว่า 100,000 ตัน ทว่าหากคิดจากกำลังการกำจัดขยะที่ปริมาณ 500 ตันต่อวัน จากจำนวนขยะที่พักรอการกำจัดที่ถูกส่งมาจากทั่วทุกสารทิศของเมืองหาดใหญ่ หากโรงไฟฟ้าขยะโรงนี้เปิดเดินเครื่องได้จริงเต็มประสิทธิภาพก็จะต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งปีถึงจะกำจัดขยะที่ถูกส่งเข้ามารอพักไว้ได้ทั้งหมด


สะท้อนการบริหารจัดการหลังน้ำลดที่ปราศจากแผนดำเนินการจนเกินกำลังของเทศบาลนครหาดใหญ่ ควรที่หน่วยงานส่วนกลางของรัฐบาลจะต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหาบริหารจัดการขยะล้นเมืองเพื่อฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ อันเป็นเมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้กลับมาให้เร็วที่สุด

ที่มา : วิกฤตขยะท่วมเมืองหาดใหญ่

425
วันที่ 6 ธันวาคม 2568