วางแผนภาษี เมื่อรายได้สูงขึ้น เข้าใจการคิดภาษี 2 แบบ ขั้นบันได VS เหมาจ่าย 0.5% ก่อนยื่นภาษีจริง

ทำความเข้าใจ พื้นฐานการคิดภาษี ,จุดตัดสินใจสำคัญ ระหว่าง ภาษีแบบขั้นบันได กับ ภาษีแบบเหมา 0.5% ต้องเลือกแบบไหน? อธิบายครบ และนำไปยื่นภาษีได้จริง สำหรับคนมีรายได้หลายทาง
เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีรายได้หลายทาง ทั้งเงินเดือน งานฟรีแลนซ์ ค่าเช่า หรือรายได้จากวิชาชีพอิสระ คำถามที่หนีไม่พ้นคือ “ต้องเสียภาษีเพิ่มแค่ไหน และควรคำนวณภาษีแบบใดถึงจะคุ้มที่สุด”
บทความนี้ Thairath Money รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลจากแหล่งทางการ เพื่อชวนทำความเข้าใจ และนำไปใช้ยื่นภาษีได้จริง ตั้งแต่พื้นฐานการคำนวณภาษี ไปจนถึงจุดตัดสินใจสำคัญว่า เราควรใช้การคำนวณแบบขั้นบันได หรือ แบบเหมาจ่าย 0.5% ดีกว่ากัน
เข้าใจสูตรภาษี ก่อนเริ่มวางแผน
สำหรับ หลักการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เริ่มจากสูตรง่าย ๆ คือ
ภาษีที่ต้องจ่าย = เงินได้สุทธิ × อัตราภาษี
โดย “เงินได้สุทธิ” คือรายได้ทั้งหมดตลอดปี หักออกด้วยค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด
เงินได้สุทธิ = เงินได้ทั้งปี – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน
ตัวเลขเงินได้สุทธินี้เอง จะถูกนำไปคำนวณภาษีใน 2 วิธี ซึ่งผู้มีเงินได้จำเป็นต้องเปรียบเทียบทั้งสองแบบ
สรุปสิทธิลดหย่อน ปีภาษี 2568

ภาษีบุคคลธรรมดา คิดได้กี่แบบ?
กรมสรรพากรกำหนดให้การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มี 2 วิธีหลัก ได้แก่
-
การคำนวณภาษีแบบขั้นบันได (คำนวณจากเงินได้สุทธิ)
-
การคำนวณภาษีแบบเหมาจ่าย 0.5% (คำนวณจากเงินได้พึงประเมินที่ไม่ใช่เงินเดือน)
หลักสำคัญคือ ต้องคำนวณทั้งสองวิธี และเลือกยื่นตามวิธีที่ “เสียภาษีสูงกว่า” เนื่องจาก ภาษี 2 วิธีนี้ใช้ “ฐานคำนวณต่างกัน”
กฎหมายจึงกำหนดให้เปรียบเทียบทั้งสองแบบ และเลือกวิธีที่เสียภาษีสูงกว่า เพื่อป้องกันกรณีที่มีรายได้สูง แต่หักค่าใช้จ่ายจนเหลือเงินได้สุทธิต่ำผิดปกติ ทำให้การเสียภาษีไม่สะท้อนรายได้จริง
วิธีคำนวณภาษีง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน
-
คำนวณภาษีแบบขั้นบันได
-
คำนวณภาษีแบบเหมาจ่าย 0.5%
-
เปรียบเทียบผลลัพธ์ และเลือกวิธีที่ต้องเสียภาษีสูงกว่า
ขั้นตอนที่ 1 : การคิดภาษีแบบขั้นบันได คืออะไร?
การคำนวณภาษีแบบขั้นบันได เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน หลักคิดคือ ยิ่งเงินได้สุทธิสูง อัตราภาษีที่ต้องเสียก็จะสูงขึ้นเป็นขั้น ๆ เมื่อได้ “เงินได้สุทธิ” แล้ว จะนำไปเทียบกับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายช่วง เช่น
-
เงินได้สุทธิ 0 – 150,000 บาท : ได้รับการยกเว้นภาษี
-
150,001 – 300,000 บาท : เสียภาษี 5%
-
300,001 – 500,000 บาท : เสียภาษี 10%
-
500,001 – 750,000 บาท : เสียภาษี 15%
-
750,001 – 1,000,000 บาท : เสียภาษี 20%
-
1,000,001 – 2,000,000 บาท : เสียภาษี 25%
-
2,000,001 – 5,000,000 บาท : เสียภาษี 30%
-
มากกว่า 5,000,000 บาท : เสียภาษี 35%

ข้อดีของภาษีแบบขั้นบันได
ข้อควรระวัง
ขั้นตอนที่ 2 : การคิดภาษีแบบเหมาจ่าย 0.5% ใช้เมื่อไร?
การคำนวณภาษีแบบเหมาจ่าย 0.5% จะถูกนำมาใช้ เมื่อผู้มีเงินได้มีรายได้อื่นที่ไม่ใช่เงินเดือน เช่น งานฟรีแลนซ์ ค่าเช่า รายได้จากวิชาชีพอิสระ และ
สูตรคำนวณ คือ ภาษีแบบเหมา = (รายได้ทุกประเภท ยกเว้นเงินเดือน) × 0.005
หรือพูดง่าย ๆ คือ รายได้ทางอื่น “ล้านละ 5,000 บาท”
ข้อควรระวังของภาษีแบบเหมา
-
หากคำนวณแล้ว ภาษีไม่เกิน 5,000 บาท จะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียในวิธีนี้
-
ไม่สามารถนำค่าลดหย่อน หรือค่าใช้จ่ายมาใช้ลดภาษีในสูตรนี้ได้
ขั้นตอนที่ 3 : เปรียบเทียบ แล้วเลือกแบบที่ต้องเสียภาษีสูงกว่า
หลังจากคำนวณทั้งสองวิธีแล้ว ระบบยื่นภาษีของกรมสรรพากรจะช่วยคำนวณให้อัตโนมัติ โดยผู้เสียภาษี ไม่ต้องเลือกเอง ว่าจะยื่นแบบไหน อย่างที่ระบุตอนต้น หลักคือ วิธีใดคำนวณแล้วภาษีสูงกว่า จะต้องยื่นตามวิธีนั้น
ตัวอย่างการคำนวณแบบขั้นบันได vs แบบเหมา
ตัวอย่างที่ 1 : มีรายได้สูง แต่ใช้ค่าใช้จ่ายแบบเหมา
ผู้มีรายได้จากวิชาชีพอิสระ 1,200,000 บาท เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา และมีค่าลดหย่อนส่วนตัว
-
เงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อน เหลือประมาณ 450,000 บาท
-
นำไปคำนวณแบบขั้นบันได เสียภาษี 22,500 บาท
-
หากคิดแบบเหมา 0.5% จะเสียภาษี 6,000 บาท
ผลลัพธ์ : ต้องยื่นแบบขั้นบันได เพราะเสียภาษีสูงกว่า
ตัวอย่างที่ 2 : มีค่าใช้จ่ายจริงสูงมาก
ผู้มีรายได้เท่ากัน แต่เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงจำนวนมาก
-
เงินได้สุทธิลดลงเหลือระดับต่ำ
-
ภาษีแบบขั้นบันไดออกมาเพียงเล็กน้อย
-
แต่เมื่อคำนวณแบบเหมา 0.5% ภาษีสูงกว่า
ผลลัพธ์ : ต้องยื่นแบบเหมาจ่าย
ก่อนยื่นภาษี ควรเตรียมอะไรบ้าง?
-
สรุปรายได้ทั้งปีภาษี (เงินเดือน โบนัส ฟรีแลนซ์ ค่าเช่า ฯลฯ)
-
ตรวจสอบเอกสารรายได้ เช่น ใบ 50 ทวิ
-
รวบรวมสิทธิค่าลดหย่อนทั้งหมดที่มีในปีภาษี 2568
-
กรอกข้อมูลในระบบยื่นภาษีออนไลน์ และตรวจสอบวิธีคำนวณภาษีในเมนู “ดูวิธีคำนวณ”
สรุป แบบไหนประหยัดกว่ากัน?
คำตอบคือ ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับโครงสร้างรายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนของแต่ละคน
สิ่งสำคัญที่สุด คือ เข้าใจระบบ และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เพราะสุดท้ายระบบจะเลือกวิธีที่ถูกต้องให้คุณเอง การวางแผนภาษีตั้งแต่วันนี้ ไม่ได้ช่วยแค่ “เสียภาษีน้อยลง” แต่ช่วยให้เราบริหารรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมั่นใจ และไม่สะดุดในช่วงยื่นภาษีต้นปีหน้า
อ้างอิง : กรมสรรพากร, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, edge by KKP
ที่มา : วางแผนภาษี เมื่อรายได้สูงขึ้น เข้าใจการคิดภาษี 2 แบบ ขั้นบันได VS เหมาจ่าย 0.5% ก่อนยื่นภาษีจริง