อริยะโลกที่ 6 - รำลึกครบ 5 ปีมรณกาล สมเด็จพระญาณวชิโรดม

วันจันทร์ที่ 22 ธ.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 5 ปี มรณกาล “สมเด็จพระญาณวชิโรดม” (วิริยังค์ สิรินธโร) พระภิกษุฝ่ายธรรมยุติกนิกาย และเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล ซอยสุขุมวิท 101 เขตพระโขนง กรุงเทพฯ

มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนาและทำสมาธิเพื่อฝึกจิตให้มั่นคง และเป็นผู้ให้กำเนิดสถาบันพลังจิตตานุภาพ มุ่งสอนให้ผู้คนรู้จักทำสมาธิเพื่อเพิ่มพลังจิตแก่ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพและทุกศาสนา มีสาขาทั่วประเทศไทย

มีนามเดิมว่า วิริยังค์ บุณฑีย์กุล เป็นบุตรนางมั่น บุญฑีย์กุล บิดาคือขุนเพ็ญภาษชนารมย์ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 7 ม.ค.2463 ที่สถานีรถไฟปากเพรียว จ.สระบุรี ต่อมา ย้ายมาตั้งฐานที่บ้านใหม่สำโรง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

บรรพชา เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2478 ที่วัดสุทธจินดาวรวิหาร อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีพระธรรมฐิติญาณ (สังข์ทอง นาควโร) เป็นพระอุปัชฌาย์

อายุ 21 ปี เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2484 เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดทรายงาม บ้านหนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี โดยมีพระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปัญโญ) วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาทองสุข สุจิตโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์

เดินธุดงค์ติดตามหลวงปู่กงมาไปในที่ต่างๆ เป็นเวลา 8 ปี กระทั่งวันหนึ่ง หลวงปู่กงมาพาท่านเดินธุดงค์จากจังหวัดจันทบุรีไปยังจังหวัดสกลนคร เพื่อไปพบหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ณ ที่นั่นเองท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น และได้รับเลือกให้เป็นผู้อุปัฏฐากอยู่ 4 ปี

มีโอกาสครั้งสำคัญสุดในชีวิต คือ การออกเดินธุดงค์กับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า สองต่อสอง โดยมีจุดหมายปลายทางที่วัดเลียบ (วัดบูรพาราม) จ.อุบลราชธานี การเดินธุดงค์ร่วมกับหลวงปู่มั่นครั้งนั้น ถือเป็นโอกาสอันสำคัญที่หลวงพ่อวิริยังค์ ได้ปฏิบัติสมาธิให้พัฒนามากยิ่งขึ้น รวมถึงได้มีโอกาสเรียนถามปัญหาข้อธรรมและข้อปฏิบัติต่างๆ ทั้งตื้น ลึก หนา บาง ที่ได้นำมาสั่งสอนอบรมศิษย์ ทั้งพระภิกษุ-สามเณร และฆราวาสจนถึงปัจจุบัน

ทุ่มเทแรงกายแรงใจพัฒนาถาวรวัตถุและพัฒนาการศึกษาทุกๆ ด้านมาโดยตลอด ที่เห็นประจักษ์เป็นคุณูปการต่างๆ

ที่สำคัญคือ สร้างสถาบันพลังจิตตานุภาพ (ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดธรรมมงคล) เพื่อเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่วิชาสมาธิทั้งในประเทศไทยและประเทศแคนาดา เริ่มเปิดดำเนินการสอนสมาธิมาตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.2540 เป็นต้นมา

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2510 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระญาณวิริยาจารย์ พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่พระราชธรรมเจติยาจารย์ (ฝ่ายธรรมยุต)

พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเจติยาจารย์

พ.ศ.2554 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมมงคลญาณ

พ.ศ.2562 ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระพรหมมงคลญาณ

ล่าสุด พ.ศ.2563 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนา พระพรหมมงคลญาณ ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ

มีราชทินนามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระญาณวชิโรดม พุทธาคมวิศิษฐ์ จิตตานุภาพ พัฒนดิลก สาธกธรรมวิจิตร วิเทศศาสนกิจไพศาล วิปัสสนาญาณธุราทร ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี” สถิต ณ วัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร กรุงเทพฯ

ช่วงบั้นปลายชีวิต อาพาธบ่อยครั้ง ตามประสาคนวัยชรา ต้องเข้ารับการรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.2563 คณะแพทย์ผู้ดูแลรักษาให้การรักษาอย่างใกล้ชิดเต็มความสามารถร่วมกับการทำกายภาพบำบัด อาการเริ่มดีขึ้นสลับกับคงที่ตามลำดับมา

ล่วงถึงวันที่ 19 ธ.ค.2563 อาการทรุดลง และมรณภาพด้วยอาการสงบด้วยโรคชรา วันที่ 22 ธ.ค.2563 เวลา 07.32 น.

สิริอายุ 100 ปี 11 เดือน 15 วัน 80 พรรษา

ที่มา : อริยะโลกที่ 6 - รำลึกครบ 5 ปีมรณกาล สมเด็จพระญาณวชิโรดม

139
วันที่ 21 ธันวาคม 2568