เที่ยววัด-วันหยุด - ไหว้ 10 มงคลพุทธปฏิมา สิริรับเทศกาลปีใหม่ 2569

คติการสร้างพระพุทธรูป เป็นการสร้างขึ้นเพื่อแทนคุณแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่างมีคุณลักษณะเปี่ยมด้วยสรรพสิริสวัสดิมงคลต่างๆ อันเป็นเครื่องน้อมนำให้พุทธศาสนิกชนยึดมั่น ศรัทธาต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นกุศโลบายให้ตรึกถึงพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงอันเป็นหนทางพ้นทุกข์ภัยในวัฏสงสาร
เนื่องในเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2569 กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดกิจกรรมพิเศษสักการะพระพุทธรูปที่กอปรด้วยพุทธศิลป์อันงดงาม โดยมีพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นพระประธาน พร้อมด้วยพระพุทธรูปอีก 9 องค์ ที่จัดแสดงและสงวนรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ล้วนเป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ “พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2469 ในโอกาสที่ราชบัณฑิตยสภาได้ดำเนินการปรับปรุงและขยายส่วนจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานเดิม ให้เป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร มาประดิษฐานให้ประชาชนได้สักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลในวาระแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 25 ธ.ค.2568 ถึงวันอาทิตย์ที่ 4 ม.ค.2569
พระพุทธรูปทั้ง 10 องค์ ประกอบด้วย
1.พระพุทธสิหิงค์ ศิลปะล้านนา ปลายพุทธศตวรรษที่ 21 ขนาดสูงพร้อมฐาน 135 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 63 เซนติเมตร องค์พระสูง 79 เซนติเมตร

พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์กะไหล่ทอง ประทับขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ทั้งสองวางซ้อนกันบนพระเพลาแสดงปางสมาธิ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ตามตำนานพระพุทธสิหิงค์ ได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นสิริยังพระนครหลวงโบราณหลายแห่ง นับแต่สุโขทัย เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา ตราบเท่าถึงกรุงรัตนโกสินทร์
2.พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ 16-17 ขนาดสูงพร้อมฐาน 28.2 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 9.3 เซนติเมตร

พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางมารวิชัยองค์นี้ มีรูปแบบอิทธิพลศิลปะอินเดียแบบปาละ อาทิ การประทับขัดสมาธิเพชร ชายจีวรที่แผ่ออกมาด้านหน้าบริเวณกึ่งกลางพระเพลา แผ่นประภามณฑลทึบ ขอบประดับแถบลายกระหนกเปลว ส่วนยอดด้านบนลักษณะมน ขณะเดียวกันยังแสดงอิทธิพลของศิลปะชวา อาทิ พระวรกายค่อนข้างอวบอ้วน
3.พระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย 2 พระหัตถ์ ศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ 18 ขนาดสูง 35.5 เซนติเมตร

การแสดงปางประทานอภัย 2 พระหัตถ์เป็นลักษณะพิเศษของพระพุทธรูปศิลปะลพบุรี สันนิษฐานว่าคลี่คลายมาจากปางแสดงธรรมสองพระหัตถ์ หรือ วิตรรกมุทราในพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี ปางนี้มีที่มาจากภาษาสันสกฤตเรียกว่า อภยมุทรา (อภย แปลว่า ไม่มีภัย และมุทรา แปลว่า การแสดงท่าทางด้วยมือ) หมายถึง “การไม่มีภัยทั้งปวง” หรือ “การไม่หวั่นเกรงภัยใดๆ”
4.พระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะลังกา พุทธศตวรรษที่ 16-18 ขนาดสูงพร้อมฐาน 28 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 20 เซนติเมตร

พุทธลักษณะที่ปรากฏเป็นพระพุทธรูปศิลปะลังกา สมัยโปลนนารุวะ สร้างขึ้นในช่วงเวลาที่ศรีลังกาย้ายเมืองหลวงจากเมืองอนุราธปุระทางตอนเหนือลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ พุทธศิลป์ในเวลานี้แสดงลักษณะที่สืบทอดต่อมาจากสมัยอนุราธปุระผสานกับแรงบันดาลใจจากศิลปะอินเดียใต้ นิยมสร้างพระพุทธรูปที่มีพระพักตร์กลมมน มีอุษณีษะต่ำ ยอดพระรัศมีเป็นเปลว พระเกศาขมวดเป็นก้นหอย ไม่มีอุณาโลม พระอังสากว้าง พระอุระหนา บั้นพระองค์เล็ก
5.พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะก่อนอยุธยา แบบอู่ทองรุ่นที่ 1 ครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 18-19 ขนาดสูง 47.5 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 35.5 เซนติเมตร

เป็นศิลปะก่อนสมัยอยุธยา แสดงความคาบเกี่ยวกับพระพุทธรูปในช่วงปลายของศิลปะลพบุรี พบมากบริเวณเมืองโบราณก่อนสมัยอยุธยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท จนในอดีตขนานนามพระพุทธรูปกลุ่มนี้ว่า “พระเมืองสรรค์”
6.พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย กลางพุทธศตวรรษที่ 19 ขนาดสูงพร้อมฐาน 34.5 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 30.5 เซนติเมตร

จัดเป็นพระพุทธรูประยะแรกของศิลปะสุโขทัย อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่าง “หมวดเบ็ดเตล็ด” มีพระพักตร์ที่ค่อนข้างกลม พระหนุเป็นปม พระศอสั้น กับ “หมวดใหญ่” ที่มีพระอังสาใหญ่ พระอุระนูน บั้นพระองค์คอด พระอุทรเป็นร่องลึก สังฆาฏิพาดลงมาจากพระอังสาซ้ายเป็นแนวตรง หรือลักษณะการนั่งด้วยการประทับขัดสมาธิราบบนฐานหน้ากระดาน
7.พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ 20 ขนาดสูงพร้อมฐาน 70.5 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 43 เซนติเมตร

พระพุทธรูปปรากฏพระพุทธลักษณะ พระพักตร์กลม พระวรกายอวบอ้วน ครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน ปลายแยกออกเป็นเขี้ยวตะขาบ ประทับขัดสมาธิเพชร
8.พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ 21-22 ขนาดสูงพร้อมฐาน 42.5 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 33 เซนติเมตร

มีแรงบันดาลใจและรูปแบบจากพระพุทธสิหิงค์ หรือพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ในศิลปะล้านนา แต่มีลักษณะเฉพาะที่ต่างไป อาทิ พระพักตร์มีการทำเส้นขอบไรพระศก จีวรมีการเล่นชายสังฆาฏิ โดยตกแต่งริ้วผ้าซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ และส่งอิทธิพลต่อพระพุทธปฏิมาสมัยอยุธยาพื้นที่ภาคใต้ โดยเรียกตามลักษณะพระวรกายอ้วนป้อมว่า “แบบขนมต้ม” หรือ “พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรศิลปะอยุธยา สกุลช่างนครศรีธรรมราช”
9.พระพุทธรูปยืนปางแสดงธรรม ศิลปะลังกา แบบสิริวัฒนบุรีหรือแคนดี พุทธศตวรรษที่ 22-24 ขนาดสูงพร้อมฐาน 34.5 เซนติเมตร องค์พระสูง 30.5 เซนติเมตร

พระพุทธรูปสมัยแคนดี พบว่ามีการสร้างด้วยวัสดุที่หลากหลาย หากเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ มักใช้การก่ออิฐถือปูน หากมีขนาดรองลงมาหรือขนาดเล็กนิยมสร้างด้วยงาช้างและไม้ ขณะที่พระพุทธรูปที่สร้างจากสัมฤทธิ์พบได้น้อยมาก
10.พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะพม่า แบบมัณฑะเลย์ ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ขนาดสูงพร้อมฐาน 32.2 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 27.2 เซนติเมตร

พุทธลักษณะสำคัญ คือ กรอบพระพักตร์เป็นแถบกว้างพาดเหนือพระนลาฏคล้ายไรพระศกประดับด้วยแก้วสีแดงและเขียวอย่างเทคนิคของช่างหลวง ซึ่งเป็นการเตรียมพื้นผิวด้วยธาโย (thayo) เป็นวัสดุผสมน้ำรักพม่ากับผงไม้หรือปูนขาว พระอุษณีษะที่มีลักษณะสูงและกว้าง โดยไม่มียอดพระรัศมี ครองจีวรห่มเฉียงปิดพระอังสาซ้าย ชักชายจีวรมาปิดบนพระอังสะด้านขวา
ที่มา : เที่ยววัด-วันหยุด - ไหว้ 10 มงคลพุทธปฏิมา สิริรับเทศกาลปีใหม่ 2569