กบง.เรียกประชุม 5 ม.ค.ถกปมขึ้นราคาก๊าซหุงต้มรับปีใหม่ ให้กองทุนน้ำมันเข้าอุดหนุนโดยด่วน


 

กระทรวงพลังงานหารือด่วน กบง.นัดประชุมผู้เกี่ยวข้อง 5 มกราฯนี้ ถกปมขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม ให้กองทุนน้ำมันเข้าอุดหนุนโดยด่วน
เมื่อวันที่ 3 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบให้ตรึงราคาขายส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) หน้าโรงกลั่นที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) , ตรึงราคาขายปลีกก๊าซ LPG ต่อเนื่อง 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 เพื่อมอบความสุขเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

แต่พบว่าในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทผู้ส่งก๊าซ LPG หลายรายส่งหนังสือแจ้งผู้ประกอบการธุรกิจโรงงานบรรจุก๊าซ LPG ให้ปรับขึ้นราคาจำหน่ายก๊าซ LPG อ้างว่าเนื่องจากภาวะต้นทุนการจัดหาและบริหารการจัดการปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาก๊าซหุงต้มเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ในครัวเรือน ผู้ค้า ร้านอาหารได้รับความเดือดร้อนจากต้นทุนที่สูงขึ้น

รายงานข่าวจากผู้ประกอบการแอลพีจี(ก๊าซหุงต้ม) แจ้งว่า ผู้ประกอบการไม่ได้ปรับขึ้นเอง แต่มาจากการขึ้นราคาขายส่งของกลุ่มปตท.ที่ประกาศขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 อัตรา 0.18 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากตลาดโลกปรับขึ้น ธุรกิจการค้าเมื่อต้นทุนสูงขึ้นก็ต้องปรับราคาขายปลีกขึ้นตามเพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ และเรื่องนี้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ทราบถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้วเช่นกัน

จากการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า มติกบง.กำหนดให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าอุดหนุนราคาต้นทุนก๊าซหุงต้มที่ปรับขึ้น โดยกบง.จะเข้าสนับสนุนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไปซึ่งเป็นวันเปิดทำการของหน่วยงานรัฐจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 เบื้องต้นคาดว่ากระทรวงพลังงาน โดยกบง.จะมีการประชุมเรื่องนี้ เพื่อให้กองทุนน้ำมันเข้าอุดหนุนโดยด่วน ดังนั้นผู้ประกอบการแอลพีจีจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง

นายกอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าตรวจสอบพบว่ามีการประกาศให้ตรึงราคาก๊าซหุงต้มไปก่อน 3 เดือน แต่เป็นไปได้ว่าร้านค้าจะขยับไปก่อนแล้ว สถานการณ์เช่นนี้กระทบแน่ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ต้นทุนสูงขึ้น โดยส่วนตัวมีร้านอาหารที่จังหวัดน่าน ก็พบว่าราคาก๊าซขนาด 15 กิโลกรัมจากเดิม 423 บาทต่อถัง ขึ้นไป 480 บาทต่อถัง เรียกว่าขึ้นไป 30% ก็ถือว่ามากเกินไป

“สิ่งที่จะตามมา คือ อาหารแต่ละจานจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นทันที ทำให้ไม่ว่าจะร้านค้าทั่วไป สตรีทฟู๊ดริมทางก็ต้องเดือดร้อน และจะผลักภาระไปให้ผู้บริโภคด้วยการปรับราคาอาหารแต่ละจานให้แพงขึ้น ส่งผลกระทบตามกันไป ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ตกต่ำอยู่แล้ว กระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงอยากร้องขอให้รัฐบาลรักษาการชะลอการขึ้นราคาก๊าซหุงต้มและข้าวออกไปก่อน สำหรับข้าว หากเป็นข้าวเปลือกขึ้นราคาจะดีต่อเกษตรกรที่ได้เงินเพิ่ม แต่หากข้าวสารขึ้นก็ส่งผลกระทบประชาชนผู้บริโภค จึงอยากให้ตรึงราคาเดิมไปก่อน เพราะการขึ้นแบบก้าวกระโดด 10-30% ก็มากเกินไปไม่ไหว หากขึ้นแค่ 3% ยังพอสมเหตุสมผล พอรับได้”

ด้านน.ส.ชูศิลป์ เจ้าของร้านภูเก็ตลายคราม หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า บริษัทจัดจำหน่ายก๊าซหุงต้มได้แจ้งขึ้นราคามาก่อนหน้านี้ล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน เช้านี้เปิดร้านก็ต้องจ่ายราคาใหม่รับปีใหม่กันเลย จากราคาเดิม 464.29 บาท เป็น 467.29 บาท ส่วนข้าวสารจากกระสอบใหญ่ปกติ 6,200 บาท ปรับราคาขึ้นไปที่ 6,320 บาท ขึ้นไปเลย 120 บาท รู้สึกสะดุ้งอยู่ และต้องรอดูทิศทางไปก่อน เนื่องจากหากปรับราคาอาหารก็จะมีปัญหาเพราะปกติลูกค้าก็น้อยอยู่แล้ว

ด้านร้านเหมาะโอชา ตั้งอยู่หน้าปากทางเข้ากองบิน 41 ติดป้ายประกาศแจ้งถึงลูกค้าขอปรับราคาอาหารจานด่วนทุกชนิดปีใหม่ 2569 แต่ยังไม่แจ้งว่าจะปรับขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์

ที่มา : กบง.เรียกประชุม 5 ม.ค.ถกปมขึ้นราคาก๊าซหุงต้มรับปีใหม่ ให้กองทุนน้ำมันเข้าอุดหนุนโดยด่วน

453
วันที่ 4 มกราคม 2569