ปชช.แห่ตรวจทรัพย์สิน หลังจนท.โรงตึ๊งลักทอง 17 ล้าน พบผู้เสียหาย 80 ราย ‘ตรัง’ ยันชดเชยแน่

ปชช.แห่ตรวจทรัพย์สิน หลังจนท.โรงตึ๊งลักทอง 17 ล้าน พบผู้เสียหาย 80 ราย ''ตรัง'' ยันชดเชยแน่

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม นายนิพิฐพนธ์ (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่สถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง ซึ่งเป็น 1 ในคนถือกุญแจตู้เซฟ โดยได้ก่อเหตุลักทรัพย์ทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ จากสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง (โรงรับจำนำ) มูลค่าทองคำจำนวน 270 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท ช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 17.00 น. ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 07.55 น. นั้น ส่งผลให้สถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง ต้องปิดทำการเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 5-9 มกราคม 2569 เนื่องจากต้องตรวจสอบทรัพย์สิน ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 12 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด ที่สถานธนานุบาลนครตรัง ซึ่งวันนี้เปิดให้บริการปกติเป็นวันแรก พบว่ามีประชาชนได้นำเอกสารตั๋วรับจำนำ และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแจ้ง มาตั้งแต่ก่อนเวลาทำการ ประมาณ 07.30 น. และทยอยเดินทางกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ตั้งใจมาตรวจสอบทรัพย์สินในที่สถานธนานุบาลเทศบาลนคร และในขณะที่พบว่ามีประชาชนบางส่วนเตรียมนำเงินมาไถ่ถอนทรัพย์คืน และในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา เทศบาลนครตรังได้โทรศัพท์ติดต่อเจ้าของทรัพย์ที่สูญหายจำนวน 80 ราย และยังไม่ได้ทรัพย์กลับคืนมา

นางจิราภรณ์ อายุ 49 ปี ชาวบ้านตำบลนาโยง อำนาโยง จังหวัดตรัง กล่าวว่า ตนนำทองรูปพรรณน้ำหนัก 4 บาท มาฝากไว้ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 เพื่อนำเงินมาหมุนจ่ายส่งเสียให้ลูกเรียน ซึ่งตนเลือกฝากโรงรับจำนำของรัฐ เพราะมั่นใจ ว่าจะได้รับบริการที่เป็นธรรม หลังจากเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ยอมรับว่าเสียความรู้สึก รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นคนทำผิดเสียเอง แล้ววันนี้ตั้งใจจะมาไถ่ถอนทองกลับคืน

ด้านนางลักขณา อายุ 52 ปี ชาวตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง กล่าวว่า ตนนำทองมาฝากที่โรงรับจำนำแห่งนี้ไว้นานแล้ว น้ำหนัก 6 บาท ตั้งใจมาตรวจสอบทรัพย์ตอนนี้รอเข้าคิวอยู่ ตั้งแต่ทราบข่าวตนก็รู้สึกเสียใจมาก ที่เจ้าหน้าที่ในโรงรับจำนำทำผิดเสียเอง ซึ่งเขาไม่คิดเลยว่าทรัพย์ที่ชาวบ้านหามาต้องเก็บหอมรอมริบแต่ละบาทกว่าจะได้ทองมา แต่ตนก็ไม่ได้กังวลมาก เนื่องจากรัฐเขาชดใช้ความเสียหายให้อย่างแน่นอน ซึ่งการทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐคนนี้ไม่ได้ส่งผลต่อประชาชนแค่อย่างเดียว แต่ส่งผลถึงภาพลักษณ์ของเทศบาลนครตรัง ภาพลักษณ์ของจังหวัดตรังด้วย

นายธีรพันธ์ ศิริปักมานนท์ ท้องถิ่นจังหวัดตรัง กล่าวว่า ตอนนี้การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการจัดการสถานธนานุบาล (จ.ส.ท.) พบว่ามีทรัพย์สินหายไปทั้งหมด 117 รายการ โดยติดตามกลับมาได้แล้ว 60% ซึ่งที่เหลือก็อยู่ระหว่างการติดตาม หลังจากนี้ทางจ.ส.ท. จะมีเงินทุนดำเนินงานให้ ส่วนทรัพย์สินที่หายไป จะคืนให้เป็นทรัพย์เต็มรูปแก่ประชาชนหรือคืนเป็นเงินสดแล้วแต่ความต้องการของลูกค้า โดยจ่ายให้ตามราคาทองแท่ง ตามประกาศสมาคมค้าทอง ณ วันนั้น

ท้องถิ่นจังหวัดตรัง กล่าวว่า อยากให้ประชาชนมั่นใจว่า สถานธนานุบาลดำเนินงานภายใต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้นเงินทองทุกบาททุกสตางค์ อยู่ในสภาพตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ คือจะมีการดูแลทุกคน ทุกทรัพย์ ที่นำมาจำนำ ทรัพย์ที่ประชาชนนำมาฝากไว้ ขอให้เชื่อมั่นว่าจะได้รับการคุ้มครอง ซึ่งมีกฎหมายระบุชัดเจน ส่วนเรื่องการสูญหายที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่เกิดจากพฤติกรรมของคน ซึ่งตอนนี้ผู้กระทำผิดได้ถูกดำเนินการทางอาญา และวินัยข้าราชการ และละเมิด ซึ่งจะดำเนินการอย่างเร่งด่วน ส่วนระบบการทำงานภายใน จ.ส.ท.จะรายงานกลับมา นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนตั้งคณะกรรมการโดยนายกเทศมนตรีนครตรัง แต่ก่อนจัดตั้งต้องให้ส่วนกลางพิจารณาก่อน ซึ่งการตรวจสอบจะเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม จังหวัดตรังเองมีสถานธนานุบาลของท้องถิ่นจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ สถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง สถานธนานุบาลเทศบาลตำบลย่านตาขาว สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองกันตัง และสถานธนานุบาลเทศบาลตำบลห้วยยอด ซึ่งตอนนี้ทั้งหมดเราได้เน้นย้ำไปยังปลัดเทศบาลและนายกเทศมนตรีนั้นๆ ให้เข้าไปตรวจสอบทรัพย์โรงรับจำนำเป็นประจำ ซึ่งจะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก

ท้องถิ่นจังหวัดตรัง กล่าวว่า ในส่วนที่ประเด็นชาวบ้านตั้งคำถามเรื่องจะมีการปรับเปลี่ยนทองเป็นทองปลอมหรือไม่อย่างไรนั้น ขอยืนยันว่าไม่มีอย่างแน่นอน เพราะที่โรงรับจำนำมีเครื่องตรวจสอบน้ำหนักและเปอร์เซ็นต์ทอง ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ หากประชาชนยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นทองแท้หรือไม่ สามารถนำทองพร้อมกับเจ้าหน้าที่โรงรับจำนำสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรังไปตรวจสอบกับร้านทองที่ประชาชนเชื่อถือได้เช่นกัน

ด้าน นพ.รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวว่า ขอให้ข้อมูลเท่าที่สืบทราบได้ที่ตอนนี้ ในขณะนี้มีรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวน 80 ราย แต่ก็ใน 80 รายนี้ก็มีจำนวนลดลงเรื่อยๆจากการสืบสวนสอบสวนสืบหาทรัพย์ พูดประมาณได้ว่าเกือบจะไม่มีทรัพย์สินสูญหาย ส่วนหนึ่งเราได้กลับคืนมา อีกส่วนหนึ่งเรารู้ว่าไปอยู่ที่ตรงไหนบ้าง ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สืบสวน ที่จะต้องไปติดตามกลับมา สำหรับการดำเนินงานของโรงรับจำนำดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการสถานธนานุบาลของท้องถิ่นในระดับภาคระดับประเทศ เทศบาลมีหน้าที่คอยดูแลกว้างๆ ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่าถ้ากรณีที่มีทรัพย์สินสูญหาย ทางโรงจำนำมีเงินทุนหมุนเวียนที่จะชดเชยให้กับพี่น้องประชาชนทุกราย ตอนนี้เท่าที่ทราบคือกำลังพยายามกำลังติดตามกลับมาให้ได้ครบทุกชิ้น สำหรับผู้ใช้บริการรายอื่นๆ ก็จะมีการให้บริการตามปกติตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป วันนี้วันแรกที่เปิดทำการก็จะมีความไม่สะดวกบ้าง แต่หลังจากนี้ผู้ใช้บริการก็ค่อยๆทยอยลดลง จะทำให้มีความสะดวกมากขึ้น

นพ.รักษ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าเงินที่นำมาชดเชยไม่ใช่เป็นเงินภาษีของเทศบาลนครตรัง แต่เป็นเงินทุนหมุนเวียนที่โรงรับจำนำประกอบกิจการและได้รับกำไร ซึ่งจะเอาทุนส่วนนั้นมาชดเชยให้กับพี่น้องประชาชนทุกบาททุกสตางค์ จึงไม่ได้กระทบกับงบประมาณของเทศบาลนครตรังเลย หน้าที่รับผิดชอบของเทศบาลนครตรัง นายกเทศมนตรี คือกำกับดูแลให้เกิดความเรียบร้อย ส่วนเรื่องของความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในอนาคต อันนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการระดับประเทศ ซึ่งผู้จัดการใหญ่ก็ได้ลงมาดูแล้ว ทางเทศบาลเองก็ได้คุยกันได้แนะนำกันว่าต้องมีการปรับอะไรบ้าง ไม่ใช่หน้าที่ของเทศบาล แต่ก็เป็นหน้าที่ของระดับประเทศที่เขาจะสั่งการลงมา เป็นนโยบายระดับประเทศ คิดว่าคงจะมีการปรับปรุงในเรื่องของการรักษาความปลอดภัย สำหรับเรื่องของการดำเนินคดีก็เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องของการดำเนินงานทางความผิดทางวินัย ความผิดทางคดีละเมิด ซึ่งทางเทศบาลนครตรังเองก็ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง มีหน้าที่จะต้องปรึกษากับทางระดับประเทศว่าจะแต่งตั้งกรรมการเพื่อที่จะหาตัวผู้กระทำความผิด ผู้ที่ทำผิดวินัย ผู้ทำผิดทางละเมิดทั้งหมด ก็จะเป็นประมาณนี้

 

ที่มา : ปชช.แห่ตรวจทรัพย์สิน หลังจนท.โรงตึ๊งลักทอง 17 ล้าน พบผู้เสียหาย 80 ราย ‘ตรัง’ ยันชดเชยแน่

395
วันที่ 12 มกราคม 2569