นโยบายเลือกตั้ง 69 พรรคไหนเด่น ชูพ้นความยากจน แก้ปัญหาปากท้อง

เปิดนโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง 69 พรรคการเมือง ปล่อยหมัดเด็ด ชูแก้ปัญหาปากท้อง เติมเงินพ้นความยากจน 36,000 บาท ประกันรายได้คนไทยเงินเดือน 40,000 บาทไม่ต้องเสียภาษี และนโยบายคนละครึ่งที่ทุกคนรอคอย

การสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ในครั้งนี้ แต่ละพรรคการเมือง ต่างงัดนโยบายหาเสียง เพื่อดูแลความเป็นอยู่และชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้อง ซึ่งยังคงใช้นโยบายประชานิยมในเรื่องของการอุดหนุนเงินให้คนไทยหายจน

“เดลินิวส์” รวบรวมนโยบายเด่น ในการแก้ปัญหาปากท้องของแต่ละพรรคการเมืองหลัก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่ประชาชนรอคอยอย่าง คนละครึ่ง หรือนโยบายการประกันรายได้ของประชาชน และเกษตรกร

พรรคเพื่อไทย

  • นโยบายคนไทยไร้จน โดยหากประชาชนมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน จะเติมรายได้ให้คนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน 36,000 บาทต่อปี ให้มีรายได้พ้นเส้นความยากจน

เส้นความยากจนของไทยอยู่ที่ 3,000 บาทต่อเดือน หรือราว 36,000 บาทต่อปี ใครที่มีรายได้ต่ำกว่าตัวเลขนี้ ถือเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือจัดว่าเป็นคนยากจน ซึ่งในประเทศไทยมีราว 3.4 ล้านคน 

ตัวอย่าง

-รายได้ 0 หรือตกงาน เติมให้ 36,000 บาท/ปี รวมแล้วมีรายได้ 36,000 บาท/ปี

-รายได้ 10,000 บาท/ปี เติมให้ 26,000 บาท/ปี รวมแล้วมีรายได้ 36,000 บาท/ปี

-รายได้ 20,000 บาท/ปี เติมให้ 16,000 บาท/ปี รวมแล้วมีรายได้ 36,000 บาท/ปี

-รายได้ 30,000 บาท/ปี เติมให้ 6,000 บาท/ปี รวมแล้วมีรายได้ 36,000 บาท/ปี

-รายได้ 35,000 บาท/ปี เติมให้ 1,000 บาท/ปี รวมแล้วมีรายได้ 36,000 บาท/ปี

-รายได้ 36,000 บาท/ปี เติมให้ 0 บาท/ปี รวมแล้วมีรายได้ 36,000 บาท/ปี

  • พรรคเพื่อไทย มีเป้าหมายทำให้ เกษตรกรไร้จน ด้วยการเดินหน้าประกันกำไร 30% สินค้าเกษตรหลัก ข้าว มันสำปะหลัง ยาง ข้าวโพด

ยกตัวอย่างการใช้วิธีประกันกำไร 30% เช่น ต้นทุน 7,000 บาท/ตัน เกษตรกรควรมีกำไร 2,100 บาท/ตัน เท่ากับราคาที่ควรจะเป็นคือ 9,100 บาท/ตัน ดังนั้น หากชาวนาขายข้าวได้ 8,000 บาท/ตัน รัฐจะโอนส่วนต่างให้ 1,100 บาท/ตัน เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง

  • นโยบายยกระดับโครงการ “คนละครึ่ง” สู่ “คนละครึ่ง ProMax” เป็นโครงการรัฐบาลช่วย 70% ประชาชนจ่ายเพียง 30% 
  • พรรคเพื่อไทยมี 7 นโยบายหลักช่วยเรื่องปากท้อง เช่น ปิดหนี้นอกระบบ หนี้เสีย หนี้ผู้สูงอายุ, พักหนี้เกษตรกร, ปราบปรามยาเสพติด, ปราบสแกมเมอร์, หวยเกษียณ, สนับสนุน SME และอีคอมเมิร์ซ 

พรรคประชาธิปัตย์

มีนโยบายให้ไทยหายจน โดยประกันรายได้จ่ายทันทีให้เกษตรกร, ประกันรายได้แรงงาน เงินได้ 40,000 บาทแรก ไม่เสียภาษี และอื่นๆ เช่น รถไฟฟ้า+รถเมล์ สูงสุด 30 บาท เพิ่มเบี้ยคนชราทุกคนตั้งแต่อายุ 60 ปี คนละ 1,000 บาทต่อเดือน ให้งบประมาณซ่อมและปรับปรุงบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 70 ปี บ้านละ 50,000 บาท เพิ่มรายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้พิการจาก 800 บาทต่อเดือนเป็น 1,600 บาทต่อเดือน ผู้พิการอายุน้อยกว่า 18 ปีได้รับจาก 1,000 บาทต่อเดือนเป็น 2,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น

  • ประกันรายได้คนไทย หากมีเงินได้ 40,000 บาทแรก ไม่เสียภาษี

ปัจจุบันผู้มีรายเดือนละ 26,583 บาทหรือเงินได้สุทธิปีละ 150,000 บาทไม่ต้องจ่ายภาษี (อัตรา 0%) ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงมานานมาก ขัดกับสภาพเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เพิ่มทุกปี 

ดังนั้นจึงเพิ่มจำนวนเงินได้สุทธิขั้นต่ำ (รายได้รวม หักค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อน) ที่ไม่ต้องเสียภาษีเป็น 320,000 บาทต่อปี หรือคิดเป็นเงินเดือนเดือนละ 40,750 บาท เพื่อให้ผู้ที่เริ่มทำงานใหม่ และประชาชนที่มีรายได้น้อย ได้ลดภาระค่าภาษี สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจจากกำลังซื้อของผู้มีเงินเดือนต่ำกว่า 40,000 บาทหลายล้านคน

ประกันรายได้จ่ายทันที ให้เกษตรกร สนับสนุนต้นทุนการผลิตตั้งแต่ต้นฤดูกาลไร่ละ 1,000 บาท ประกันรายได้ 10,000 บาท จ่ายทันทีต้นฤดูกาลไร่ละ 1,000 บาท เก็บเกี่ยว จ่ายที่เหลือ
ข้าว (5 ชนิด) ประกันรายได้ 10,000 บาทต่อตัน (ไม่เกิน 20 ตันต่อราย)

ข้าวหอมมะลิ ประกันรายได้ 15,000 บาทต่อตัน (ไม่เกิน 20 ตันต่อราย)

ยางพารา ประกันรายได้ 60 บาท/กิโลกรัม

มันสำปะหลัง ประกันรายได้ 2.50 บาท/กิโลกรัม (ไม่เกิน 100 ตันต่อราย)

ปาล์มน้ำมัน ประกันรายได้ 4 บาท/กิโลกรัม

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประกันรายได้ 8.50 บาท/กิโลกรัม

  • นโยบายหาเสียงอื่นๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ที่น่าสนใจ เช่น นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปรับเพิ่มเป็น 1,000 บาทแบบถ้วนหน้า ไม่ต้องรอลุ้น, เงินขวัญถุงเด็กแรกเกิด 65,000 บาท ในปีแรก และจะมีระบบออมเงินให้เด็กจนมีเงินเก็บ 100,000 บาท เมื่ออายุครบ 18 ปี เพื่อสร้างอนาคตให้คนไทยรุ่นใหม่

พรรคภูมิใจไทย 

  • นโยบายคนละครึ่งพลัส กลับมาอีกครั้งในครั้งนี้เป็น คนละครึ่งพลัสเฟส 2 และมีพลัสมากกว่าเดิม โดยยังเป็นในรูปแบบ 50:50 รัฐออกให้ 50% และประชาชนออกอีก 50% 

โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้คำมั่น คนละครึ่งพลัส เฟส 2 เป็นนโยบายที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน สร้างรายได้และเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย พร้อมเดินหน้าต่อ ต้องดีกว่าเดิม

  • นโยบาย “เกษตรร่ำรวย” หนี้สินของเกษตรกร เกิดจากความเสี่ยง 2 ประการ คือ

1.ความเสี่ยงด้านการผลิต และ ปัจจัยการผลิต ได้แก่ ภัยธรรมชาติ โรค แมลงศัตรูพืช และ ราคาปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย สูงขึ้น ควบคุมไม่ได้ ทำให้ผลผลิตเสียหาย และขาดทุน

2.ความเสี่ยงด้านการตลาด ได้แก่ ราคาตกต่ำ ซึ่งมีตัวแปรมาจากสถานการณ์การตลาดในประเทศ และต่างประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุน

นโยบาย “ เกษตรร่ำรวย” ด้วย Contract Farming “รู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน”

ข้าวขาว 12,000 บาท/ตัน

ข้าวหอมมะลิ 18,000 บาท/ตัน

มันสำปะหลัง 4 บาท/กก.

ปาล์มทะลาย 5 บาท/กก.

น้ำยางสด 62 บาท/กก.

ยางแผ่น 65 บาท/กก.

นโยบาย “เกษตรร่ำรวย” ด้วย Contract Farming จะนำมาใช้กับ 4 ชนิด ที่มีการกำหนดราคารับซื้อล่วงหน้า ในตลาดโลก ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และ ปาล์มน้ำมัน และจะขยายไปสู่พืช หรือ ผลผลิตการเกษตรชนิดอื่นๆ ต่อไป เช่น ข้าวโพด มะพร้าว ลำไย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ ของประเทศไทย

  • นโยบายพักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกเบี้ยคนละไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้กับประชาชนทุกคนที่เป็นหนี้ ไม่ต้องจ่ายทั้งเงินต้น และ ดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 ปี และดอกเบี้ยจะไม่มาทบต้น ทบดอก เหมือนโครงการพักหนี้เกษตรกร และ พักหนี้อื่นๆ ที่เคยมีมา

เงื่อนไขต้องเป็นหนี้ในระบบที่มีการทำสัญญาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กับ เจ้าหนี้ที่รัฐบาลรับรองให้ปล่อยเงินกู้ได้ ได้แก่ ธนาคาร / สถาบันการเงิน / สหกรณ์ / กยศ. / กองทุนหมู่บ้าน / บัตรเครดิต / ไฟแนนซ์ / ลีซซิ่ง /

ด้วยการออกพันธบัตรรัฐบาล ชื่อ พันธบัตร Thai Power หรือ พันธบัตรคนไทยรวมพลัง จำหน่ายให้กับประชาชนผู้มีเงินฝาก ดอกเบี้ย 2.5-3% แล้วนำเงินที่ได้จากการขายพันธบัตร มาแก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชนที่เป็นหนี้

เมื่อครบเวลาพักหนี้ 3 ปี ประชาชน จะมีความสามารถชำระหนี้ ได้เพิ่มขึ้น เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้มากขึ้น ลดปัญหาหนี้สินให้ประชาชน ลดปัญหาหนี้เสียให้ธนาคาร สถาบันการเงิน สหกรณ์ และกองทุนต่างๆ ที่เป็นเจ้าหนี้

พรรคประชาชน

  • คนละครึ่ง พลัส หวยใบเสร็จ SMEs เติมเงิน 1,000 บาทครั้งแรก 12 ล้านคน ซื้อสินค้า SMEs สะสมครบ 500 บาทลุ้นหวย 3 ตัว ทุกวันที่ 1 และ 16 ตลอด 4 ปี

ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า/บริการจาก SMEs ผ่านแอป “เป๋าตัง” (หรือแอปธนาคารอื่นที่ร่วมโครงการ) ทุกๆ ยอดซื้อสะสม 500 บาท จะได้รับหวยใบเสร็จ SMEs 1 ใบ (สะสมจากหลากหลายร้านค้า SMEs ได้) เลือกเลขสามตัวและลุ้นรางวัลได้ทุกครึ่งเดือน ไม่เกิน 20 ใบต่อเดือนในเฟสแรก โดยวงเงินรางวัลหวยใบเสร็จ SMEs 1,000 ล้านบาท/เดือน

ผู้ประกอบการ SMEs เองจะได้รับหวยใบเสร็จ SMEs 1 ใบ เมื่อมียอดขายสะสม 5,000 บาท (ไม่เกิน 20 ใบต่อเดือนรวมกับ ข้อ 1 ในเฟสแรก)

SMEs ที่ร่วมโครงการหวยใบเสร็จจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ดังนี้

1 ) เพิ่มเพดานเกณฑ์ยอดขายต่อปีที่จะต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิม 1.8 ล้านบาท/ปี เป็น 3.6 ล้านบาท/ปี

2 ) เพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายเหมาในการคำนวนภาษีรายได้บุคคลธรรมดาจากเดิมอัตรา 60% (เสมือนสมมุติว่า SMEs มีอัตรากำไรอยู่ที่ 40%) เป็น อัตราสูงสุด 90 % (เสมือนสมมุติว่า SMEs มีอัตรากำไรอยู่ที่ 10%) จนถึงเพดานรายได้ 5.4 ล้านบาท/ปี

3 ) สามารถเลือกยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตราเหมาจ่ายหักบิลซื้อที่ 70% แทนได้ เสมือนยื่น VAT ในอัตรา 2.1% แทนที่ อัตรา 7% (1-70% x 7%) จนถึงเพดานรายได้ 5.4 ล้านบาท/ปี และยื่น VAT รายไตรมาสแทนรายเดือนได้ เพื่อให้ SMEs สามารถยื่น VAT ได้สะดวกโดยไม่ต้องรวบรวมใบกำกับภาษีหรือบิลซื้อให้ยุ่งยาก

  • นโยบายแก้หนี้เกษตร เปลี่ยนภาระเป็นพลัง เช่น เกษตร อายุ 70 ปี ที่ชำระดี ใครชำหนี้มาเกินเงินต้นแล้ว ยกหนี้ให้ เพราะที่ผ่านมา นโยบาย คือ จ่ายแต่ดอก ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร ส่วนใครจ่ายยังไม่เกินต้น ลดหนี้ให้ 50%

นอกจากนี้ เกษตรกรที่มีปัญหาหนี้ จะปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมปรับโครงสร้างการทำเกษตร เกษตรกรมีทางเลือก

ก.เปลี่ยนปลูกพืชที่เหมาะกับดิน ลดหนี้ให้ 20% ไม่เกิน 100,000 บาท และ รัฐช่วย 2,000 บาท/ไร่ให้ด้วย

ข.ลงทุนระบบน้ำ ลดหนี้ 20% ไม่เกิน 50,000 บาท/ราย และ รัฐช่วยขุดบ่อน้ำให้ 25,000 บาท ต่อปริมาณน้ำ 1,000 ลบ.ม. หรือประมาณ 50,000 บาท/ราย

ค.ปลูกต้นไม้แทนที่พืชไร่ที่ปลูกในพื้นที่ไม่เหมาะสม ลดหนี้ 30,000 บาท/ไร่ และ รัฐช่วยค่าดูแลต้นไม้ 1,000-3,000 บาท/ไร่

ยิ่งเข้าใกล้วันเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มากขึ้นเท่าไร แต่ละพรรคการเมือง เร่งสปีดเดินสายหาเสียง โดยงัดหมัดเด็ดนโยบายแก้จนและแก้ปัญหาปากท้อง จูงใจเพื่อให้ได้เสียงของประชาชน

 

ที่มา : นโยบายเลือกตั้ง 69 พรรคไหนเด่น ชูพ้นความยากจน แก้ปัญหาปากท้อง | เดลินิวส์

531
วันที่ 12 มกราคม 2569