ซุปตาร์บันเทิง - ติ๊ก จุก-ห่วงวง PROXIE เผยจุดยืนหลังถูกลดบทบาท

หลังมีกระแสข่าวลือว่าถูกลดบทบาทจากค่าย bROTHERS MUSIC และศิลปินบอยกรุ๊ปชื่อดังวง “PROXIE” ล่าสุด ‘ติ๊ก’ เจษฎาภรณ์ ผลดี ผู้บริหารค่าย bROTHERS MUSIC ภายใต้บริษัท ดรีมเมอร์ส โซไซตี้ เมเนจเมนท์ จำกัด ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงจุดยืนและบทบาทการบริหารค่ายเพลงและศิลปินบอยกรุ๊ปวงดังกล่าว ที่โรงแรม The Quarter Hotel Ratchayothin

♦ ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้เมื่อไหร่?
ติ๊ก – “ตั้งแต่ต้นปี 2568 ช่วงนั้นดูเงียบๆ ไป โปรเจ็กต์ต่างๆ เป็นยังไงบ้าง เราก็อยากจะรู้ เลยติดต่อไป ทำให้ทราบข้อมูลบางอย่าง จากเดิมเรามีพนักงาน 8 คน กลายเป็นมี 20 กว่าคน แล้วเรื่องอื่นๆ ที่อาจจะมีการตกลงหรือดีลกันไว้ แต่ผมไม่ได้รับทราบ”
♦ รู้สึกเหมือนโดนขโมยลูกไหม?
ติ๊ก – “ไม่ใช่โดนขโมยลูกหรอก จริงๆ เป็นการทำงานร่วมกัน เพื่อหาผลประโยชน์ที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องศิลปิน ผมตั้งใจอยากส่งเสริมน้องๆ ให้เติบโต โดยร่วมมือร่วมแรงกัน”
♦ ที่ผ่านมารู้สึกว่าถูกกีดกันไหม?
ติ๊ก – “แม้ว่าเปลี่ยนการบริหารไป แต่ในทุกครั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ การจัดการ ดีลงาน โปรเจ็กต์ที่จะเกิดขึ้นต่างๆ ในเรื่องเพลง จริงๆ ต้องเกิดขึ้นจากการคุยกัน แต่ผมไม่ได้อยู่ในขั้นตอนตรงนี้”

♦ แถลงวันนี้คือหมดบทบาทการบริหาร PROXIE แล้ว?
ติ๊ก – “ผมไม่ได้หมดบทบาท ยังอยู่ในผู้ถือหุ้นคนนึง เพียงแต่อำนาจในการบริหาร การตัดสินใจ และการเซ็นเอกสารอนุมัติ ผมไม่มีความสามารถจะทำตรงนั้นได้ เพราะถูกลดบทบาท แต่ในขณะเดียวกัน ผมยังเป็นที่ปรึกษาของน้องๆ ได้อยู่ แม้พวกเขาโตขึ้น ผมก็ยังเป็นห่วง และมีแต่ความปรารถนาดีให้เสมอ มันคือความผูกพัน คือความฝันร่วมกันตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันนี้”
“ผมเป็นห่วงน้องๆ วง PROXIE มากที่สุด เพราะมันเหมือนกับว่า (เหมือนจะร้องไห้) ผมทำงานชิ้นนี้ด้วยหัวใจ ดังนั้นมันไม่ได้ต่างอะไรกันกับ PROXIE มันคือความรัก คือหัวใจของผม”

♦ สิ่งที่เสียใจที่สุด?
ติ๊ก – “ผมแคร์และเป็นห่วงน้องๆ PROXIE ที่ผ่านมาเราจะรับฟังฟีดแบ็กที่มีต่อบริษัทมาโดยตลอด ช่วงแรกอาจจะล้มลุกคลุกคลาน ผิดพลาดบ้าง เราจึงปรับปรุงแก้ไขทันที แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือผมเข้าไปอ่านฟีดแบ็ก ก่อนหน้านี้และปัจจุบัน ในโซเชี่ยลมีเดียพูดถึงบริษัทในอีกรูปแบบนึง แล้วในสิ่งที่เราทำมันมา พอได้รับฟังในเรื่องแบบนี้มันก็จุกนะครับ”
♦ ในวันที่สถานะคำว่าพ่อหายไป?
ติ๊ก – “ผมคิดว่าคำว่าพ่อหรือพี่ชายของ PROXIE ไม่มีทางหายไป ผมพยายามเต็มที่เพื่อให้สถานะและความสัมพันธ์ต่างๆ การจัดการบริหารศิลปินให้เขาไปได้มากยิ่งๆ ขึ้น”

♦ เรื่องเงินก็ส่วนหนึ่ง แต่การทำอะไรแล้วไม่บอกก็อีกเรื่อง?
ติ๊ก – “ครับ แต่ไม่ใช่ว่าข้ามหน้าข้ามตาหรอก เราเริ่มต้นยอมที่จะถือหุ้นน้อยกว่าเพราะเราให้เกียรติ เห็นว่าบริษัทเขามีภาพลักษณ์ที่ดี ทำศิลปินออกมาได้มีชื่อเสียง เขาเสนอว่าจะถือหุ้น 60% ให้เราถือ 40% ผมก็ยอม โดยที่เรามีการบริหารจัดการร่วมกัน มีกรรมการ 4 ท่าน ฝั่งเขา 2 ทางผม 2 นี่คือข้อตกลงร่วมกัน ณ ปัจจุบันกับเมื่ออดีต ถ้าเขาบอกว่ามีโอกาสที่จะเปลี่ยนกรรมการ ผมไม่มีทางที่จะทำงานร่วมกับเขาเลย”
♦ อยากได้การตัดสินใจคืนมา?
ติ๊ก – “ผมเป็นห่วงน้องๆ ศิลปินเติบโตเป็นที่นิยมและรู้จักขึ้นเรื่อยๆ ผมภูมิใจมาก แต่ระหว่างทางก็ได้รับฟีดแบ็กต่างๆ ไม่ใช่แค่ตัวศิลปิน มีทั้งเรื่องของลูกค้า คนทำงานร่วมกัน ทั้งแฟนคลับ PROXIE ที่เรียกกว่า USER เราจะทำยังไงเพื่อให้ทุกอย่างเกิดภาพลักษณ์ที่ดีกับบริษัท ที่ผ่านมาผมพยายามมาตลอด 1 ปี จนไม่ไหว เลยต้องปรึกษาด้านกฎหมาย”

♦ ผู้บริหารขัดแย้งกัน กระทบกับศิลปินไหม?
ติ๊ก – “ผมเชื่อว่ากระบวนการทุกอย่างต้องโปร่งใส ความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ต่อธุรกิจร่วมกัน ผมมีให้มาตลอด วันนี้ผมต้องออกมาชี้แจง เพราะที่ผ่านมาสังคมตั้งคำถามว่า ผมหายไปไหน ผมไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เราเจอปัญหา ทางออกคือ ต้องคุยกัน”
♦ ฝากถึงน้องๆ?
ติ๊ก – “ผมอยากให้น้องๆ โฟกัสในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ หน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบ ในฐานะที่เป็นไอดอล การเพอร์ฟอร์ม ความประพฤติต่างๆ ที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมต่างๆ และทำในสิ่งที่ตัวเองฝัน เราจะล่าฝันไปด้วยกันครับ (ยิ้ม)”
ที่มา : ซุปตาร์บันเทิง - ‘ติ๊ก’จุก-ห่วงวง‘PROXIE’ เผยจุดยืนหลังถูกลดบทบาท