สรุปเหตุการณ์ “หลุยส์-นุ่น” หลั่งน้ำตาสูญเสียลูกคนแรกจากภาวะมดลูกแตกเฉียบพลัน

"เดลินิวส์ออนไลน์" สรุปเหตุการณ์ "หลุยส์-นุ่น" หลั่งน้ำตาเปิดใจนาทีบีบหัวใจ สูญเสียลูกคนแรกจากภาวะมดลูกแตกเฉียบพลัน งานนี้แฟนๆ เทใจปลอบทั้งประเทศ
ยังคงเป็นข่าวที่สร้างความโศกเศร้าและตกใจให้แก่แฟนคลับทั่วประเทศ เมื่อสื่อมวลชนได้รับหมายด่วนจากคู่รักมาราธอนนักแสดงและนักร้องชื่อดัง “หลุยส์ สก๊อต” อายุ 43 ปี และ “นุ่น–รมิดา ประภาสโนบล” อายุ 43 ปี เพื่อนร่วมงาน แถลงข่าวอัปเดตเรื่อง “การสูญเสีย” ในวันนี้ 29 ม.ค. โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านมารดาและทารกในครรภ์ร่วมชี้แจง

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ห้องประชุมบัญชา ล่ำซำ อาคาร 2 ชั้น 6 พร้อมร่ำไห้กับการสูญเสียในครั้งนี้ “เดลินิวส์ออนไลน์” จึงขอรวบรวมสรุปเรื่องราวดังกล่าวให้อีกครั้ง
-นุ่นตั้งใจจะผ่าคลอดวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ฝากครรภ์โรงพยาบาล แต่ฝากครรภ์ที่คลินิกที่ดูแลนุ่น ซึ่งระยะเวลานั้นนุ่นได้มีอายุครรภ์อยู่ที่ 36 สัปดาห์ 6 วัน
-นุ่นมาฝากครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอและจะมากับหลุยส์ทุกเดือน การประเมินชีพจรเป็นไปอย่างปกติมาโดยตลอด
-นุ่นเคยมีประวัติการเป็นเนื้องอกในมดลูกมา ซึ่งได้ผ่าตัดไปแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งนี่คือหนึ่งปัจจัยเสี่ยง จึงทำให้ทีมแพทย์เฝ้าระวังเรื่องของความเสี่ยงนี้มาโดยตลอด จนเข้าสู่ไตรมาสที่สามซึ่งเป็นไตรมาสที่ใกล้คลอด มีการติดตามถี่ขึ้นในทุกสัปดาห์ มีการประเมินน้ำหนักทารก ประเมินทารกและการบีบตัวของมดลูก ซึ่งการบีบรัดตัวของมดลูกในไตรมาสสุดท้าย จากที่ตรวจพบไม่มีความผิดปกติ หรือการหดรัดตัวของมดลูก จึงมีการประสานงานกับโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อประสานงานการผ่าคลอดในช่วงวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา

-นุ่นได้มีอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด จนวูบหมดสติ ได้มีการประสานงานจากหลุยส์ สก็อต เพื่อมารับตัวโดยฉุกเฉิน ซึ่งทีมโรงพยาบาลก็ได้เข้ามารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

-ตอนวูบนุ่นมีความดันโลหิตที่ต่ำมากอยู่ที่ 80 ถึง 40 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งถือว่าต่ำมาก หัวใจเต้นเร็วมากๆ 140 ครั้งต่อนาที และมีอาการหายใจเร็ว ประกอบกับมีการแจ้งก่อนหน้านี้ ร่วมกับที่คุณหมอได้แจ้งว่านุ่นเคยผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกออก เลยสงสัยว่าอาจจะมีภาวะมดลูกแตก ทำให้เสียเลือดมากและทำให้มีภาวะโลหิตที่ต่ำลง จึงได้เตรียมห้องผ่าตัดฉุกเฉินและคุณหมอผ่าตัด คุณหมอเด็ก และคุณหมอดมยา เพื่อให้การรักษาอย่างทันท่วงที

-จากนั้นเมื่อนุ่นมาถึงจึงได้เข้าห้องผ่าตัด ก่อนหน้าที่จะการผ่าตัด ได้มีการอัลตราซาวด์ตรวจพบเจอว่าไม่มีสัญญาณชีพของทารกในครรภ์แล้ว แต่จำเป็นที่จะต้องผ่าตัดเพื่อให้การรักษาเซฟชีวิตของคุณแม่ไว้ก่อน
-ณ ตอนนั้นได้ทำการผ่าตัดคลอดทารกออกมา พบว่ามีเลือดออกในช่องท้องปริมาณที่มาก เมื่อตรวจมดลูกดูมีแผลขนาดใหญ่ เป็นแผลปริแตกบริเวณด้านหลังของมดลูก และมีเลือดออกจากบริเวณนั้น ทำให้เป็นสาเหตุที่ทำให้มีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมากและเกิดความดันโลหิตต่ำ ทางทีมได้ทำการซ่อมมดลูกที่ฉีกขาด ใช้เวลาในห้องผ่าตัดประมาณ 3 ชั่วโมง สามารถหยุดเลือดที่ออกจากแผลได้ รวมทั้งทีมคุณหมอดมยาได้ให้เลือดและสารน้ำปริมาณมาก เพื่อรักษาสัญญาณชีพให้คงที่ ณ จุดนั้นสัญญาณชีพพ้นระยะวิกฤติ

-แต่เนื่องจากมีการเสียเลือดในปริมาณมาก คุณนุ่นจึงยังมีความจำเป็นที่จะได้รับการรักษาต่อในห้องไอซียู เพื่อให้เลือดอย่างต่อเนื่องและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนจากการให้เลือดปริมาณมาก โดยหลังจากนั้นพบว่านุ่นมีอาการน้ำท่วมปอด ซึ่งเกิดจากการที่ได้รับเลือดและสารน้ำปริมาณมาก จึงยังไม่สามารถถอดท่อช่วยหายใจได้
-นุ่นใช้เวลารักษาอยู่ในห้องไอซียูประมาณ 4 วัน หลังจากนั้นนุ่นจะต้องมีการได้รับรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูร่างกายในโรงพยาบาล ซึ่งนุ่นได้มีการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลทั้งหมด 6 วัน และกลับกลับบ้านได้
-ตอนนี้โฟกัสสุขภาพและร่างกายของนุ่น เพราะเสียเลือดมาก ยังหวังมีลูกในอนาคต แต่บอกไม่ได้ว่าอย่างไร
-นุ่นอยากวอนสื่อมวลชนทุกคน ตอนนี้น้อง (ลูก) ไม่อยู่แล้ว ไม่อยากให้ขึ้นรูปน้อง นุ่นไม่อยากเห็นรูปน้องบนสื่ออีกแล้ว ให้เห็นแค่รูปเราก็พอ จะขอบคุณมากๆ

ที่มา : สรุปเหตุการณ์ "หลุยส์-นุ่น" หลั่งน้ำตาสูญเสียลูกคนแรกจากภาวะมดลูกแตกเฉียบพลัน | เดลินิวส์