เอกชนเชื่อแบงก์ชาติคุมซื้อขายทองคำมาถูกทาง เหตุมูลค่าสูงแต่ไม่ช่วย ปชช.มีรายได้เพิ่ม

เอกชนเชื่อแบงก์ชาติคุมซื้อขายทองคำมาถูกทาง เหตุมูลค่าสูงแต่ไม่ช่วย ปชช.มีรายได้เพิ่ม
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบกับการส่งออกของไทย โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงขาลง และยังมีความไม่แน่นอนรออยู่อีกค่อนข้างมาก ทำให้การออกประกาศเกณฑ์ควบคุมซื้อขายทองคำ ที่เป็นหนึ่งในแรงหนุนค่าเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น ถือว่าทำได้ถูกต้อง เพราะเมื่อพิจารณาอย่างชัดเจนแล้วพบว่า การซื้อขายทองคำในปริมาณมากไม่ได้ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจในภาพรวมดีขึ้น หรือภาคธุรกิจจริง (เรียลเซกเตอร์) ไม่ได้ดีขึ้นจากการผลิต การจ้างงาน และการบริการที่มากขึ้น รวมถึงไม่ได้ช่วยให้ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การดูแลควบคุมของแบงก์ชาติที่ออกมาจึงถูกทางแล้ว
“การซื้อขายทองคำก็ถือว่าทำได้ตามปกติ แต่เมื่อมีผลทำให้เกิดการผันผวนของค่าเงินบาทก็ต้องมีการดูแลอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเม็ดเงินในตลาดทองคำต้องเข้ามาและออกไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่เป็นลักษณะของเงินทุนสีเทาที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หรือเข้ามาเพื่อฟอกเงินในประเทศไทย ต้องเป็นการซื้อขายทองคำชองประชาชนและนักลงทุนอย่างแท้จริง” นายวิศิษฐ์ กล่าว
เชื่อไม่เข้าข่ายบิดค่าเงิน
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า การควบคุมซื้อขายทองคำจะมีผลให้สหรัฐจับตาไทยในกรณีบิดค่าเงินมากขึ้นหรือไม่นั้น มองว่าไม่ได้มีผล เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เนื่องจากการคุมซื้อขายทองคำ ถือเป็นเรื่องแต่ละประเทศที่จะดูแลการแลกเปลี่ยนเงินกับสินทรัพย์ต่างๆ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งบังเอิญว่าปี 2568 มีเรื่องราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ทำให้เมื่อมีการซื้อขายทองคำในปริมาณและมูลค่าที่สูงขึ้น ก็ส่งผลต่อทุกเรื่องรวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศเช่นกัน โดยปัจจัยนี้ถือเป็นเรื่องใหม่มากที่เกิดขึ้นในช่วงหลัง แม้กระทั่งสหรัฐที่ตั้งกฎเกณฑ์ในการประเมินเรื่องปั่นค่าเงินยังไม่มีการนำเรื่องนี้เข้ามาเป็นเกณฑ์พิจารณาด้วยซ้ำ เพราะบางครั้งอาจเกิดขึ้นตามธรรมชาติของแต่ละประเทศก็ได้
บาทแข็งจัดรอบ5ปีฉุดส่งออก
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า การแข็งค่าของเงินบาทในระดับ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือว่าแข็งค่ามากๆ ยิ่งหลุดไปแตะระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือว่าแข็งค่าหนักมากในรอบ 5 ปี ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นการกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการ เนื่องจากมีต้นทุนที่สูงจากเรื่องค่าแรงและพลังงานอยู่แล้ว ทำให้ตอนนี้ปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทแข็งจัดกลายเป็นความเสี่ยงอันดับ 1 ของผู้ประกอบการไทย แซงหน้าประเด็นภาษีนำเข้าไทยไปสหรัฐ หรือความไม่แน่นอนอื่นในตอนนี้แล้ว เป็นผลกระทบทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันกับสินค้าประเภทเดียวกันที่ลดลง
ที่มา : เอกชนเชื่อแบงก์ชาติคุมซื้อขายทองคำมาถูกทาง เหตุมูลค่าสูงแต่ไม่ช่วย ปชช.มีรายได้เพิ่ม