เปิดเหตุผลราคาสินทรัพย์ดำดิ่งทั่วโลก ทำไม ''หุ้น–คริปโท–ทองคำ'' ถูกเทขายพร้อมกัน

สินทรัพย์ทั่วโลกถูกเทขายพร้อมกันครั้งใหญ่ ลามจากวอลล์สตรีทสู่เอเชีย ฉุดหุ้นโลกดิ่งต่อเนื่องเป็น 'วันที่ 3' ขณะที่ 'โลหะเงิน–คริปโท' ผันผวนหนัก นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อมูลค่าที่พุ่งนำปัจจัยพื้นฐาน ท่ามกลางแรงกดดันจากโมเดล AI ใหม่ การลงทุนของบิ๊กเทค และตลาดแรงงานสหรัฐขาลง
สถานการณ์ตลาดทุนโลกกำลังพลิกผันครั้งใหญ่ จากที่มีกระแสเงินไหลเข้าซื้อ "สินทรัพย์ยอดนิยม" ตั้งแต่ หุ้นเทคโนโลยี ทองคำ ไปจนถึงคริปโทเคอร์เรนซี อย่างคับคั่งตลอดเดือนที่ผ่านมา แต่ในเวลานี้ วอลล์สตรีทกำลังพลิกโหมดเป็น “หนีความเสี่ยง” อย่างฉับพลัน และทำให้เกิดการเทขายสินทรัพย์แทบทุกอย่างพร้อมๆ กัน
บลูมเบิร์กระบุว่า ครั้งนี้ไม่มีสาเหตุเดียวชัดเจนเหมือนเรื่องภาษีเมื่อเดือนเม.ย. ปีที่แล้ว ที่สงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะตื่นตระหนก แต่ครั้งนี้เป็นการสะสมของข่าวสารที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลต่อระดับมูลค่าสินทรัพย์ที่หลายฝ่ายมองว่า "แพงเกินไป" อยู่แล้ว และทำให้นักลงทุนพร้อมใจกันลดความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน
หุ้นร่วงหนัก 3 วันติด ลามเอเชียป่วน
ดัชนี S&P 500 ร่วงหนัก 1.2% ในวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.พ. นับเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็น "วันที่ 3" ขณะที่ Nasdaq 100 ยังเดินหน้าร่วงลงต่อเนื่องและ "รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย." ช่วงที่สหรัฐออกมาตรการภาษีตอบโต้ ส่วนดัชนีหุ้นโลก MSCI All-Country World Index ลดลง 0.1% แม้จะดีดตัวขึ้นมาจากระดับต่ำสุดระหว่างวัน แต่ก็ยังมีแนวโน้มทำผลงานรายสัปดาห์ "แย่ที่สุด" นับตั้งแต่กลางเดือนพ.ย. 2025
ส่วนในฝั่ง "เอเชีย" ที่รับไม้แรงกดดันต่อในวันศุกร์นี้ (6 ก.พ.) ดัชนี MSCI Asia-Pacific (ไม่รวมญี่ปุ่น) ลดลง 0.8% และจ่อปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลงมากกว่า 5% ในช่วงหนึ่งของการซื้อขายก่อนลดช่วงลบลง ขณะที่สัญญาล่วงหน้า Nasdaq ชี้ไปที่การปรับฐานต่อ
“กำลังเกิดการหมุนเวียนพอร์ตครั้งใหญ่ Nasdaq อ่อนตัวอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ S&P และหุ้นสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน” ปราชานต์ ภายานี ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนประจำเอเชียของ BNP Paribas Wealth Management กล่าว พร้อมสะท้อนคำถามที่กำลังดังไปทั่วตลาดในขณะนี้ว่า “AI น่าสนใจมากก็จริง แต่ผลตอบแทนจะกลับมาเมื่อไร”
AI คือตัวเร่งเทขาย หวั่นดิสรัปต์ล้างบางซอฟต์แวร์
บลูมเบิร์กรายงานว่า แรงเทขายรอบล่าสุดถูกกระตุ้นอีกครั้ง หลังสตาร์ตอัปเอไอดาวรุ่งอย่าง "แอนโทรปิค" (Anthropic) เปิดตัวโมเดล AI ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อทำวิจัยด้านการเงินและกฎหมาย ซึ่งนับเป็นครั้งที่สองภายในสัปดาห์เดียวที่บริษัทสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาด
นักลงทุนกังวลว่าโมเดล AI รุ่นใหม่ "อาจเริ่มกัดกินกำไรของบริษัทซอฟต์แวร์ และเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว" ดัชนีหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการใน S&P 500 ร่วงลง 4.6% สูญเสียมูลค่าตลาดไปราว 1 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. ในแรงเทขายที่ถูกขนานนามว่าเป็น “Software-Mageddon”
ในขณะเดียวกัน หุ้น Amazon.com ร่วงกว่า 11% หลังปิดตลาด หลังประกาศแผนลงทุนสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้มาก ยิ่งตอกย้ำความกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีกำลังใช้จ่ายด้าน AI มากเกินไป ซึ่งก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน บิ๊กเทคอย่าง "Alphabet" ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ก็เพิ่งประกาศแผนใช้จ่ายเงินทุนสูงถึงราว 175,000 - 185,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.6 - 5.9 ล้านล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปีที่แล้ว เพื่อมุ่งเน้นด้านการลงทุนใน AI
'คริปโทฯ–โลหะมีค่า' ผันผวนรุนแรง
"ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี" เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก มูลค่าตลาดหายไปกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ในวันเดียว ราคาบิตคอยน์ลดลงไปถึง 18% จนเกือบหลุดระดับ 6 หมื่นดอลลาร์ เรียกว่าแทบจะ "ล้างกำไรทั้งหมด" นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ชนะเลือกตั้งเมื่อ 15 เดือนก่อน ราคาเพิ่งฟื้นตัวได้เล็กน้อยระหว่างการซื้อขายวันนี้ จนมาเคลื่อนไหวที่ประมาณ 66,600 ดอลลาร์ต่อบิตคอยน์ เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. การร่วงลงรุนแรงดังกล่าวยังสะท้อนการแห่ปิดสถานะที่ใช้เลเวอร์เรจมาลงทุนด้วย
ด้านตลาด "โลหะมีค่า" ก็ผันผวนหนัก โลหะเงิน (silver) ร่วงลงมากถึง 20% ในช่วงก่อนหน้า ก่อนดีดกลับเล็กน้อย ส่วนทองคำแม้ฟื้นตัวได้บางส่วน แต่ก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงแรงเทขายในสินทรัพย์ที่ก่อนหน้านี้ถูกมองเป็นที่หลบภัยจากความเสี่ยง
โลหะเงินปรับตัวลดลงไปแล้วถึงราว "40%" นับตั้งแต่ทำสถิติสูงสุดตลอดกาลเมื่อวันที่ 29 ม.ค. ทะลุ 121 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และล่าสุดราคายังคงแกว่งตัวอย่างรุนแรงระหว่างแดนลบและแดนบวก โดยร่วงลงเกือบ 10% ก่อนจะดีดกลับ เนื่องจากภาวะสภาพคล่องที่ตึงตัวทำให้ตลาดผันผวนหนัก การเคลื่อนไหวรอบล่าสุดของโลหะเงินไม่เหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา ด้วยมูลค่าการซื้อขายและความรวดเร็วของการปรับฐาน จากแรงส่งเชิงเก็งกำไร และสภาพคล่องในตลาดซื้อขายนอกตลาด (OTC) ที่บางลง
การชะลอตัวลงอย่างชัดเจนของแรงซื้อจาก "จีน" ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังทำให้ราคาเงินขาดแรงพยุง ขณะที่ปริมาณสัญญาคงค้าง (open interest) ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี
กองทุน UBS SDIC Silver Futures ของจีนถูกระงับการซื้อขายหนึ่งชั่วโมงช่วงเปิดตลาด หลังราคาลดลงแตะเพดาน 10% ติดต่อกันหลายวัน และเมื่อกลับมาเปิดอีกครั้ง ราคาก็ร่วงลงในระดับเดียวกันอีก
“เราเห็นสถานะลงทุนขนาดใหญ่ที่มีคนแห่เข้าไปถือกันจำนวนมาก ถูกเทขายและปิดสถานะอย่างรุนแรง และนั่นทำให้เกิดกระแสเงินไหลขนาดมหาศาล” คริส เวสตัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone Group ในเมลเบิร์น กล่าวและเสริมว่า “เรากำลังเข้าสู่ช่วงที่อาจเห็นผู้เล่นบางรายได้รับผลกระทบหนักในช่วงปลายปีนี้” โดยธุรกิจบางประเภท บริษัทขนาดเล็กบางแห่ง อาจไม่โชคดีในภาวะตลาดทุนแบบนี้
ตลาดแรงงานซ้ำเติมความวิตก
ข้อมูลจาก Challenger, Gray & Christmas ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมาระบุว่า บริษัทในสหรัฐประกาศปลดพนักงานในเดือนม.ค "มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009" เพิ่มความกังวลว่าแรงส่งทางเศรษฐกิจอาจเริ่มอ่อนแรงลง
นายจ้างในสหรัฐประกาศปลดพนักงานรวม 108,435 ตำแหน่งในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น "118%" เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 205% จากเดือนธ.ค. 2025 ตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นตัวเลขของเดือนมกราคาที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งเป็นช่วงท้ายของภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงหลังวิกฤติซับไพรม์
ท่ามกลางกระแสวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ที่มองว่าตลาดแรงงานอยู่ในภาวะ “ไม่รับเพิ่ม ไม่ปลดเพิ่ม” ข้อมูลของ Challenger ชี้ว่าการปลดพนักงานอาจกำลังเร่งตัวขึ้น
จับตา “เควิน วอร์ช” กับความไม่แน่นอนของเฟด
อีกปัจจัยที่นักลงทุนเริ่มหยิบขึ้นมาพิจารณาคือ ความไม่แน่นอนด้านทิศทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หาก "เควิน วอร์ช" ได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดแทนเจอโรม พาวเวลล์ ที่กำลังจะหมดวาระในเดือนพ.ค. นี้
แม้ตลาดยังให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก แต่ความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนผู้นำเฟด ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า แนวทางการกำหนดดอกเบี้ยและท่าทีต่อเงินเฟ้อจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Fed funds rates สะท้อนความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นเป็น 22.7% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค. แม้ว่าส่วนใหญ่ยังคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ ในตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลงสู่ 4.18% ขณะที่ดอลลาร์ทรงตัว และเงินเยนแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม หากวอร์ชได้รับการรับรอง ตลาดอาจต้องประเมินใหม่ว่าท่าทีของเฟดจะเข้มงวดหรือผ่อนคลายมากกว่าที่คาด เพราะแม้เขาจะถือเป็น "สายเหยี่ยว" มาก่อนระหว่างที่เป็นอดีตกรรมการเฟด และมีท่าทีระวังเรื่องเงินเฟ้อ และก็ยังไม่แน่ชัดว่าเขาจะตอบสนองต่อแรงกดดันดอกเบี้ยของทรัมป์อย่างไร และการที่ตลาดทองคำร่วงลงแรงครั้งก่อนหลังการประกาศชื่อวอร์ช ก็เป็นเพราะตลาดประเมินเขาในทิศทางสายเหยี่ยว ซึ่งจะกระทบต่อทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐ
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า แม้ประเด็นวอร์ชไม่ใช่ชนวนหลักของแรงขายรอบนี้ แต่เป็น “ตัวคูณความผันผวน” ในช่วงที่ตลาดกำลังตั้งคำถามต่อความคุ้มค่าของการลงทุนด้าน AI และระดับมูลค่าที่พุ่งขึ้นเร็วเกินไป
เมื่อรวมกับสัญญาณร้าวในตลาดแรงงาน และการใช้จ่ายมหาศาลของบิ๊กเทค ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินจึงยิ่งทำให้นักลงทุนเลือก “ลดความเสี่ยง” ก่อนที่ภาพจะชัดเจนมากขึ้น
ที่มา: Bloomberg, Reuters
ที่มา : เปิดเหตุผลราคาสินทรัพย์ดำดิ่งทั่วโลก ทำไม ‘หุ้น–คริปโท–ทองคำ’ ถูกเทขายพร้อมกัน