ททท.เปิดเที่ยวสโลว์ไลฟ์2สมุทร“สาคร-สงคราม”วิถีถิ่นยั่งยืน 5 เส้นทาง

ททท.เปิดประสบการณ์ความสุข “เที่ยวสาคร นอนสงคราม” ต้อนรับปีม้า 5 เส้นทาง ชวนนั่งรถไฟสไตล์สโลว์ไลฟ์ไป “สุขทันที วิถีถิ่น เช็คอินเที่ยว 2 สมุทร” แบบฟินๆ ห้ามพลาด แลนด์มาร์คใหม่ “สะพานแขวนวัดใหญ่” แม่กลอง “ลุยปลูกป่าคลองโคลน” ทำซีเอสอาร์ “เที่ยวยั่งยืนยืนอัมพวา/บางคนที” ชมสวนส้มโอ เยี่ยมชุมชนบางพลับ ชมสวนมะนาวโห่ เพลิดเพลินกับ “หัตถาธาราล่องแม่กลองทำสปา” ดื่มด่ำวิถีธรรมชาติ
นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม เชิญชวนออกเดินทางท่องเที่ยวคุณภาพในพื้นที่ภาคกลางอันอุดมสมบูรณ์ 2 จังหวัด สมุทรสงครามและสมุทรสาคร ตามคอนเซ็ปต์ “เที่ยวสาคร นอนสงคราม” ขานรับเทรนด์ใหม่นั่งรถไฟท่องเที่ยวมาสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน ชุมชนท้องถิ่น เปิดประสบการณ์พักผ่อน รับประทานอาหารอร่อย เช็คอินคาเฟ่เก๋ ๆ แบบสโลว์ไลฟ์ รักษ์โลก ลดคาร์บอน ได้ตลอดทั้งปี 5 เส้นทาง
เส้นทางที่ 1 ท่องเที่ยวชุมชน กับโครงการ “สุขทันที วิถีถิ่น เช็คอินเที่ยว 2 สมุทร” ทั้งสมุทรสงคราม และสมุทรสาคร เปิดทางเลือกใหม่เลี่ยงใช้ถนนพระราม 2 หันมาเดินทาง “ท่องเที่ยวรถไฟ” ขึ้นตรงสถานีวงเวียนใหญ่ เดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเองได้ทั้งแบบไปเช้ากลับเย็น หรือพักค้างคืน 2 วัน 1 คืน มาสนุกกับกิจกรรมมากมาย เช่น ผลไม้กลับชาติ DIYตามชุมชน สัมผัสวิถีชีวิต และบริบทของชาวสมุทรสงครามแบบเรียบง่ายริมแม่น้ำลำคลอง
เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงนิเวศและชุมชนยั่งยืน SCG :Sustainable Tourism Goals สร้างรายได้ให้ชุมชน มีกิจกรรมเรื่องการทำซีเอสอาร์ จัดการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลูกป่า และอื่น ๆ

เส้นทางที่ 2 ชมสะพานแขวนไหว้พระวัดใหญ่แม่กลอง แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ในตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม จุดชมวิวแม่น้ำแม่กลอง มีจุดเชื่อมต่อเข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์ภายในวัดใหญ่ ทั้ง “พระประธานและองค์พระพุทธรูปทรงเครื่อง” ในอุโบสถ กราบขอพร “หลวงพ่อองค์ดำ” พระพุทธรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดฯ ถวายให้วัดใหญ่เมื่อครั้งทรงครองสิริราชสมบัตรครบ 50 ปี เมื่อปี 2539
เส้นทางที่ 3 ปลูกป่าชายเลนคลองโคน อำเภอเมือง สมุทรสงคราม ทำกิจกรรมซีเอสอาร์ รักษาผืนป่าชายเลนและที่พักอาศัยสัตว์น้ำได้ขยายพันธุ์กลับมาเป็นอาหารนักท่องเที่ยวได้ หรือจะพายเรือคายัค ชมประมงพื้นบ้าน หรือจะไปเดินเที่ยวสวนส้มโอเกษตรอินทรีย์หลายแห่ง

เส้นทางที่ 4 ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ในอำเภออัมพวา และบางคนที ใช้ชีวิตพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ลดคาร์บอนได้ด้วย ใน 3 พิกัด ดังนี้
พิกัดแรก : คาเฟ่สมดุล : Somdul Bee Sanctuary อำเภอบางคนที มีพื้นที่ทั้งหมด 18.6 ไร่ โดยได้เก็บรักษาพื้นที่ป่าตามธรรมชาติไว้ไม่ใช่สวน แต่เป็นบ้านที่นำมาทำเป็นแหล่งอาหาร ผลิตน้ำผึ้งชันโรงมีคุณค่า และเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืนด้วย
พิกัดที่สอง : ชุมชนบ้านบางพลับ มีชื่อเสียงเรื่องชิมผลไม้กลับชาติ โดดเด่นเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวิถีชุมชน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติ เลือกทำกิจกรรม ปั่นจักรยานชมสวนส้มโอและมะพร้าว เรียนรู้ฐานกิจกรรมรักษ์โลก เช่น การเผาถ่านผลไม้ ทำน้ำตาลมะพร้าว เน้นเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามามีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
พิกัดที่สาม : สวนมะนาวโห่ลุงศิริ ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรครบวงจร มีระบบบริหารจัดการขยะเป็นศูนย์ Zero Waste สินค้าหลักในสวนแห่งนี้จะนำผลไม้พื้นบ้านมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เช่น แยม น้ำผลไม้ เปิดบริการ ทุกวัน ตั้งแต่ 08.30 – 17.30 น. ช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ เปิดบริการคาเฟ่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ชอบมาพักผ่อนทุกวันหยุด

เส้นทางที่ 5 เที่ยวเชิงสุขภาพล่องแม่น้ำแม่กลองนวดหัตถาธารา บริการรูปแบบใหม่ล่องเรือนวดไปพร้อม ๆ กับชมธรรมชาติริมสองฝั่งแม่น้ำ แทนการนวดปกติในห้องธรรมดา ตอนนี้บริษัทจัดนำเที่ยวกับ ททท.เตรียมเปิดตัว เที่ยวเชิงสุขภาพล่องแม่กลองนวดสปาให้ได้ก่อนหน้าฝนเริ่ม ช่วงมีนาคมหรือเมษายน 2569
สำหรับ “อาหารการกิน” ในสมุทรสงคราม มีเมนูทะเลปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่ จากเรือประมงพื้นบ้าน หรือชาวบ้านเลี้ยงเอง หรือชาวไปงมตอนน้ำขึ้นน้ำลง เช่น หอยแครง หอยหลอดผัดฉ่า ฉู่ฉี่ปลาทู หรือหอยแครง หอยแมลงภู่ และอีกหลากหลายเมนูอร่อย ๆ รวมถึงมีค่าเฟเก๋ ๆ เช็คอินได้ทุกทริปดี ๆ
ปี 2569 ททท.สำนักงานสมุทรสงครามและภาคีพันธมิตร กำลังผลักดันสมุทรสงครามเป็น “เมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities of Gastronomy) ที่พร้อมจะประกาศขึ้นทะเบียนได้ปี 2570 ซึ่งมีความโดดเด่นครบด้านวัฒนธรรมอาหาร ด้วยวัตถุดิบคุณภาพเป็นแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เฉพาะเจาะจง โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นทะเบียนด้วยคุณสมบัติหลักมีเอกลักษณ์ รสชาติ ชื่อเสียงเชื่อมโยงกับภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ ภูมิปัญญาท้องถิ่นอาหารอย่าง กะปิ เกลือก น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว สวนผลไม้ และอื่น ๆ พร้อมจะเป็นแรงส่งเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหารต่อเนื่องในอนาคตได้เป็นอย่างดี
ที่มา : ททท.เปิดเที่ยวสโลว์ไลฟ์2สมุทร“สาคร-สงคราม”วิถีถิ่นยั่งยืน 5 เส้นทาง - ข่าวสด