หุ้นโลกถูกถล่มขาย ''ทอง-เงิน'' กอดคอดิ่ง ตลาดเข้าสู่โหมด ''ลดความเสี่ยง''

“ฟินโนมีนา” ชี้คืนที่ผ่านมา (12 ก.พ.) หุ้นโลกถูกถล่มขายหนัก หลัง Claude เปิดตัว AI Cowork เหตุตลาดกังวลคนโดนเลิกจ้างงาน ขณะที่ “ทองคำ-เงิน” ผันผวน หลังดอกเบี้ยเฟดอาจสูงนาน ตลาดเข้าสู่โหมด “ลดความเสี่ยง” ฮั่วเซ่งเฮงชี้ หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,856 ดอลลาร์ ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่อง

รายงานจากบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้ (12 ก.พ.) หุ้นโลกถล่มหนัก หลัง Claude เปิดตัว AI Cowork ตลาดกังวลคนโดนเลิกจ้างงาน ขณะที่ทองคำ-เงินผันผวนอีกครั้ง หลังดอกเบี้ยสหรัฐอาจสูงนาน ตลาดเข้าสู่โหมด “ลดความเสี่ยง”

ทั้งนี้ ตลาดโลหะมีค่าเผชิญกับความผันผวนครั้งใหญ่ในสัปดาห์นี้ โดยราคาทองคำและโลหะเงินกอดคอกันร่วงลงอย่างรุนแรง หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ส่งผลให้นักลงทุนต้องปรับมุมมองใหม่ต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่มีแนวโน้มจะคงอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้เดิม

ด้านภาวะการจ้างงานที่ยังคงร้อนแรงสะท้อนผ่านตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมกราคม 2569 ที่พุ่งสูงถึง 130,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เกือบเท่าตัว ทำให้ตลาดเข้าสู่โหมด “Risk-Off” หรือการลดความเสี่ยงขนานใหญ่ โดยมีประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามดังนี้

ดอกเบี้ย High for Longer

ตัวเลขจ้างงานและค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงที่เร่งตัวขึ้น เป็นกำแพงสำคัญที่ทำให้ Fed ไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในเร็ววัน ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าและบีบให้ราคาทองคำสปอตร่วงลงต่ำกว่าระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในช่วงสั้น ๆ

การเทขายตามระบบ (Algo Sell-off)

ความผันผวนถูกเร่งสปีดด้วยระบบการซื้อขายอัตโนมัติ (Algorithms) และกลุ่ม Commodity Trading Advisers (CTAs) ที่แห่เทขายเมื่อราคาหลุดแนวรับสำคัญ นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันจากการเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Calls) ในสินทรัพย์อื่นที่ทำให้นักลงทุนต้องขายทองเพื่อดึงสภาพคล่อง

โลหะเงินโดนหนักกว่า

ในขณะที่ทองคำย่อตัว โลหะเงิน (Silver) กลับเผชิญกับแรงเทขายที่รุนแรงกว่า โดยร่วงลงถึง 11% ภายในวันเดียว เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวสูงต่อทั้งนโยบายการเงินและแนวโน้มอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมที่อาจชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม แม้ในระยะสั้นจะดูตึงเครียด แต่นักวิเคราะห์จาก JPMorgan และ Goldman Sachs ยังคงมองว่านี่คือการปรับฐานเพื่อไปต่อ โดยมีแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการเข้าซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังเป็นผู้ซื้อสุทธิ (Net Buyer) อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 15

ทางด้าน ฮั่วเซ่งเฮง ออกบทวิเคราะห์ราคาทองเช้าวันนี้(13 ก.พ.69) ว่า ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาทองโลกได้ปรับตัวลงในกรอบแนวรับ / ต้านจากการที่ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตัดสินใจระงับมาตรการความมั่นคงทางเทคโนโลยีสำคัญหลายรายการที่มุ่งเป้าไปยังจีน ก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์ กับ ปธน.สี จิ้นผิง ในเดือนเม.ษ.นี้ อาทิเช่น การระงับการสั่งแบนการดำเนินงานในสหรัฐฯของบริษัท China Telecom และการจำกัดการขายอุปกรณ์จากจีนสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ในสหรัฐฯ, สั่งระงับข้อเสนอแบนการขายเราเตอร์ภายในประเทศของบริษัท TP-Link รวมถึงธุรกิจอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ ของ China Unicom และ China Mobile

ในขณะที่สหรัฐฯ เผยขาดดุลงบประมาณ 95,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค. ลดลง 26% YoY และหากพิจารณาตั้งแต่เดือนต.ค.2025 – ม.ค.2026 สหรัฐฯ มียอดขาดดุลงบประมาณสะสมอยู่ที่ 697,000 ล้านดอลลาร์ ลดลง 17% จากช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 2025

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ได้เผยจำนวนผู้ยื่นขอสวีสดิการว่างงานสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ในขณะที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวลงเป็นวันที่ 5 สู่ระดับ 96.92 หน่วย จาก 97.97 หน่วย อีกทั้งบนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ทยอยปรับตัวลงเป็นวันที่ 6 สู่ระดับ 4.10% จากระดับ 4.28% ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำ 5.14 ตัน รวมสุทธิ 1,076.18 ตัน

แนวโน้มราคาทอง
Sideway

ทองลง (-$162.65) จากทรัมป์ ลดมาตรการคว่ำบาตร ปูทางเยือนจีน เม.ษ., สหรัฐฯ เผยขาดดุลลดลง แต่ดอลลาร์ / บอนด์ยีลด์ร่วง

Gold spot
สูงสุด – 5,099 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,881 ดอลลาร์

ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 74,600 บาท
ต่ำสุด – 74,300 บาท

วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 4,880 ดอลลาร์ และมีการปรับตัวขึ้น จึงประเมินว่า ทองโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 5,000 และ 5,020 ดอลลาร์ และอาจมีการย่อตัวลงอีกครั้งในภายหลัง แต่หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,856 ดอลลาร์ ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่อง

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 20.30 น. สหรัฐฯ เผยดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน / ทั่วไป เดือนม.ค. เทียบรายเดือน / รายปี

 

ที่มา: หุ้นโลกถูกถล่มขาย 'ทอง-เงิน' กอดคอดิ่ง ตลาดเข้าสู่โหมด "ลดความเสี่ยง"

448
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569