ร้านค้าทองร้อง! หลัง “กรมศุลกากร” จ่อคืนชีพ เก็บภาษีนำเข้าทอง 1%

ตามที่กรมศุลกากร อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการกลับมาจัดเก็บภาษีนำเข้าทองคำ 1% จากต่างประเทศ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีการเก็บอากรขาเข้า และไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ทำให้เป็นช่องว่างทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุป
วันนี้ (27 ก.พ.69) เพจห้างทองแม่ทองสุก ระบุ ภาษีทองคำ กระทบหนักทุกฝ่าย จากข่าวในปี 2568-2569 ในช่วงที่เงินบาทเริ่มแข็งค่ากลับมีข่าวเกี่ยวกับการเก็บภาษีทองคำออกมา โดยรัฐบาลไทยกำลังศึกษาการเก็บภาษีธุรกรรมทองคำออนไลน์และภาษีนำเข้า เพื่อลดแรงซื้อขายที่ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า
ผลกระทบที่จะตามมาหากเกิดภาษีทองคำจริง ลูกค้าทองคำ ทั้งคนลงทุนและคนเก็บทองไว้เป็นสินทรัพย์ หากเกิดภาษีนำเข้าทองคำ ตัวของภาษีจะถูกบวกเพิ่มในมูลค่าของทองคำที่ขายออก ทำให้ราคาทองคำสูงขึ้นและทำกำไรระยะสั้นได้ยากมากขึ้น
1.ภาษีธุรกิจเฉพาะ 1% ทำราคาทองหน้าร้านสูงขึ้นทันที
หากเกิดภาษีธุรกิจเฉพาะ นอกจากมูลค่าของทองคำที่สูงขึ้นเนื่องจากภาษีนำเข้าแล้ว การเพิ่มภาษีธุรกิจเฉพาะในส่วนนี้ถึงแม้จะแค่เพียง 1% แต่กลับทำให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นทันที ผลคือความต้องการซื้อระยะสั้นลดลง, คนชะลอการซื้อ และตลาดเงียบลงทันที โดยเฉพาะลูกค้าที่ซื้อเก็บออม
2.ลดแรงจูงใจนักลงทุน ถ้ามีภาษีกำไรจากการขาย (Capital Gains Tax) เช่น 10–15% กำไร 100,000 บาท → ต้องเสียภาษี 10,000–15,000 บาท ผลคือความคุ้มค่าการถือทองลดลง, นักลงทุนบางส่วนย้ายไปสินทรัพย์อื่น (หุ้น, กองทุน, Crypto) และปริมาณซื้อขายลดลง
3.ตลาดอาจเกิด “ช่องว่าง” หรือการซื้อขายนอกระบบ ในหลายประเทศที่เคยเก็บภาษีทองสูง ๆ มักเกิดการลักลอบนำเข้า, ซื้อขายเงินสดนอกระบบ, ตลาดมืด และการซื้อผ่านต่างประเทศ เพราะทองคำเคลื่อนย้ายง่าย และเก็บมูลค่าได้สูง
4.ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ “ทอง = สินทรัพย์ปลอดภัย“ ถ้ามีภาษีสูงความน่าสนใจของทองในฐานะ Safe Haven อาจลดลง และคนอาจมองว่าถือเงินสด/ดอลลาร์ง่ายกว่า แต่ในช่วงวิกฤตหนัก ๆ ทองก็ยังมักได้รับความนิยมอยู่ดี แม้มีภาษี
สรุปแบบเข้าใจง่ายหากทองคำมีภาษีจริง ปริมาณซื้อขายลดลง, นักลงทุนลดลง, ตลาดอาจชะลอตัว, ราคาหน้า
ที่มา : ร้านค้าทองร้อง! หลัง “กรมศุลกากร” จ่อคืนชีพ เก็บภาษีนำเข้าทอง 1% » อีจัน