แพทย์เตือน ภาวะตาเขเข้าเฉียบพลัน เหตุเล่นมือถือมาก ชี้พบในคนอายุน้อยเพิ่มขึ้น

แพทย์เตือน ภาวะตาเขเข้าเฉียบพลัน เหตุเล่นมือถือมาก ชี้พบในคนอายุน้อยเพิ่มขึ้น แนะสังเกต 3 สัญญาณอันตราย
การใช้สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน กำลังทำให้เกิดปัญหาสายตารูปแบบใหม่ในทางคลินิก นพ.เฉิน เส้าจวิ้น จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาล Taipei City Hospital สาขาเหรินอ้าย เปิดเผยว่า
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยที่เป็น ภาวะตาเขเข้าเฉียบพลันชนิดเกิดภายหลัง (Acute Acquired Comitant Esotropia: AACE) เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และแนวโน้มอายุของผู้ป่วยก็ลดลงเรื่อย ๆ
นพ.เฉินอธิบายว่า “ตาเขเข้าเฉียบพลัน” หมายถึงภาวะที่บุคคลซึ่งเดิมมีแนวการมองเห็นของดวงตาปกติ จู่ ๆ เกิดอาการที่ลูกตาทั้งสองข้างเบี่ยงเข้าด้านใน (ที่เรียกกันทั่วไปว่า “ตาเข”) พร้อมกับอาการเห็นภาพซ้อน หรือมองเห็นวัตถุเป็นสองภาพ

ในอดีตภาวะนี้มักเกี่ยวข้องกับโรคของระบบประสาท แต่การศึกษาทางการแพทย์ในช่วงหลังพบว่า การใช้เครื่องมือดิจิทัลในระยะใกล้เป็นเวลานานและต่อเนื่อง กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดโรคดังกล่าว
เมื่อดวงตาต้องเพ่งมองหน้าจอในระยะใกล้ (โดยทั่วไปน้อยกว่า 30 เซนติเมตร) เป็นเวลานาน กล้ามเนื้อตาด้านในจะหดตัวมากเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อที่ควบคุมการปรับโฟกัสและการบรรจบของสายตาเสียสมดุล จนในที่สุดนำไปสู่ภาวะตาเขเข้าถาวร
นพ.เฉินซึ่งเคยไปศึกษาต่อด้านการรักษาภาวะตาเขในประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า วงการจักษุแพทย์ญี่ปุ่นมีการศึกษาเกี่ยวกับ “ภาวะตาเขที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ดิจิทัล” อย่างกว้างขวางและถือว่าก้าวหน้าระดับโลก งานวิจัยจากญี่ปุ่นพบว่า ในวัยรุ่นที่ใช้สมาร์ตโฟนบ่อย ความเสี่ยงในการเกิด AACE มีความสัมพันธ์อย่างมากกับระยะเวลาการใช้งาน

โดยในญี่ปุ่นมีหลายกรณีที่เกิดโรคจากการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานระหว่างการเดินทางหรือใช้งานดึกดื่น ซึ่งสถานการณ์ในไต้หวันก็มีความรุนแรงไม่ต่างกัน บางกรณีพบว่าเด็กนักเรียนที่ติดเกมในโทรศัพท์อย่างหนัก มีอาการเห็นภาพซ้อนรุนแรงภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
นพ.เฉินเตือนให้ประชาชนสังเกต 3 สัญญาณอันตราย ได้แก่
- เห็นภาพซ้อน เช่น มองวัตถุแล้วเห็นเป็นสองภาพซ้อนกัน
- ลูกตาเบี่ยงเข้าด้านในอย่างชัดเจน จนสังเกตได้จากภายนอก
- สูญเสียการรับรู้ระยะลึก เช่น เดินสะดุดบ่อย หยิบจับสิ่งของไม่แม่นยำ หรือประเมินระยะห่างผิดพลาด
หากมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการดีขึ้นได้จากการ หยุดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเด็ดขาด ร่วมกับการฝึกสายตาหรือการสวมเลนส์ปริซึม
อย่างไรก็ตาม หากอาการคงอยู่นานเกิน 6 เดือนและมุมของตาเขคงที่ อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อปรับตำแหน่งของดวงตา
ที่มา : แพทย์เตือน ภาวะตาเขเข้าเฉียบพลัน เหตุเล่นมือถือมาก ชี้พบในคนอายุน้อยเพิ่มขึ้น