ธปท. มองสงครามยืด ทุบท่องเที่ยว-ส่งออกซึม “ค่าครองชีพแพง” ซ้ำทุกข์

วันนี้ (20 มี.ค.69) นางสาวชญาวดี โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านและอิสราเอลที่ชัดเจนขึ้นต่อเศรษฐกิจไทยแล้ว โดยสะท้อนจากต้นทุน ราคาพลังงาน ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงต้องดูว่าจะส่งผ่านค่าครองชีพมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ ความรุนแรงของผลกระทบขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์

“แน่นอนผู้ประกอบการก็คงไม่ได้อยากจะขึ้นราคาภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ก็คงจะต้องดูว่าเขาบริหารจัดการแค่ไหน ในที่สุดทำให้ไหวก็อาจจะต้องมีการส่งผ่าน”

ขณะเดียวกัน ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเจอปัญหาเดียวกัน การขยายตัวก็น่าจะชะลอลงบ้าง สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่งและการเดินทางที่ไม่สะดวก ซึ่งจะกลายเป็นสัญญาณลบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวและเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยแต่ละประเทศจะได้รับผลกระทบมากน้อยแตกต่างกันไปตามระดับการพึ่งพา (Exposure) ในแต่ละด้าน

นางสาวชญาวดีกล่าวว่า สำหรับผลกระทบต่อตลาดการเงิน (Financial Market) สิ่งที่ปรากฏชัดเจนคือความผันผวนของค่าเงิน โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่มีจังหวะอ่อนค่านำสกุลเงินอื่นในภูมิภาค เนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ (Net Importer) และเศรษฐกิจพึ่งพาการท่องเที่ยวสูง

อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงค่าเงินบาทก็มีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาได้บ้าง โดยยอมรับว่าความผันผวนในระดับ 9% ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่าที่ผ่านมา แม้จะยังไม่ถึงขั้นสูงเป็นประวัติการณ์ก็ตาม

“แต่ช่วงที่บาทอ่อน เราอ่อนนำคนอื่น เพราะว่าเราเป็นคนนำเข้าพลังงาน สิ่งที่ ธปท. ทำคือดูแลทั้ง 2 ขา ดูความผันผวนของค่าเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการเขาสามารถที่จะพอจะตั้งราคาได้ ไม่ถึงกับไม่เดือดร้อน และพยายามจะดูให้ตลาดมันยังฟังก์ชันได้ หรือทำงานได้ตามปกติ“

นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ฉากทัศน์ (Scenarios) ทางเศรษฐกิจ ธปท. มอง 2 สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจากภาวะสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ประเมิน ณ 25 ก.พ.69 ดังนี้

1.กรณีที่ดีที่สุด (Better Case) คาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะจบลงภายในครึ่งแรกของปี 2569 และการเดินเรือผ่านช่องแคบต่างๆ จะเริ่มผ่อนคลายลงในช่วงปลายครึ่งปีแรกหรือต้นครึ่งปีหลัง (H2) โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีอาจอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

2.กรณีฐาน (base case) สถานการณ์อาจจบลงในครึ่งปีแรกเช่นกัน แต่ผลกระทบจะลากยาวไปถึงครึ่งปีหลัง เนื่องจากมีการทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งแตกต่างจากกรณีรัสเซีย-ยูเครนที่ไม่ได้ส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง ทำให้ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู (Recover) นานกว่า ในกรณีนี้ราคาน้ำมันเฉลี่ยอาจพุ่งสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และการเดินเรือจะยังคงติดขัดไปจนถึงครึ่งปีหลัง

โดยผลต่อเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากภาคการท่องเที่ยว และการส่งออกเป็นหลัก การชะลอตัวลงของอุปสงค์คู่ค้า และปัจจัยด้านบรรยากาศ (sentiment) นอกจากนี้ อุปสงค์ภายในประเทศชะลอตัวลงจากราคาพลังงาน และการทยอยส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงเงินเฟ้อโลำและไทย สูงขึ้นจากราคาพลังงาน แต่ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น

นางสาวชญาวดีกล่าวว่า จากความไม่แน่นอนดังกล่าว ธปท. ยอมรับว่ามีความเสี่ยงด้านต่ำ (Downside Risk) ที่อาจทำให้ตัวเลขการขยายตัว (จีดีพี) ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้จากเดิมที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินจีดีพีปี 2569 อยู่ที่ 2% แต่ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น ตัวเลขอาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม การจะระบุว่าเศรษฐกิจจะไปจบที่จุดไหนนั้นยังทำได้ยากและต้องรอประเมินข้อมูลใหม่ในระยะต่อไป

ขณะเดียวกัน ปัจจัยผลกระทบด้านน้ำมันอาจมีผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น จนมีผลต่อเนื่องถึงการชำระเงินของลูกหนี้ที่ต้องมีภาระเพิ่มขึ้น

“ผลกระทบลูกหนี้ เพราะมันก็ต้องกระทบรายได้ เพราะสิ่งที่แน่ๆ ก็คือต้นทุนค่าครองชีพที่มันสูงอยู่แล้ว ถ้ามันยืดเยื้อมากๆ มันก็อาจจะต้องปรับขึ้น แล้วถามว่ามันก็เพิ่มความเสี่ยงให้กับลูกหนี้ มันก็คือเพิ่มภาระให้เขาแล้ว”

นอกจากนี้ ปัญหาตามมาจะเรื่องเงินเฟ้อ และมีการพิจารณาเรื่องดอกเบี้ยนโยบาย สำหรับนโยบายการเงินและการบริหารจัดการเงินเฟ้อ ธปท. ระบุว่าการประชุมครั้งต่อไปจะต้องนำปัจจัยทั้งหมดมาพิจารณา (Take everything) รวมถึงการปรับสมมติฐานราคาพลังงานใหม่ โดยหลักการดำเนินนโยบายนั้น หากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมาจากปัญหาด้านอุปทาน (Supply Shock) เช่น ราคาพลังงาน และคาดการณ์ว่าจะกลับลงมาได้ในที่สุด 

เนื่องจากการปรับดอกเบี้ยอาจไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา เพราะดอกเบี้ยไม่สามารถจัดการกับปัญหาฝั่ง Supply ได้โดยตรง แต่หากปัญหาเริ่มส่งผ่านไปกระทบต่อการใช้จ่าย (Demand) หรือการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาว ธปท. จึงจะพิจารณาการใช้เครื่องมือดอกเบี้ยตามความเหมาะสม

“เงินเฟ้อจะขึ้นไม่ขึ้น ก็คงต้องมาดูด้วยว่านอกเหนือจากราคาพลังงานแล้ว การส่งผ่านต้นทุนผู้ประกอบการเป็นยังไง”

ที่มา : ธปท. มองสงครามยืด ทุบท่องเที่ยว-ส่งออกซึม “ค่าครองชีพแพง” ซ้ำทุกข์ » อีจัน

300
วันที่ 20 มีนาคม 2569