อาหารเต็มโต๊ะ แต่สภาฯ โหรงเหรง งบเลี้ยง สส.-สว. 150 ล้าน/ปี ถึงเวลาต้องทบทวน? 

เลี้ยงข้าวผู้ทรงเกียรติ เมื่อวิธีการไม่แก้ปัญหา ก็ถึงเวลาต้องทบทวน

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ

เรื่องจัดเลี้ยงอาหาร สส. และ สว. ในวันประชุม เป็นประเด็นมาหลายยุคหลายสมัย  มีหลายคนพยายามปรับลดและพยายามเลิก แต่ก็ยังไม่สำเร็จ วันนี้เราจะลองมาแกะรอยดูว่าการเลี้ยง อาหาร สส. และ สว. ในวันประชุมมีที่มาจากไหน และมีความจำเป็นอย่างไร

ซึ่งเรื่องนี้มีมาอย่างยาวนาน และมีการให้เหตุผลว่าการประชุมของ สส. และ  สว. ถือเป็นหัวใจของการปกครองในระบอบรัฐสภา ดังนั้นทำเช่นนี้คือการสนับสนุนการประชุมสภาฯ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการรักษาองค์ประชุม

  • เพราะสภามักจะประชุมยืดเยื้อ และสมาชิกนอกจากจะต้องอยู่ฟังเพื่อเข้าใจในประเด็นต่างๆ ยังต้องมีการนับองค์ประชุมบ่อยครั้ง ดังนั้นเพื่อไม่ให้ สส. หรือ สว. ต้องออกไปข้างนอกรัฐสภาช่วงที่มีการประชุม จึงเกิดการจัดเลี้ยงขึ้นมา
  • นอกจากนี้ยังมีการระบุว่า การจัดเลี้ยงเพื่อเป็นหลักประกันด้านคุณภาพชีวิตและมาตรฐานโภชนา เพื่อให้เกิดความปลอดภัยที่สุดในวันที่มีการประชุมอีกด้วย
  • และหากมีการประชุมยืดเยื้อก็จะมีการเลี้ยงอาหารทั้งสามมื้อ
  • สำหรับงบประมาณที่มีการจัดสรร การปรับขึ้นลงก็จะตามวันประชุม ซึ่งในสภาวะปัจจุบันสำหรับการเลี้ยงอาหารทั้ง สส. และ  สว. จะอยู่ที่ประมาณปีละ 150 ล้านบาท 
  • และมีการกำหนดค่าเฉลี่ยรายหัวอยู่ที่ 1,00 บาท โดยแบ่งเป็น อาหารเช้า 150 บาท  อาหารกลางวัน 350 บาท อาหารเย็น 350 บาท  และเครื่องดื่ม 150 บาท ซึ่งก็จะมีการนำมาเฉลี่ยปรับสัดส่วนตามระยะเวลาที่มีการประชุม

แต่ที่กล่าวมาข้างต้นคือข้อสนับสนุน เพราะเรื่องนี้ก็มีคนที่แย้งกับเหตุผลอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินเดือนที่สูงและการประชุมถือเป็นหน้าที่ ก็น่าที่จะสามารถจัดซื้อจัดหามากินเองได้  ส่วนเรื่องความกังวลว่าจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่สภา สมาชิกแต่ละคนก็ยังมีงบประมาณสำหรับผู้ช่วยและผู้ติดตามอีก 5 คน ซึ่งก็สามารถให้ทำเรื่องแบบนี้ได้  โดยไมต้องใช้งบประมาณในการจัดเลี้ยงอาหาร

มีการเปรียบเทียบว่างบประมาณจัดเลี้ยง 1,000 บาท ถ้าเทียบกับ งบอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งคณะรัฐมนตรีเพิ่งมีมติปรับเพิ่มให้อยู่ในอัตราเพียง 22 – 36 บาทต่อคนต่อวัน นั้นช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว

หรือมีการนำไปเปรียบเทียบกับรายได้ของประชาชนทั่วไป  จะพบว่า สส. มีค่าตอบแทนกว่าเดือนละ 100,000 บาท  ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานค่อนข้างมาก  เพราะประชาชนทั่วไปมีค่าแรงขั้นต่ำ หรือเงินเดือนอยู่ที่ 15,000 – 20,000 บาท

แต่ประชาชนแม้จะต้องทำงานที่เป็นหน้าที่เช่นกัน ก็ยังมีภาระที่ต้องหาอาหารกินเองในวันที่พวกเขาทำงาน

และที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก คือเรื่องการจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟต์ตลอดทั้งวัน  เพราะระบบนี้ถูกออกแบบมาบนสมมติฐานในทางทฤษฎีที่ว่า สมาชิกทุกคนจะเข้าร่วมประชุมตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ความเป็นจริงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะอย่างที่เราเห็นคือสภาฯ “โหรงเหรง”

การเลี้ยงอาหารไม่ได้แปลว่าจะเก็บพวกเขาไว้ที่สภาได้ ดังนั้นหากนี่คือความคิดเบื้องต้นก็ถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

และเมื่อจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟต์ตลอดวันจึงมีอาหารเหลือมหาศาลและกลายเป็นดรามามาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการห่อกลับบ้าน หรือกวาดไปให้คนติดตามจนสมาชิกที่มาทีหลังไม่เหลือ และถูกเรียกว่า “มาเฟียข้าวสภา”

การจะมีอยู่หรือการยกเลิกอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะงบประมาณ 150 ล้านบาทต่อปีอาจจะดูไม่มาก แต่เรื่อสำคัญอยู่ที่ “งบประมาณ” ที่จ่ายไปเหมาะสมหรือไม่ และได้ผลกลับมาอย่างที่เจตนาหรือไม่

เพราะหากประเมินจากการร่วมประชุม และการลงมติที่ผ่านมา บอกได้เลยว่าการเลี้ยงข้าวแบบนี้ไม่ตอบโจทย์ใดๆ และเมื่อไม่ตอบโจทย์ก็ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ต้องทบทวน เพื่อให้งบประมาณแผ่นดินถูกใช้จ่ายอย่างมีประโยชน์จริงๆ ไม่ใช่เพราะทำต่อๆ กันมาเลยเลิกไม่ได้

ที่มา : อาหารเต็มโต๊ะ แต่สภาฯ โหรงเหรง งบเลี้ยง สส.-สว. 150 ล้าน/ปี ถึงเวลาต้องทบทวน?

453
วันที่ 21 มีนาคม 2569